Today’s NEWS FEED

News Feed

CPALL ไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น20.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทุกกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ

210

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (14 พฤษภาคม 2569) ------- นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)CPALL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2569 โดยบริษัทฯ และบริษัทย่อย รายงานกำไรสุทธิจำนวน 9,118 ล้านบาท โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 267,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 5.8

รายได้จากการขายสินค้าและบริการ มีจำนวน 259,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าของทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจร้านสะดวก ซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า และกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ จากการที่ทุกกลุ่มธุรกิจได้ปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าตลอดเวลา รวมถึง กลยุทธ์ O2O ของแต่ละหน่วยธุรกิจ ยังคงตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี และเป็นปัจจัยเสริมในการเติบโต ของรายได้อีกทางหนึ่ง

ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเท่ากับ 58,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายสินค้าของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกและศูนย์การค้า และธุรกิจอื่น ๆ ที่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในงบการเงินรวมของบริษัทฯ อยู่ที่ ร้อยละ 22.7 ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า


บริษัทฯ มีต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 51,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 จาก ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายกลุ่มต้นทุนในการจัดจำหน่ายมีจำนวน 43,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 จากไตรมาส เดียวกันของปีก่อน ในขณะที่กลุ่มค่าใช้จ่ายในการบริหารมีจำนวน 7,550 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 4.2 จากช่วงเดียวกันของ ปีก่อน โดยประเภทค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลัก ๆ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน ค่าบริหารร้านสาขา ค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย ซึ่งเพิ่มขึ้นตามรายได้ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังสามารถบริหารต้นทุนในการจัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ และยังคงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และมี ประสิทธิภาพ

ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 16,157 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.6 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2 จากไตรมาส เดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ รวมทั้งธุรกิจค้าส่ง และธุรกิจอื่น ๆ ที่มีการปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้า ประกอบกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับกำไรต่อหุ้นตามงบการเงินรวมในไตรมาส 1 ปี 2569 มีจำนวนเท่ากับ 1.01 บาท ทั้งนี้ การคำนวณกำไรต่อหุ้นเป็นการ คำนวณจากจำนวนหุ้นคงเหลือหลังหักจำนวนหุ้นที่บริษัทฯ ได้ซื้อคืนแล้ว


ในไตรมาส 1 ปี 2569 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเปิดร้านสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 139 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 16,084 สาขา แบ่งเป็น


(1) ร้านสาขาบริษัท 8,289 สาขา (ประมาณ ร้อยละ 51) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 95 สาขา ในไตรมาสนี้

(2) ร้าน SBP และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 7,795 สาขา (ประมาณ ร้อยละ 49) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 44 สาขา ในไตรมาสนี้


ร้านสาขาส่วนใหญ่ยังเป็นร้านที่ตั้งเป็นเอกเทศ ซึ่งประมาณร้อยละ 86 ของสาขาทั้งหมด และส่วนที่เหลือเป็นร้านใน สถานีบริการน้ำมัน ปตท.


ในไตรมาส 1 ปี 2569 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 121,958 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.0 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสนี้มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน เท่ากับ 85,998 บาท และยอดขายเฉลี่ย ของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดซื้อต่อบิลประมาณ 90 บาท ในขณะที่จำนวน ลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 958 คน ทั้งนี้จำนวนลูกค้าใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัจจัยในเรื่องของฤดูกาลที่ อากาศร้อนตั้งแต่ต้นปี รวมถึงการเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานั้นสนับสนุนการเดินทางภายในประเทศ ประกอบ กับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เริ่มกลับโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังคงใช้แผนกลยุทธ์ที่สอดรับกับ สถานการณ์ตลอดเวลา โดยคำนึงถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ โดยนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ พร้อมกับโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ประกอบกับความพยายามในการเพิ่มรายได้จากการขายสินค้า ผ่าน กลยุทธ์ O2O อาทิ 7Delivery และ All Online ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดย มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 11 ของรายได้จากการขายสินค้ารวม

ในไตรมาส 1 ปี 2569 สัดส่วนของรายได้จากการขาย ร้อยละ 76.3 มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และร้อย ละ 23.7 มาจากสินค้าอุปโภค ซึ่งสัดส่วนรายได้ในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค รวมทั้งมีการออกสินค้าใหม่ควบคู่กับโปรโมชั่นของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่ง สามารถดึงดูดลูกค้าได้เพิ่มขึ้นทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ร้าน 7-Eleven เป็นจุดหมายปลายทางที่ 1 ในใจลูกค้า เมื่อนึกถึงอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกที่และทุกเวลา


สำหรับการดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อในต่างประเทศ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีร้านสาขาใน สปป.ลาว รวมทั้งสิ้น 30 สาขา ในขณะที่มีร้านสาขาในกัมพูชา จำนวน 63 สาขา

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้