AT THE OPEN (#ATO)
คาดแกว่งตามกรอบ 1480-1500
หุ้นเด่น เลือก BH
Market Strategy
SET Index คาดพักตัวตามกรอบ 1480-1500 จุด ประชุม FED ที่ส่งสัญญาณ Hawkish Hold และราคาน้ำมันดิบยืนสูงอาจกระทบต่อทิศทาง Fund Flow แต่ปัจจัยในประเทศยังมีโทนบวกจากการรายงานกำไรบริษัท 1Q69 ที่ดีกว่าคาด และ กนง. ที่ส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยฯ หุ้นเด่นชอบ BH
ผลการประชุม FED มีมติคงอัตราดอกเบี้ยฯ 3.75% ตามคาดแต่มติไม่เอกฉันท์ ที่ 8 ต่อ 4 โดยผู้เห็นต่าง 1 รายสนับสนุนการลดดอกเบี้ยฯ และอีก 3 ท่านเห็นด้วยกับการคงดอกเบี้ยฯแต่ไม่สนับสนุน FED การส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย ภายใต้โทนการประชุมที่เป็น Hawkish Hold ข้างต้น ส่งผลตลาดคาด FED คงดอกเบี้ยฯ ตลอดปีนี้ ด้าน Dollar Index แข็งค่า 0.4% U.S. Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้น 7 bps มาที่ 4.42% ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ Brent +6% มาที่ 118 เหรียญฯ จากเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่คืบหน้า มองเป็นปัจจัยจำกัดการไหลเข้าของ Fund Flow
ผลการประชุม กนง. มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% และส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยฯระดับนี้ต่อไประยะหนึ่ง ด้านมุมมองเศรษฐกิจคาด GDP69 ขยายตัว 1.5% บนสมมติฐานสงครามคลี่คลายภายใน 1H69 โดยผลกระทบของสงครามกดดันต่อภาคบริโภคและท่องเที่ยว ด้านเงินเฟ้อในช่วง 2Q-4Q69 คาดจะปรับขึ้นเกินกรอบ 1-3% แต่คาดเป็นปัจจัยชั่วคราว เรามองโทนการประชุมโดยรวมเป็นไปตามคาด แต่เราเห็นสัญญาณบวกจากการปรับ GDP รอบนี้ ในด้านการลงทุนภาคเอกชนที่ กนง. คาดขยายตัว 3% เทียบกับเดือน ธ.ค.คาด 2.2% สอดคล้องไปกับตัวเลขการขอ BOI รอบ 1Q69 ที่สูงอย่างมาก 1.017 ล้านล้านบาท ขยายตัว 136%YoY โดยกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก Data Center และ Cloud Service เพื่อสนับสนุนความต้องการ AI มองสัญญาณบวกข้างต้นจะเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มนิคมในระยะกลาง-ยาว เรายังคงคำแนะนำซื้อทั้ง WHA และ AMATA แม้ในระยะสั้นสัญญาณ Presales ในช่วง 1Q69 จะยังไม่โดดเด่นก็ตาม
สำหรับปัจจัยอื่นๆ ให้น้ำหนักไปที่การรายงานผลประกอบการบริษัท ซึ่งปัจจุบันรายงาน 33%Market Cap กำไรทำได้ดีกว่าBloomberg Consensus คาด 15% สำหรับการเก็งกำไรงบที่คาดขยายตัวดีชอบ BCPG TIDLOR GULF TRUE และ BEM ส่วนวันนี้ติดตามรายงานงบ PTTEP
Market Summary
SET Index ปิดบวกที่ 1,491.74 จุด (+0.78%) ตามทิศทางตลาดโลกที่หุ้น Tech รีบาวด์และได้แรงหนุนหลัง UAE ออกจาก OPEC ช่วยคลายกังวลเงินเฟ้อ โดยกลุ่ม FOOD นำตลาดนำโดย ITC (+8.7%) จากการรายงานงบ 1Q69 ดีกว่าคาดจากยอดขายที่แข็งแกร่งและภาษีที่ต่ำกว่าคาด เช่นเดียวกับกลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP (+2.47%) บวกเด่นรับงบ 1Q69 ที่แข็งแกร่ง กลุ่มโรงกลั่นพุ่งแรง TOP (+5.95%) SPRC (+2.8%) รับงบ 1Q69 ที่คาดขยายตัวเด่นจากค่าการกลั่นและความคาดหวังต้นทุนน้ำมันดิบที่อาจลดลงในระยะยาวจาก UAE เตรียมแยกตัวจาก OPEC ด้านกลุ่มธนาคารอย่าง TISCO (-3.04%) และ KKP (-1.22%) ปรับลงจากการขึ้น XD ส่วน AOT (-2.86%) ถูกกดดันหลังปรับลดเป้ารายได้ปี 69 จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และตัวเลขนักท่องเที่ยวที่อาจต่ำกว่าคาด ต่างชาติพลิกซื้อ 2 พันล้านบาท
DAILY Stock Pick
BH
ลุ้นผู้ป่วยตะวันออกกลางฟื้น
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 215.00 บาท
BH ให้ผลตอบแทน -12% เทียบ SET -2.4% นับตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่รายได้จากตะวันออกลางยังคงแข็งแกร่งใน 1Q69 และเราคาดฟื้นตัวต่อใน 2Q69
เราคาดกำไรปี 69-71 เติบโตเฉลี่ย 5% สูงกว่ากลุ่มที่ 2% หนุนจากลูกค้าตะวันออกกลางและการคุมต้นทุน สวนทางกับ PE’69 อยู่ที่ 18 เท่า ใกล้เคียงกับกลุ่ม
Technical View
แนวรับ : 178.00 บาท
แนวต้าน : 185.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 169.00 บาท
WEEKLY Stock Pick
SPALI
Presale เด่น ผสานใกล้ขึ้น XD
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 21.60 บาท
SPALI ประกาศยอด Presale งวด 1Q69 อยู่ที่ 7.7 พันลบ. (+15%YoY, +33%QoQ) โตเด่นกว่ากลุ่มที่ลดลง YoY แนวโน้มไตรมาส 2-3 โอนกรรมสิทธิ์เยอะ หนุนทั้งปี 69 กำไรโต 30% สูงสุดในกลุ่ม
ขณะที่บริษัทขึ้น XD วันที่ 6 พ.ค. 69 เป็นจำนวน 0.7 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผล 4.2% ช่วยจำกัด Downside ในช่วงนี้
Technical View
แนวรับ : 16.50 บาท
แนวต้าน : 17.60 บาท
จุดตัดขาดทุน : 15.70 บาท
KEY FACTOR
กนง. มีมติเอกฉันท์ 6:0 คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ตามคาด ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่เผชิญแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลางทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านราคาพลังงานโลกที่พุ่งขึ้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยว การบริโภค และความเชื่อมั่นโดยรวม
นอกจากนี้ ธปท. ยังได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 ลงเหลือ +1.5% เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และกำลังซื้อที่ชะลอตัว ขณะเดียวกัน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง และกลุ่มเดินทางระยะไกล มีแนวโน้มชะลอตัวลงตามต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น ส่งผลให้มีการปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีลงสู่ระดับ 33 ล้านคน พร้อมกันนี้ ได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขึ้นเป็น 2.9% โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบของวิกฤตพลังงาน ทั้งนี้ ท่าทีของ ธปท. เน้นไปที่การเฝ้าระวังและรอดูสถานการณ์ ว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะยืดเยื้อมากน้อยเพียงใด เพื่อใช้เป็นปัจจัยในการกำหนดทิศทางนโยบายในระยะต่อไป
EYES ON
ในสัปดาห์ สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง, รายงานงบฯ 1Q69
29 เม.ย. ประชุม กนง.
30 เม.ย. ประชุม FOMC, ประชุม ECB, เงินเฟ้อยุโรป, Core PCE สหรัฐฯ เดือน มี.ค., GDP 1Q69 ของสหรัฐฯและยุโรป
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ
โทร. 02 658 5000