สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(18 เมษายน 2569)-----------สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
• เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย แต่ตลาดยังรอติดตามสัญญาณการเจรจารอบ 2 ของสหรัฐฯ และอิหร่าน
เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่าในตลาด Offshore ช่วงวันหยุดสงกรานต์ต้นสัปดาห์ และสามารถเพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องหลังตลาดในประเทศกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดรับโอกาสที่จะกลับมาเจรจากันอีกครั้ง หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบแรกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม โดยเงินบาททยอยแข็งค่าผ่านแนว 32.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 31.86 บาทต่อดอลลาร์ฯ
อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนสอดคล้องกับภาพการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นในเอเชียช่วงท้ายสัปดาห์ เพราะแม้จะมีดีลข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน แต่ตลาดก็ยังคงรอติดตามความชัดเจนของการกลับมาเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และเส้นตายข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดในสัปดาห์หน้า ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
• ในวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 เม.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 16-17 เม.ย. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 7,303 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 642 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 1,595 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 953 ล้านบาท)
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-24 เม.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.60-32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนมี.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสัญญาณของการเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกและฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกและยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนมี.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ในมุมมองผู้บริโภค ตลอดจนข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนเม.ย. และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมี.ค. ของญี่ปุ่น และข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนเม.ย. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ