สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 3 เมษายน 2569 )-------นายปรีชา นันท์นฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) EFORL เปิดเผยว่าตามที่ บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ทำรายการกู้ยืมจากบุคคลอื่น (ผู้ให้กู้ รายที่ 1) เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 เป็นเงินต้นจำนวน 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 14.00 ต่อปี ค้ำประกันโดยบุคคลอื่นและมีค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน 2% ต่อปี โดยมีวัตถุประสงค์การกู้ยืมเงินเพื่อ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท ซึ่งจะครบกำหนดชำระคืนเงินต้นจำนวน 30 ล้านบาท ในวันที่ 5 เมษายน 2569 ตามที่ขยายระยะเวลาชำระหนี้เงินต้นครั้งที่ 2
บริษัทขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า บริษัทมีการขอขยายระยะเวลาชำระหนี้เงินต้นจำนวน 30 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี นับแต่วันที่ครบกำหนดชำระ ทำให้ปัจจุบันบริษัทยังภาระหนี้กู้ยืมระยะสั้น กับผู้ให้กู้ บุคคลอื่นรายที่ 1 รวมเป็นเงินจำนวน 50 ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 3.99 ของสินทรัพย์รวมของ บริษัท (สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 : 1,253 ล้านบาท)
รายละเอียดการทำรายการกู้ยืมเงินจากบุคคลอื่นผู้ให้กู้รายที่ 1 จ านวน 30 ล้านบาท ซึ่งถือเป็น รายการที่มีนัยสำคัญ เป็นดังนี้

นอกจากนี้ บริษัทยังมีเงินกู้ยืมระยะสั้นคงค้างกับผู้ให้กู้บุคคลอื่นรายที่ 1 อีกจำนวน 20 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12.00 ต่อปี ซึ่งค้ำประกันโดยบุคคลอื่น โดยมีค่าธรรมเนียมการค้ำประกันร้อยละ 2 ต่อปี รวมเป็นเงินต้นจำนวน 50 ล้านบาท และ บริษัทมีภาระหนี้คงค้างกับผู้ให้กู้บุคคลอื่นรายที่ 2 เป็นเงินจำนวน 7 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อย ละ 12.00 ต่อปี โดยไม่มีหลักประกัน
ปัจจุบันบริษัทมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากผู้ให้กู้บุคคลอื่นรายที่ 1 และผู้ให้กู้บุคคลอื่นรายที่ 2 รวม เป็นเงินจำนวน 57 ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 4.55 ของสินทรัพย์รวมของบริษัท (สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 : 1,253 ล้านบาท)
การทำรายการขอขยายระยะเวลาชำระหนี้เงินต้นในครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วน ของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีอัตราส่วน หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เท่ากับ 1.15 เท่า ทั้งนี้ การขยายระยะเวลาชำระหนี้เงินต้น จ านวน 30 ล้านบาทในครั้งนี้ ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของบริษัท ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569
การกู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นการกู้ยืมเงินที่มีนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของ บริษัท ตามข้อ 4 (14) ของข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และ วิธีการเกี่ยวกับการเปิดเผยสารสนเทศและการปฏิบัติการใด ๆ ของบริษัทจดทะเบียน พ.ศ. 2560 (รวมทั้ง ที่แก้ไขเพิ่มเติม) บริษัทจึงมีหน้าที่ในการเปิดเผยสารสนเทศตามที่ข้อบังคับดังกล่าวก าหนด
บริษัทขอเรียนแจ้งว่า ผู้ให้กู้ซึ่งเป็นบุคคลอื่นทั้ง 2 ราย และบุคคลผู้ค้ำประกัน มิได้เป็นบุคคลที่ เกี่ยวโยงกันของบริษัท ตามประกาศคณะกรรมการกำกับ ตลาดทุนที่ทจ. 21/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ใน การทำรายการที่เกี่ยวโยงกันและประกาศ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย เรื่องการ เปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546 (รวมทั้งที่ แก้ไขเพิ่มเติม) (“ประกาศรายการที่เกี่ยวโยงกัน”) หรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับบริษัทกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอ านาจควบคุมในบริษัท
อย่างไรก็ตาม หากบริษัทกู้ยืมเงินจากบุคคลอื่นใดเพิ่มเติม บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับ สัญญาเงินกู้ยืมและเงื่อนไขภายใต้สัญญากู้ยืมเงินที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นต่อตลาดหลักทรัพย์ ต่อไป