Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

19

 

สรุปภาพตลาดวานนี้ อังคารเด้งตามคาด และตามฟอร์ม ทิศทางเดียวกับหุ้นโลกโดยส่วนใหญ่ จากคลายกังวลระยะสั้นเรื่องการเจรจายุติสงคราม (แต่ก็ไม่กล้าซื้อกลับเต็ม เพราะยังมีความไม่แน่นอนอยู่ทุกวัน) โดยหุ้นที่มีการซื้อกลับดันตลาด หลักๆ กลุ่มธนาคาร และ DELTA AOT GULF TRUE ส่วนแรงขายในพลังงานต้นน้ำ น้ำมัน PTTEP ลงแรงน้อยกว่า ถ่านหิน BANPU และปิโตรฯ PTTGC สำหรับหุ้นอื่นๆ ที่มีแรงขายมาจากการล็อคกำไร ยาง STA-STGT อิเล็กฯ HANA


แนวโน้มตลาดวันนี้ Open Sesame!
ปธน.ทรัมป์ แจ้งเลื่อนเส้นตายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน-โดยขอเวลาอีก 5 วัน และทางทำเนียบขาว เริ่มส่งสัญญาณหาทางลงต่อปัญหาสงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น
ดังนั้นเรายังเลือกหุ้นเล่นระหว่างที่ตลาดหุ้นโดยรวมปลอดจากข่าวลบใหม่...และค่อยประเมินสถานการณ์อีกครั้งเมื่อใกล้ช่วงสุดสัปดาห์
เรายังคงถือหุ้น Commodity link เช่น PTTGC IVL TOP PTTEP BANPU จากภาวะอุปทานขาดแคลน (เขียวขายแดงซื้อเล่นย่อสลับเด้งตามสถานการณ์)
และ Balance พอร์ตด้วยหุ้นที่เล่นตรงข้ามกับภาวะสงครามตะวันออกกลาง และหุ้นเชื่อมโยงในประเทศ โดยเน้นไปที่หุ้น พลังงานทดแทน นิคม จากเป็นหุ้นที่น่าจะเล่นรับมาตรการเร่งด่วนจาก ครม.ใหม่
ด้านตัวแปรที่ต้องติดตาม หากราคาพลังงานยังปรับขึ้นสูงอีก คือ แรงขายพันธบัตรที่เกิดขึ้นกับตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฯลฯ ด้วยผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้น จะเป็นตัวแปรลบต่อต้นทุนทางการเงิน,  เงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน และดอกเบี้ยนโยบายขยับขึ้น เราคาดว่าจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และจัดเป็นความเสี่ยงจำกัด Upside หุ้นไทยหาก ทิศทางเงินเฟ้อ และราคาพลังงานยังทรงตัวสูงต่อเนื่อง จากภัยสงครามแบบนี้


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค
สถานะปัจจุบันของดัชนีเริ่มเห็นสัญญาณการ "สร้างฐาน" ที่ชัดเจนขึ้นหลังจากทดสอบแนวรับจิตวิทยา 1,400 จุดซ้ำหลายครั้งแต่ไม่หลุด!
แนวรับ 1,400 จุด: ทำหน้าที่เป็น Significant Support ที่เหนียวแน่นมาก เนื่องจากเป็นจุดบรรจบของเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวและแนว Fibonacci สำคัญ การที่ดัชนีประคองตัวปิดเหนือระดับนี้ได้ ถือเป็นการรักษาโครงสร้างหลักไม่ให้เสียทรงขาขึ้น / แนวต้าน: 1,420 จุด (EMA 10&25 วัน)
Indicator RSI: มีลุ้นดีดกลับ เมื่อแตะโซน level 50 พอดี! สะท้อนว่าแรงขายเริ่มชะลอ
Elliot wave: SET Index ยังคงฟอร์มตัวอยู่ใน Wave 5 ของรอบคลื่นหลัก หลังจากที่ทำจุดต่ำสุดไปในช่วงก่อนหน้าที่ 1,331 จุด จับตาคลื่นย่อย อาจเป็นได้ที่จะอยู่ในคลื่น Corrective wave “B” หรือ จบ Wave “C” ไปแล้ว (ถ้าดัชนีทะลุ > 1,450 จุด ถือเป็นการจบคลื่นขาลงโดยสมบูรณ์)
Resistance: แนวต้านแรกจะอยู่ที่ 1,420 - 1,430 จุด (EMA 25 วัน) หรือ โซนปิด gap (ถัดไปด่านสำคัญรออยู่ที่ 1,450 จุด) / แนวรับ 1,390 จุด
สรุป: "1,400 จุด ไม่ใช่แค่ตัวเลข... แต่คือ ความเชื่อมั่น! ตราบใดที่กำแพงนี้ยังไม่ถล่ม จังหวะย่อตัวคือจังหวะ 'เก็บหุ้นของดีเข้าพอร์ต' เพื่อรอรอบการฟื้นตัวครั้งใหญ่ครับ"



What to watch
บอร์ด กกพ. ประชุม 25 มี.ค. เคาะค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค. หลังต้นทุน LNG พุ่ง
ปธน.ทรัมป์กล่าวกับสำนักข่าว Fox Business Network ว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก และข้อตกลงดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ภายในเวลา 5 วันหรือน้อยกว่านั้น ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า เขาจะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน ขณะที่สหรัฐกำลังทำการเจรจากับอิหร่าน
ทำเนียบขาวเล็ง "ประธานรัฐสภาอิหร่าน" ตัวเต็งผู้นำใหม่ที่สหรัฐฯ พร้อมหนุนหลัง หวังกรุยทางเจรจายุติศึก
ทางด้านปธน.ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า จะเกิด "การเปลี่ยนระบอบการปกครองครั้งใหญ่" ขึ้นในอิหร่าน พร้อมเสริมว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เนื่องจากทุกคนในกลุ่มผู้นำชุดก่อนหน้าถูกสังหารไปหมดแล้ว
เกาหลีใต้ส่งออกพุ่ง 50.4% ช่วง 20 วันแรกเดือน มี.ค. รับดีมานด์ชิปแข็งแกร่ง (ต่ำกว่าคาดที่ 53%) ไทยส่งออก โตแผ่ว +9.9% y-y แย่กว่าคาดที่ 14.5% แต่ยังบวกต่อเนื่องเดือนที่ 20 จับตาสงครามตอ.กลาง กระทบส่งออกปีนี้ -3 ถึง 1%
"แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออก ยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่ สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน
การขนส่งไปในที่อื่น เช่น ในเอเชีย ออสเตรเลีย ยังสามารถขนส่งได้ เพียงแต่ค่าระวางสูง และตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนยังไม่กลับมา
ต่างชาติเที่ยวไทยแล้ว 8.5 ล้านคน สัปดาห์ล่าสุด นทท.มาเลย์พุ่ง 74% หลังจบเทศกาลถือศีลอด สัปดาห์ที่ผ่านมา (16-22 มี.ค.) นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% จากการออกเดินทางท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังสิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด (วัน อีดิ้ลฟิตริ)


หุ้นแนะนำวันนี้
BANPU รายได้หลักอิงแนวโน้มราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นส่งผลบวกต่อกำไรโดยตรง BLS Research แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.10 บาท
แนวรับ 6.15 ต้าน 6.7 Stop loss 6

 

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

Crisis
Management
ธุรกิจไทยรับมือสถานการณ์วิกฤติในปัจจุบันอย่างไร
ภาคธุรกิจไทยเริ่มปรับตัวเชิงรุกแล้ว แม้ผลกระทบเชิงตัวเลขยังไม่ชัด โดยกลุ่มอาหาร ค้าปลีก ก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิกส์เร่งบริหาร supply chain ทั้งการหาวัตถุดิบล่วงหน้า สต็อกสินค้า ปรับเส้นทางขนส่ง และคุมต้นทุน ขณะที่กลุ่มนิคมฯ และ ICT ยังอยู่ในโหมดติดตามสถานการณ์ สะท้อนว่าปัญหาหลักของรอบนี้ไม่ใช่ demand แต่เป็น “การชะงักของ supply” โดยเฉพาะต้นทุนขนส่ง วัตถุดิบ และพลังงานที่เพิ่มขึ้น
ตัวอย่างเชิงบริษัทสะท้อนภาพชัด เช่น GUNKUL ล็อกต้นทุนวัตถุดิบจากล่วงหน้า THAI เผชิญแรงกดดันต้นทุนน้ำมัน แม้ hedge ไว้ราว 50% และเริ่มขึ้นราคาตั๋ว 10–15% พร้อมเตรียมใช้ fuel surcharge หากสงครามยืดเยื้อ หรืออาจไปถึงกลยุทธ์จำศีล ทั้งนี้ เริ่มเห็นสัญญาณชะลอของ demand ผ่าน booking สงกรานต์ที่ต่ำกว่าปีก่อน ส่วน SPALI สต็อกวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า 3–6 เดือน ลดความเสี่ยงระยะสั้น แต่หากเกิดปัญหาน้ำมันขาด อาจทำให้โครงการล่าช้าลง
ฝั่ง demand ภาพรวมยัง “ทรงตัว” เป็นส่วนใหญ่ โดยกลุ่มอาหาร เกษตร และ IT retail ยังเติบโตได้ ขณะที่ SSS ค้าปลีกมีแนวโน้มดีขึ้นในมี.ค. จากฐานต่ำปีก่อนและพฤติกรรมกักตุนสินค้า อย่างไร ก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณชะลอในบางกลุ่ม โดย RevPAR โรงแรมชะลอลงจากโต 5–10% เหลือ 0–5% YoY และ booking เม.ย. เริ่มติดลบ ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติ (ตะวันออกกลาง) ลดลงแรง ~80% ซึ่งมาประจวบเหมาะกับช่วง Ramadan ซึ่งเป็น low season อยู่แล้ว
ใน 1Q26 แม้ผลกระทบยังจำกัดจากต้นทุนที่ล็อกไว้และวัตถุดิบที่เป็น buffer แต่หลายอุตสาหกรรมเริ่มกังวลแรงกดดันใน 2Q–3Q26 จากต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้นและ supply ที่ตึงตัว โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องดื่ม และเกษตร ขณะที่นิคมฯ มีความเสี่ยงจากการชะลอลงทุนไปด้วย
นอกจากนี้ ความสามารถในการ “ผลักต้นทุน” จะเป็นตัวแยกผู้ชนะในระยะถัดไป โดยกลุ่มปศุสัตว์สามารถปรับราคาตามต้นทุนได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่ร้านอาหารและเครื่องดื่มมีข้อจำกัดจากการแข่งขันและกำลังซื้อ ส่วนผู้ส่งออกอาหารต้องรอรอบเจรจาสัญญา 3–6 เดือน ทำให้ lag สูง
ในทางกลับกัน กลุ่มค้าปลีกและ trading มีความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะสามารถส่งผ่านต้นทุนได้ทั้ง upstream และ downstream ทำให้ผลกระทบต่อ margin จำกัด
โดยสรุป รอบนี้เป็น shock ฝั่ง supply มากกว่า demand ทำให้กำไรระยะสั้นยังไม่ถูกกระทบ แต่มีความเสี่ยงชัดใน 2H26 หากเกิดการขาดแคลนวัตถุดิบลามไปหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น


Econ
ส่งออกไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โต 9.9% YoY ต่ำกว่าตลาดคาด!
ตัวเลขส่งออกไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ขยายตัว 9.9% YoY ต่ำกว่าตลาดคาด และหดตัว 6.8% MoM สะท้อนโมเมนตัมระยะสั้นที่เริ่มแผ่วลง แม้ยังได้แรงหนุนจากสินค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี การนำเข้าที่เร่งตัวสูงถึง 31.8% YoY ส่งผลให้ไทยยังคงขาดดุลการค้า และจำกัด Contribution ของ Net exports ต่อ GDP ขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น Transshipment และการฟื้นตัวของภาคการผลิตที่ไม่ทั่วถึง ยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญ
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 13.3% YoY แต่หดตัว 7.3% MoM โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ชะลอลง เช่น HDDs ICs และ PCBs สะท้อนแรงส่งจาก Global tech cycle ที่เริ่มอ่อนลง ขณะที่เคมีภัณฑ์หดตัวทั้ง YoY และ MoM อย่างไรก็ดี เครื่องใช้ไฟฟ้า (โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ) ยานยนต์ (โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริดและปิคอัพ) รวมถึงเครื่องจักรกล และส่วนประกอบยังเติบโตได้ดี
สินค้าเกษตรหดตัว 3.6% YoY จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อ่อนตัว โดยเฉพาะข้าวและยางพารา ขณะที่ผลไม้สด (อาทิ ทุเรียน ลำไย) ยังโตสูง YoY แต่หดตัวแรง MoM สะท้อนปัจจัยฤดูกาล ด้านสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรสำคัญก็หดตัว โดยเฉพาะอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป รวมถึงน้ำตาล แม้อาหารสัตว์เลี้ยงยังเติบโตโดดเด่นทั้ง YoY และ MoM
การนำเข้าที่ขยายตัวสูงถึง 31.8% YoY แม้ส่วนหนึ่งจะมาจากปัจจัยผลของฐานต่ำ แต่ด้วยอัตราที่เร่งสูงกว่าส่งออก จึงส่งผลให้ไทยยังคงขาดดุลการค้า 2,833.6 ล้านเหรียญฯ (สะสม 2 เดือน 6,137.1 ล้านเหรียญฯ) ขณะที่ภาคการผลิตยังฟื้นตัวไม่สอดคล้องกับการค้า บ่งชี้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น Transshipment และการเพิ่ม Domestic value-added ที่ยังจำกัด
Economist view: แม้การส่งออกทั้งปี 2026 คาดว่าจะขยายตัวราว 3.0% YoY โดยมีแรงหนุนจากอิเล็กทรอนิกส์ตามเทรนด์ AI และการผ่อนคลายภาษีนำเข้าสหรัฐฯ แต่การนำเข้าที่มีแนวโน้มเร่งตัวสูงกว่า และการฟื้นตัวของภาคการผลิตที่ยังไม่ทั่วถึง จะยังจำกัดผลบวกต่อ GDP ในระยะถัดไป

สรุปประเด็นจาก Quick take
Energy
เกิดเหตุระเบิดที่โรงกลั่น Valero ในสหรัฐฯ
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (ตามเวลาในสหรัฐฯ) ได้เกิดเหตุระเบิดที่โรงกลั่น Valero(ขนาดกำลังการกลั่น 435,000 บาร์เรล/วัน โดยมีสัดส่วนการกลั่นน้ำมันก๊าซโซลีนราว 60%, น้ำมันดีเซล & น้ำมันเครื่องบินราว 30%) ซึ่งตั้งอยู่ที่ Port Arthur รัฐ Texas สหรัฐฯ โดยเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจาก industrial heater
View from fundamental: ข่าวดังกล่าวน่าจะเป็น positive sentiment ต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น เรามองเป็นโอกาสในการ ซื้อเก็งกำไร กลุ่มโรงกลั่น โดยมี SPRC และ TOP เป็น preferred pick

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

SCC-TOP ค้ำ SET By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ ตลาดหุ้นไทย อยู่ในอาการพักตัว ปรับฐาน ตามตลาดต่างประเทศ....

NAM ปลื้ม "เซอร์วิโซฯ" ร่วมกับ "รพ.พริ้นซ์ มุกดาหาร" คว้า CSSA Gold Awards 2026 ตอกย้ำมาตรฐานงานปราศจากเชื้อ!

NAM ปลื้ม "เซอร์วิโซฯ" ร่วมกับ "รพ.พริ้นซ์ มุกดาหาร" คว้า CSSA Gold Awards 2026 ตอกย้ำมาตรฐานงานปราศจากเชื้อ!

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้