Company Note
Osotspa
กำไรหลัก 4Q25 เติบโตทั้ง YoY และ QoQ
OSP ประกาศกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 692 ล้านบาท (+22% YoY, -1% QoQ) โดยหากไม่รวมรายการพิเศษจากค่าใช้จ่ายในการรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยาประมาณ 120 ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 823 ล้านบาท (+34% YoY, +18% QoQ) รายได้รวมในไตรมาสนี้ลดลง 2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 13% QoQ โดยมีปัจจัยหลักมาจาก 1) กลุ่มเครื่องดื่มพลังงาน เติบโต QoQ โดยการทำการตลาดและการปรับช่องทางจำหน่ายที่ดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศในเมียนมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 2) ธุรกิจ Personal Care เติบโต QoQ จากช่วง High Season 3) ธุรกิจ OEM เติบโต QoQ จากการรับจ้างผลิตสินค้าขวด นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 110bps จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตในธุรกิจต่างประเทศ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายพิเศษจากการรวมศูนย์การผลิต
กำไรสุทธิปี 2025 อยู่ที่ 3,667 ล้านบาท เติบโต 124% YoY โดยหากไม่รวมรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจการจำหน่ายเงินลงทุนในเมียนมาร์ MGE Group และการรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยา กำไรหลักจะอยู่ที่ 3,503 พันล้านบาท เติบโต 15% YoY หลักๆ มาจากอัตราทำกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 6% มาอยู่ที่ 25,561 จากธุรกิจกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานและธุรกิจรับจ้างผลิต
คาดผลประกอบการเติบโตขึ้นต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง จากการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
เราคาดว่า OSP จะมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องใน 1Q26F โดยคาดว่าจะมีการเติบโต QoQ จากการที่ปีที่ผ่านมาเป็นฐานที่ต่ำเนื่องจากการปรับลดสต็อกสินค้าของตัวแทนจำหน่าย อีกทั้งธุรกิจต่างประเทศก็จะเข้าสู่ช่วงสูงสุดในปีนี้ ขณะที่การบริหารต้นทุนในปี 2025 จะช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวม ผลักดันการเติบโตในปี 2026F ให้ดีขึ้น เราปรับประมาณการเพิ่มขึ้น 2% จากคาดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินที่ลดลงจากคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวบางส่วน คาดผลประกอบการปี 2026F กำไรหลักจะเติบโต 12% YoY มาอยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานที่คาดว่าจะเติบโต 3% YoY จากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งการตลาด M-150 ในประเทศ รวมถึงการเติบโตในธุรกิจ Personal Care ที่คาดเติบโต 5% จากการออกสินค้าใหม่ และการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ประสิทธิภาพมากขึ้น
ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายที่ 20.80 บาท
จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ที่มุ่งเน้นการขยายตลาด Traditional Trade เพื่อลดการแข่งขันและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 20.80 บาท โดยอ้างอิงจาก PER forword-0.5SD ของ OSP อยู่ที่ 16X ซึ่งสะท้อนถึงมูลค่าที่น่าสนใจในหุ้นนี้ ขณะเดียวกัน ราคาหุ้นปัจจุบันยังคงมี PER26F ที่ 14.3X และมี Dividend Yield ในปี 2026 ที่ 4.6% ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โอกาส: การขยายตลาดส่งออกจะช่วยให้บริษัทเติบโตได้ในตลาดใหม่ๆ, ความเสี่ยง: ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้คือการที่ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด และต้นทุนของ commodities ที่สูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัว