Today’s NEWS FEED

News Feed

OR ครองอันดับ 1 จาก S&P Global ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก สะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน

44


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(23 กุมภาพันธ์ 2569)----------หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า OR ได้รับการจัดอันดับทำเนียบบริษัทยั่งยืนระดับโลก ด้วยคะแนน Top 1% S&P Global ESG Scores เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก (Retailing) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูกิจการและเศรษฐกิจ (ESG) อย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ OR ยังได้รับการคัดเลือกโดย S&P Global ให้บรรจุอยู่ในทำเนียบธุรกิจที่มีความยั่งยืนประจำปี หรือ “S&P Global Sustainability Yearbook 2026” จากการประเมินความยั่งยืน Corporate Sustainability Assessment (CSA) (DJSI เดิม) ประจำปี 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ทั้งนี้ OR ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 โดยมีคะแนนสูงสุด 89 (จาก 100 คะแนน) จาก 311 บริษัททั่วโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

หม่อมหลวงปีกทอง เปิดเผยว่า ความสำเร็จดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ OR ภายใต้แนวคิด “Empowering All Toward Inclusive Growth: เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” ที่มุ่งพัฒนาองค์กรสู่การเป็น Inclusive Growth Platform สร้างการเติบโตควบคู่การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในระยะยาว โดยมุ้งเน้นในด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ผ่านการมุ่งลงทุนสู่พลังงานสะอาด และด้านสังคม (Social) จากการสร้างโอกาสให้กับสังคมชุมชน และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงด้านการกำกับดูแล และเศรษฐกิจ (Governance & Economic) ด้วยระบบบริหารความเสี่ยงที่เข้มแข็ง การกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมทั้งสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ส่งต่อคุณค่าไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

ในปี 2568 OR พัฒนา Physical Platform อย่างครบวงจร มีเครือข่ายสถานีบริการ PTT Station ที่เสริมความแข็งแกร่งด้วยสถานีชาร์จไฟฟ้า EV Station PluZ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด รวมถึงมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050

ด้าน Digital Platform OR พัฒนาแอปพลิเคชัน blueplus+ เพื่อยกระดับประสบการณ์และเชื่อมโยงบริการภายใต้ OR Ecosystem เข้ากับผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกแล้วกว่า 9.33 ล้านราย พร้อมทั้งนำระบบ SAP S/4HANA มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ OR ยังร่วมสร้างโอกาสให้สังคมและชุมชน ผ่านโครงการที่โดดเด่น อาทิ โครงการไทยเด็ด ที่สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชนกว่า 500 รายให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้า ผ่านเครือข่ายสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และแพลตฟอร์มของ OR และโครงการ Café Amazon for Chance ที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการและผู้ขาดโอกาสเข้ามาเป็นพนักงานร้านกาแฟ Café Amazon เพื่อสร้างอาชีพ รายได้ และการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันได้สนับสนุนการจ้างงานแล้วกว่า 460 อัตรา ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) เป็นการประเมินความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อใช้วัดผลการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทชั้นนำทั่วโลก โดยในปีล่าสุดมีบริษัทเข้าร่วมประเมินมากกว่า 9,200 แห่งทั่วโลก การได้รับการจัดอันดับดังกล่าวจึงสะท้อนศักยภาพในการบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากลของ OR

LPH งบปี 68 ฟอร์มแกร่ง บุ๊กกำไรกว่า 196 ลบ. พุ่ง 151.5% บอร์ดชงผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลหุ้นละ 0.10 บาท ขึ้น XD 29 เม.ย.นี้ พร้อมเปิดแผนปี 69 ปักหมุดรายได้ เติบโต 10%

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(23 กุมภาพันธ์ 2569)--------LPH ประกาศผลงานปี 2568 มีกำไรสุทธิรวมส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 196.6 ลบ. เติบโตขึ้น 151.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,614.3 ลบ. โต 7.3% จากปีก่อน โดยรายได้หลักจากการรักษาพยาบาลและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง บุ๊กส่วนแบ่งกำไรและปันผลงามจากบริษัทลูก AMARC พร้อมเปิดแผนปี 69 ปักหมุดรายได้โต 10% พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ รพ.จักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และรพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร เตรียมเปิดให้บริการปี 2570 รองรับคนไข้ไทยพรีเมียมและคนไข้ต่างชาติ เสริมแกร่งรายได้ให้ LPH เติบโตอย่างมั่นคง

ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 196.6 ล้านบาท เติบโตขึ้น 151.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,614.3 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7.3% จากปีก่อน ซึ่งมีรายได้รวม 2,436.2 ล้านบาท

โดยมีรายได้หลักจากการรักษาพยาบาลและบริการที่เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้มีรายได้จากการดำเนินงานในปี 2568 จำนวน 2,585.2 ล้านบาท เติบโต 7.6% แม้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้กิจการโรงพยาบาลเติบโตขึ้น 1.8% และรายได้จากโครงการประกันสังคมโต 8.2% เทียบกับปีก่อน จากการขยายขอบเขตการดูแลสุขภาพของโครงการประกันสังคม การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกันตน การเพิ่มค่าบริการและยาสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง รวมถึงการปรับขึ้นอัตราสำหรับผู้ป่วยโรคซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม รายได้รักษาพยาบาลยังคงได้รับผลกระทบจากการลดลงของผู้มาใช้บริการต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ กัมพูชา สืบเนื่องจากปัญหาต่อเนื่องของแนวชายแดน ลดลง 60% ขณะที่รายได้ลูกค้ากลุ่ม CLMV อื่น โดยเฉพาะจากประเทศเมียนมา เติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 65% รายได้ลูกค้ากลุ่มประเทศอาหรับยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 20% แม้อยู่ภายใต้นโยบายที่เข้มงวดในการส่งคนไข้ไปรักษานอกประเทศของกลุ่มประเทศอาหรับ

นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการให้บริการของบริษัทย่อย AMARC เพิ่มขึ้น 42.5% เทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มบริการตรวจวิเคราะห์ ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น จากการเติบโตของกลุ่มลูกค้าเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการตรวจวิเคราะห์คุณภาพมากขึ้น สอดรับกับความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น อนุมัติจ่ายเงินปันผลในงวดปี 2568 และกำไรสะสมเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 29 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 30 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พฤษภาคม 2569

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ เติบโต 10% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากคาดว่ารายได้ผู้ป่วยประกันสังคมจะเติบโต 2-3% ตามจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เข้าสู่ระบบมากขึ้น และคาดว่าผู้ป่วยทั่วไปชำระเงินเองจะเติบโต 10% สอดคล้องกับการให้ความสำคัญกับการรักษาโรคยากมากขึ้น และมองว่าอัตราการครองเตียงของผู้ป่วยในปี 2569 จะกลับมาอยู่ระดับที่สูงกว่าปี 2568 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 70% ซึ่งในปี 2568 ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากโรงพยาบาลรับผู้ป่วยเด็กน้อย โดยประเมินว่าเด็กน่าจะมีการป้องกันตัวด้วยการฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนไอพีดี (PCV) ป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุปอดอักเสบ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza), รวมถึงวัคซีนเสริม RSV เพื่อป้องกันไวรัส RSV รุนแรงในทารกและเด็กเล็ก เป็นต้น บวกกับผู้ปกครองดูแลสุขภาพบุตรหลานมากขึ้น ส่วนผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ปีนี้มีการพักรักษา (Admit) เป็นผู้ป่วยในน้อยลง เนื่องจากปัญหาระบบ Co-payment ที่ผู้ป่วยต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจ Admit น้อยลง

ขณะที่ประเมินว่าความสามารถในการทำกำไรจะดีขึ้น เนื่องจากมีส่วนแบ่งกำไร และการจ่ายเงินปันผลที่ดีมากจาก บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ 70% ของหุ้นทั้งหมด

ส่วนฐานสมาชิกผู้ป่วยประกันสังคม LPH มีฐานผู้ป่วยในระบบมากกว่า 190,000 ราย จากโควตาทั้งหมด 200,000 กว่าราย โดยที่ผ่านมาผู้ป่วยประกันตนปรับเพิ่มขึ้นทุกเดือน เนื่องจากผู้ป่วยในระบบเดิมมีความพึงพอใจในการเข้ารับการรักษาและผู้ป่วยใหม่เข้ามา เพราะมองเห็นศักยภาพในการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะโรคเฉพาะทาง นอกจากนี้ที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้มีการดึงแพทย์ที่มีชื่อเสียงโรคเฉพาะทางเข้ามารักษาผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยไทยมีการย้ายสิทธิมารักษามาที่โรงพยาบาลมากขึ้น

พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง คือ รพ.จักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และรพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร ได้มีการออกแบบเป็นอาคารสีเขียว (Green Building) เทรนด์รักษ์โลก และการปรับปรุงอาคารเก่าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ งบลงทุนอยู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท คาดว่าการก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางใหม่ 2 แห่ง พร้อมเปิดให้บริการปี 2570 หากการก่อสร้างแล้วเสร็จจะรองรับคนไข้ไทยพรีเมียมและคนไข้ต่างชาติ ซึ่งจะเป็นฐานรายได้สำคัญในกลุ่มผู้ป่วยเงินสดในอนาคตและจะทำให้ LPH เติบโตอย่างมั่นคง

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้