ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ ปรับขึ้น +7.68 จุด ปิดที่ 1438.09 มูลค่าซื้อขาย 5.1 หมื่นลบ. นำโดย DELTA, KTB, KBANK, GULF, TRUE ฯลฯ อย่างไรก็ดี มีการขายทำกำไรหลังราคาพุ่งขึ้นมามากใน AOT รวมถึงขาย PTTEP จากราคาน้ำมันอ่อนลงเมื่อสภาพอากาศอุ่นขึ้น สำหรับหุ้นที่มี money-in มาก 5 อันดับแรกเป็น BDMS, KBANK, TTB, GULF และ KTB ต่างชาติซื้อ-ขายพอๆกัน สถาบันในปท.ขายสุทธิ -3.5 พันลบ. รายย่อยซื้อสุทธิ +2.7 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นโลก: S&P Capital IQ ระบุว่าในเดือนก.พ.26 นักลงทุนหมุนเงินจากหุ้น Large-Cap ไปยังหุ้น Small-Cap หุ้นขนาดเล็กเริ่ม outperform กลุ่มซอฟต์แวร์เผชิญแรงขายจากความกังวลเรื่อง AI disruption นับเป็นช่วงของ “sector rotation” ชัดเจน จาก Large-cap → small-cap / valued-stock
- จับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐ-อิหร่านวันนี้ โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เริ่มการซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซวานนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมของ IRGC ต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงและการทหารที่อาจเกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่สหรัฐได้ส่งกองเรือขนาดใหญ่เข้าประจำการใกล้อิหร่าน
- ตลาดหุ้นสหรัฐ โภคภัณฑ์ และทองคำปิดทำการเนื่องในวันประธานาธิบดี ขณะเดียวกัน หลายตลาดหุ้นในเอเชียก็ปิดทำการเนื่องในวันตรุษจีน
- ดัชนีค่าเงิน US$ แข็งขึ้นเป็น 97.1; เงินบาทอ่อนเป็น 31.15 Bt/US$ ส่วน US bond yield 10 ปีถอยมาที่ 4.04% (บ่งชี้ว่ามีเงินโยกเข้ามายังตลาดตราสารหนี้) ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ทรงที่ 116.25 ดัชนี Baltic Dry Index เพิ่มเล็กน้อยเป็น 2,100
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- สศช.หรือสภาพัฒน์ประกาศจีดีพีไทย 4Q25 เติบโตดีกว่าตลาดคาด โดยขยายตัว 2.5% y/y (ตลาดคาด 1.4%) และโตเร่งตัวข้นึ จาก 1.2% y/y ใน 3Q25 ปัจจัยหนุน คือ การปรับตัวดีขึ้นของภาคนอกเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ แม้ว่าภาคส่งออกจะชะลอตัวลง สำหรับทั้งปี 2025 เศรษฐกิจไทยโต 2.4% ส่วนแนวโน้มปี 2026F สภาพัฒน์คาดเศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.5-2.5% ค่ากลาง 2.0% (เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 1.2-2.2%)
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์: กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทยมีจุดเด่นเรื่องความมั่นคงสูง จากฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง บริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี รวมไปถึง Valuation ยังจูงใจ โดย 5 แบงค์ใหญ่มี P/BV เฉลี่ยปี นี้ที่เพียง 0.8 เท่าและ ROE อยู่ที่ 10% ซึ่งถูกกว่ากลุ่มแบงค์ญี่ปุ่นที่ 1.5 เท่า/11%, กลุ่มแบงค์ยุโรปที่ 1.2 เท่า/9% ขณะที่กลุ่มแบงค์จีนมี P/BV ต่ำ 0.6 เท่า แต่ ROE ก็ต่ำมากเพียง 4.5% เท่านั้น นอกจากนั้น แบงค์ใหญ่ของไทยยังให้ Dividend yield ที่สูงระดับ 5-8% ต่อปี หุ้นแบงค์ใหญ่ที่เป็น Top picks ของฝ่ายวิจัยฯ DBSVTH เป็น SCB (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 159 บาท, คาด DY 8%), KBANK (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 205 บาท, คาด DY 6%) ส่วนแบงค์เล็ก เป็น KKP (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 83 บาท, คาด DY 6%)
กลยุทธ์: บนที่สูงมักมีลมแรงเป็นธรรมดา…ในระยะสั้นดัชนีอยู่ในโซนซื้อมากเกินไป และมี Divergence ในภาพเทคนิคระยะสั้น จึงมีโอกาสที่จะเกิดความผันผวน/หรือพักฐาน การอ่อนตัวมีแนวรับ 1430-1420, 1410-1400 โดย 1400 เป็นทั้งแนวจิตวิทยาและแนวฟิวเตอร์ที่ไม่ควรหลุด แนวต้าน 1440-1450, 1460-1470, 1480 ตามลำดับ
หุ้นพื้นฐานแนะนำ วันนี้ SCB – ฝ่ายวิจัยฯ DBSVTH คาดการณ์ DY ปี 25F-26F ไว้ที่ 11.30 บาท/หุ้น/ปี ณ ราคาปัจจุบันที่ 140 บาท คิดเป็น DY ประมาณ 8% ต่อปี ทั้งนี้ธนาคารได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 2 บาท/หุ้น คาดว่าจะจ่ายสำหรับ 2H25F อีก 9.30 บาท/หุ้น ซึ่งคิดเป็น Remaining DY ที่สูงถึง 6.6% ธนาคารมีฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่ง และบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี แนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 159 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829