Company Note
PLANB
สรุปประชุมนักวิเคราะห์ (13/2/26)
บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปี 2026 เติบโต 6-7% มาจาก 1) ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านเป้าหมายรายได้ประมาณ 7.8 – 8 พันล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปีที่แล้ว คาดอัตราการใช้สื่อ 75% และการขยายสื่อกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 3% โดยปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีจากการลงทุนใน Hello, VGI รวมถึงการเติบโตแบบ Organic จากสื่อในเครือ เช่น จอ The 20th, CTW360°, Central Park, Nextopia เป็นต้น 2) ธุรกิจ Engagement Marketing บริษัทตั้งเป้าเติบโตเป็น 2-2.2 พันล้านบาท โดยมีธุรกิจมวยไทยเติบโตเป็นหลัก และตั้งเป้ารายได้จากมวยไทยเกือบ 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการรับรู้รายได้จาก EPL และอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาสำหรับการถ่ายทอดสด Asian Games ในครึ่งปีหลังนี้
แม้เศรษฐกิจในปี 2026 อาจเติบโตต่ำกว่า 2% แต่บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพของสื่อ Out-of-Home (OOH) ซึ่งยังมีช่องทางการเติบโตคู่กับออนไลน์ โดยเฉพาะในเรื่อง Brand Safety ซึ่งสื่อ OOH สามารถควบคุมได้ดีกว่าสื่อออนไลน์ที่มีปัญหาสแกมเมอร์
รายละเอียดทางการเงินและงบดุล : บริษัทจะบันทึกค่าใช้จ่ายจากการลงทุนใน Hello ผ่านการจัดสรรค่าใช้จ่ายในต้นทุนขาย (COGS) ประมาณ 32 ล้านบาท/ปี ในช่วงปี 2026-2027 (คิดจากสัดส่วนหุ้น 50%) โดยหากในอนาคตถือหุ้นครบ 100% จะบันทึกเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 60 ล้านบาท/ปีไปจนถึงปี 2039 ส่วนรายการ PPE เพิ่มขึ้นจากการรวมมูลค่าของ Hello ขณะที่สิทธิในการใช้ (Right-of-Use Asset : ROU) ลดลงเล็กน้อยจากการเลือกไม่ต่อสัญญาบางพื้นที่ที่มีค่าเช่าแพงหรือผลงานไม่เป็นไปตามเป้า แต่บริษัทยืนยันว่า 95% ของสัญญายังคงต่ออายุได้
การควบรวมทีมและการทำงานร่วมกับ VGI บริษัทได้รวมทีมขายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยแบ่งเป็น One Impact ซึ่งเน้นการขายป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ทั่วประเทศ และ One Premium ซึ่งเน้นการขายสื่อในเครือ VGI เช่น รถไฟฟ้า BTS และจอในอาคารสำนักงานและที่พักอาศัย นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการขายสื่อแบบ Product Bundling เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์แบบครบวงจร รวมถึงการใช้ AI Automation เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น
ธุรกิจมวยและสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง รายได้จากมวยไทยในปี 2025 ประมาณ 880 ล้านบาท มีการเติบโตกว่า 50% YoY โดยส่วนใหญ่จะมาจากการขายตั๋ว (Ticketing) ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาทและสูงสุดที่ 10,000 บาท ปัจจุบันมีผู้ชมในสนามถึง 90% เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งมาจากหลายประเทศ เช่น อเมริกา, ยุโรป, ออสเตรเลีย, และจีน ส่วนในอนาคต บริษัทมีแผนที่จะมุ่งเน้นรายได้จากการขายสิทธิ์ถ่ายทอดสด (Broadcasting) ไปทั่วโลก ตามรอยธุรกิจ UFC บริษัทเน้นการสร้าง Immersive Experience ในการจัดงานแข่งขันมวยไทย โดยใช้ท่ามวยไทยและตัวละครวรรณคดีมาเล่าเรื่อง ซึ่งช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับผู้ชม
บริษัทยืนยันนโยบายการจ่ายปันผล (Dividend payout ratio) ขั้นต่ำ 50% แต่หากมีโอกาสในการลงทุนในธุรกิจที่มี IRR สูง ก็จะให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อเพิ่ม ROE
มุมมองของเรา : เป้าหมายรายได้ของบริษัทใกล้เคียงกับประมาณการของเรา ในภาพรวม บริษัทมีแผนการเติบโตที่หลากหลายและครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการขยายธุรกิจ OOH, การเติบโตใน Engagement Marketing, การใช้เทคโนโลยี AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพ, และการพัฒนาธุรกิจมวยไทยและสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งอย่างต่อเนื่อง. แนวทางการดำเนินงานเหล่านี้ทำให้บริษัทมีแนวโน้มเติบโตและมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับนักลงทุนในอนาคต
เติบโตต่อเนื่องและฐานรายได้ใหม่
เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26F มีโอกาสเพิ่มขึ้น YoY จากการขยายสื่อใหม่ แต่ลดลง QoQ จากไตรมาส 1 เป็นช่วง low season ของสื่อโฆษณานอกบ้าน เรายังคงประมาณการกำไรปี 2026F คาดอยู่ที่ 1,205 ล้านบาท (+10% YoY) จาก 1) ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านคาดรายได้เติบโต 5% สอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกบ้านที่ยังเติบโต เราคาด PLANB มีการขยายสื่อใหม่ 3% อัตราการใช้สื่อโฆษณาที่ 74% และคาดรับรู้รายได้จากบริหารสื่อให้กับ VGI คำนวณเป็น net margin 5% อยู่ที่ 100 ล้านบาท 2) ธุรกิจ Engagement Marketing คาดเพิ่มขึ้น +14% จากธุรกิจมวยที่คาดเพิ่มขึ้นเป็นหลัก และการบริหารสิทธิทางการตลาดของ EPL และ FA Cup ในไทยเป็นเวลา 3 ฤดูกาล (ส.ค.25–พ.ค.28) คาดรายได้รวม 200–300 ล้านบาท/ฤดูกาล โดยบริษัทจะบันทึกเป็นส่วนแบ่งรายได้แบบขั้นบันไดประมาณ -20–25% และคาดอัตราทำกำไรดีขึ้นจากการเข้าถือหุ้น Hello Bangkok 50% และคาดค่าใช้จ่ายในขายและการบริหารต่อรายได้ไม่เกิน 13% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท
ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.50 บาท
เรายังคงคำแนะนำให้ลงทุน ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง, Valuation น่าสนใจ เราคาดแนวโน้มผลประกอบการ PLANB ที่ทยอยฟื้นตัวและมีแรงหนุนจากทั้งธุรกิจสื่อนอกบ้านและ Engagement Marketing ขณะเดียวกัน Valuation ยังอยู่ในระดับน่าลงทุน เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER26F ราว 16x ต่ำกว่าระดับ historical PER -2SD และยังมี Div. Yield ปี 26F ราว 5.3% ช่วยเพิ่มความน่าสนใจเชิงผลตอบแทน ฐานะการเงินแข็งแกร่ง คาด Net D/E25F เพียง 0.1x รองรับการขยายธุรกิจและบริหารความผันผวนเศรษฐกิจได้ดี ความเสี่ยงหลัก : ยังคงเป็นภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่อาจกระทบการใช้จ่ายโฆษณา