Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX คาดรัฐบาลร่วม 3 พรรค (ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-กล้าธรรม) มีเสียง 327 ที่นั่ง (65%) จะตั้งได้กลางเมษายน 2569 ด้วยอุดมการณ์สอดคล้องและนโยบายเน้นกระตุ้นระยะสั้น+โครงสร้างพื้นฐาน-ขยายตัว GDP มี upside +0.12-0.5% ทำให้ GDP 2026 อาจโต 1.5-2.0%

83


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(9 กุมภาพันธ์ 2569)--------บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า สรุปสาระสำคัญ

สรุปประเด็นบทวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งทั่วไปไทย และญี่ปุ่น 8 ก.พ.: ผลต่อเศรษฐกิจ

บทวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งทั่วไปไทย 8 กุมภาพันธ์ 2569: ผลต่อเศรษฐกิจ การเงิน-การคลัง และตัวแปรทางการเงิน

จากการนับคะแนน 92% พรรคภูมิใจไทยนำเด็ดขาดด้วย 194 ที่นั่ง ตามด้วยประชาชน 116 ที่นั่ง เพื่อไทย 76 ที่นั่ง และกล้าธรรม 57 ที่นั่ง โดยชัยชนะมาจากกลยุทธ์รวมตัวกับตระกูลการเมืองท้องถิ่นและระบบ first-past-the-post แม้ popular vote เพียง 17%

InnovestX คาดการณ์รัฐบาลร่วม 3 พรรค (ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-กล้าธรรม) มีเสียง 327 ที่นั่ง (65%) จะตั้งได้กลางเมษายน 2569 ด้วยอุดมการณ์สอดคล้องและนโยบายเน้นกระตุ้นระยะสั้น+โครงสร้างพื้นฐาน
InnovestX ประเมินผลของรัฐบาลผสมสูตรดังกล่าวจะทำให้การขยายตัว GDP มี upside +0.12-0.5% ทำให้ GDP 2026 อาจโต 1.5-2.0% (เบื้องต้นมองว่ามี upside ประมาณ +0.3% หรือโต 1.7%) จากโครงการพักหนี้ คนละครึ่งพลัส ลดค่าไฟ รถไฟฟ้า 20 บาท Medical Hub และเมกะโปรเจกต์ คาดเงินเฟ้ออาจมี upside สู่ 0.2-0.5% (จาก 0%) ดอกเบี้ยลดได้ 2 ครั้ง ลงสู่ 0.75% (แต่อาจลดได้น้อยกว่าคาดจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ) ค่าเงิน 31.8-32.8/ดอลลาร์ (แต่อาจแข็งค่าได้มากกว่าคาดหากมีเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง)

ด้านเสถียรภาพการเมืองสูงมาก (ไม่มีวาระปฏิรูปท้าทายสถานะเดิม) แต่ความเสี่ยงการคลังปานกลาง โดยการขาดดุลอาจถึง 3.8-4.0% ของ GDP ในปี 2570-2574 อย่างไรก็ตาม การที่รักษาการรองนายกฯ และ รมว. คลังยืนยันกรอบวินัยการคลังที่จะลดการขาดดุลไม่เกิน 3% ในปี 2573 ทำให้หนี้สาธารณะอาจไม่หลุดกรอบเพดานที่ 70% ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรทรงตัวหรือลดลงบ้างในระยะต่อไป

ผลการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นวันที่ 8 ก.พ. 2026 ฝ่ายรัฐบาลนำโดย LDP สามารถคว้าเสียงระดับ Supermajority (≥ 2/3 ของสภาล่าง) ทำให้รัฐบาลสามารถผ่านกฎหมายได้แม้สภาสูงไม่เห็นชอบ (ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 59) และลดความเสี่ยงเชิงนโยบาย (policy execution risk) ลงอย่างมีนัยสำคัญ ชัยชนะนี้เปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกตามแนวคิด Sanaenomics โดยมีแนวโน้มเห็นการใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้นผ่านการสนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ (เช่น semiconductor และ supply chain), มาตรการกระตุ้นค่าจ้างและการบริโภคภายในประเทศ, นโยบายฟื้นฟูภูมิภาค และการเพิ่มงบกลาโหม

Fiscal expansion ที่ชัดขึ้นเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของเยน (imported inflation) ทำให้ Bank of Japan มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ behind the curve โดยระยะสั้นเงินเยนอาจอ่อนค่า แต่บริเวณใกล้ 160 เยน/ดอลลาร์ มีโอกาสเกิดการแทรกแซง ขณะที่ระยะกลางเยนยังมีโอกาสแข็งค่าหากการขึ้นดอกเบี้ยเกิดจริงขณะเดียวกัน ในระยะกลางเงินเยนยังมีโอกาสกลับมาแข็งค่า หาก BoJ เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่เราประเมินไว้

ด้าน Bond Yield ผลของ fiscal expansion และ BoJ faster tightening จะส่งผลทำให้ Bond Yield ปรับสูงขึ้นเชิงโครงสร้าง (ไม่ใช่แค่ Shock เหมือนในช่วงกลางเดือน ม.ค.) ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามคือหาก Bond Yield 10 ปีปรับสูงเกิน 2.6% ภายใต้ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจปัจจุบัน จะเป็นระดับที่สูงกว่าสมมติฐานในแผนการคลังระยะยาวของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น (ม.ค. 2026) และอาจทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ปรับเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งอาจก่อให้เกิด snowball effect ต่อทั้งตลาดพันธบัตรและค่าเงินเยน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นจะเพิ่มภาระดอกเบี้ยของภาครัฐ กระทบความเชื่อมั่นด้านฐานะการคลัง และนำไปสู่แรงกดดันต่อค่าเงินเพิ่มเติม

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

ไต่เส้น By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง แต่เกมหุ้นไทย ไต่เส้น เส้นกราฟ เคลื่อนไหว ตามแรงเก็งกำไร แรงขาย แรงซื้อ ซื้อมากกว่าขาย ...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้