Market Wrap-Up
- SET วันที่ 3 ก.พ.69 ปิด +14.69 จุด อยู่ที่ 1,336.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 57,100 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,551 ลบ.สถาบันซื้อ 1,760 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 38 ลบ. และรายย่อยขาย 3,273 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,287 ลบ. ซื้อ CPALL,PTT,TRUE,MINT,AOT และขาย SCB,ADVANC,PTTEP,DELTA,KBANK มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,831 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN03,SPALI,PTTGC โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 2,045 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 72,192 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 886 ลบ
Market View
- DJIA -0.34%, S&P500 -0.84%, Nasdaq -1.43% จากแรงขายกลุ่มเทคฯ -2.17% นำโดย Alphabet -1.2%, Amazon -1.8% ก่อนการรายงานงบในสัปดาห์นี้ ขณะที่ Anthropic เปิดตัวเชตบอต Claude AI ที่ใช้งานทางด้าน กม. บ่งชี้การแข่งขันในการพัฒนา AI มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่วนกลุ่มบริการสื่อสาร -1.28% และกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับลดลง หลัง Novo Nordisk -15% จากคาดการณ์ยอดขาย Wegovy ยาลดความอ้วนปีนี้มีแนวโน้มลดลง ขณะที่กลุ่มที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐ คือ พลังงาน +3.3%, วัสดุ +2% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันศุกร์นี้จะไม่มีรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ม.ค. หลังสำนักงานสถิติแรงงานของสหรัฐต้องปิดการทำงาน สาเหตุมาจากการปิดหน่วยงานราชการบางส่วน
- Stoxx600 ยุโรป +0.10% ได้แรงหนุนจากกลุ่มทรัพยากรพื้นฐาน +4.2%, พลังงาน +1.5% ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ และกลุ่มป้องกันประเทศ +0.5% ขณะที่กลุ่มสื่อโฆษณา -5.9% และบริษัทบริการด้านข้อมูล กม.เช่น RELX อังกฤษ -14.4%, Wolter Kluwer ของเนเธอร์แลนด์ -12.7% หลัง Claude AI เปิดตัวแชตบอตด้าน กม. โดยนักลงทุนรอรายงานงบ Q4/68 ของ บจ.ใน Stoxx600 ซึ่ง LSEG คาดกำไร -3.9% YoY ถูกกดดันภาษีศุลกากรและค่าเงินยูโรแข็งค่า และวันพรุ่งนี้ติดตามผลการประชุม ECB & BOE คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.0%, 3.85% ตามลำดับ
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ +3.92% ได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคารและเทคโนโลยี โดยนักลงทุนคาดพรรค LDP ของนายกซานาเอะจะชนะการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งมี ม.กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลังแบบขยายตัว ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +6.84% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Samsung Electronics, SK Hynix , กลุ่มป้องกันประเทศ และยานยนต์ Hyundai Motor เป็นการซื้อหุ้นคืนหลังกังวลต่อนโยบายการเงินของ ปธเฟดคนใหม่ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.29% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเหมืองแร่, ยุทโธปกรณ์และพลังงานสะอาด หลัง Ratingdog เผย PMI ภาคการผลิตจีน ม.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 3 & ธ.ค. 50.1 ขณะที่ ธ.กลางออสเตรเลียปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 % อยู่ที่ 3.85% หลังคาดการณ์เงินเฟ้อปี 69 ยังอยู่ที่ 3.7% และยังสูงกว่าเป้าหมายที่ 2 – 3 % จนถึงต้นปี 70
- SET วานนี้ +1.11% ปริมาณการซื้อขาย 7 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,551 ลบ. สถาบันซื้อ 1,760 ลบ.พอร์ตโบรกขาย 38 ลบ. และรายย่อยขาย 3,273 ลบ. ดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ นำโดย DELTA +3.5% ส่งผลบวกต่อดัชนี +6.86 จุด เป็นการฟื้นตัวตามกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชียเหนือ หลังวันศุกร์ที่ผ่านมากลุ่มเทค ฯ ของสหรัฐถูกแรงขายปรับพอร์ต หลัง ปธน.ทรัมป์เปิดตัวเควิน วอร์ช เป็นว่าที่ ปธ.เฟดคนใหม่ ซึ่งมีแนวนโยบายการเงินแบบตึงตัว ส่วนกลุ่ม ICT ก็ได้แรงหนุนหลัง ADVANC รายงานกำไร Q4/68 อยู่ที่ 1.42 หมื่น ลบ. +19%QoQ, +54%YoY ดีกว่าตลาดคาดไว้ +16.4% สาเหตุมาจากรายได้ทางฝั่ง Data เติบโตดี รวมถึงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี และมีการใช้ประโยชน์จากผลขาดทุนสะสมทางภาษี โดย ADVANC ได้ประกาศจ่ายปันผลปีนี้รวม 34.30 บาท/หุ้น ( ปันผลปกติ 15.30 บาท/หุ้น + ปันผลพิเศษ 19.00 บาท/หุ้น ) ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยว & ขนส่งก็ได้ปัจจัยหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนสัปดาห์ที่ผ่านมา +15.4% WoW และคาดยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยประเด็นสำคัญนักลงทุนยังรอผลการเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้ ว่าจะสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้รวดเร็วหรือไม่
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,320 – 1,330 แนวต้าน 1,345 คาดดัชนีทรงตัวระหว่างรอผลการเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้ ว่าจะสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็วหรือไม่ แนะนำทยอยซื้อหุ้นกลุ่ม Value Stock เช่น ADVANC,GULF,GPSC,PTT,SCC,CPALL เป็นกลุ่มเป้าหมายของ Fund Flow ต่างชาติ/ กลุ่มท่องเที่ยว เช่น MINT,CENTEL,ERW,CPN,AWC หลังจำนวนนักท่องเที่ยวจีน +15.4% WoW
- AWC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 2.74 บาท)แนวโน้มกำไรปกติ 4Q68 ดีขึ้น QoQ มีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เติบโตของกลุ่มธุรกิจโรงแรมตามฤดูกาล โดยโรงแรมระดับ Luxury และโรงแรมใหม่ที่พัทยา อัตราการเข้าพัก (Occ Rate) และรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (Rev Par) ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่โรงแรมในกลุ่ม MICE และโรงแรมในกรุงเทพฯ ติดลบน้อยลง ส่วนธุรกิจพื้นที่เช่าดีขึ้นจาก Asiatique ที่เปิด Jurassic World: The Experience และเครื่องเล่นใหม่ Sky Flyer ส่วนปี 69 เติบโตต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว Occ Rate และ RevPar ฟื้นตัวจากฐานต่ำ โดยมีแผนเปิดโรงแรมใหม่ 1 แห่งและ commercial 2 แห่ง ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรในปี 68-69 อยู่ที่ 5 พันล้านบาท และ 6 พันล้านบาท
- ADVANC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 0บาท) ประกาศกำไรสุทธิ 4Q68 +54%YoY, +19%QoQ มีแรงหนุนทั้งในเชิงรายได้ที่สูงขึ้นและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง โดยคาดฝั่งรายได้บวกจาก 1.การปลี่ยนถ่ายแพกเกจมือถือไปเป็น 5G และการอัพเกรดแพกเกจอินเตอร์เน็ต 2.การให้บริการลูกค้าองกรณ์(EDS, Cloud) 3.การขาย iPhone17 และ 4.ปัจจัยตามฤดูกาล ขณะที่ฝั่ง Cost คาดลดทั้งค่าเสื่อม และค่าใช้จ่ายโครงข่าย ทั้งนี้ ในภาพระยาวเรายังมีมุมมองบวกต่อธุรกิจ Data Center รวมถึงมีการประกาศจ่ายปันผลประจำปีที่ 8.41บาท/ต่อหุ้น และ ปันผลพิเศษ 19.00 บาท/หุ้น รวม 27.41 บาทต่อหุ้น
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI มี.ค. +$1.07 อยู่ที่ $63.21 / บาร์เรล, Brent มี.ค. +$1.03 อยู่ที่ $67.33/บาร์เรล หลังเครื่องบินขับไล่ F-35C ของสหรัฐได้ยิงทำลายโดรนของอิหร่านที่บินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐในทะเลอาหรับ โดยนักลงทุนรอผลการหารือระหว่างสหรัฐ – อิหร่านในวันศุกร์นี้
Gold Update(+) Comex Gold เม.ย.+$282.40 อยู่ที่ $4,935.00/ออนซ์ เริ่มมีแรงซื้อคืน หลังนักลงทุนยังไม่แน่ใจต่อนโยบายการเงินของว่าที่ ปธ.เฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช ที่เป็นสายเหยี่ยว รวมถึง CME Group ได้ปรับเพิ่มเกณฑ์การวางเงินประกันสำหรับการซื้อขายสัญญาโลหะมีค่า
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +3.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นไทย +49.17 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด -49.70 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +3.99 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 31.62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.28 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -96 จุด อยู่ที่ 2,028
(-) BitCoin เช้านี้ -3.22% อยู่ที่ 76,461 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่1 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
(ก.พ.)
ต่างประเทศ
02 ก.พ. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (ม.ค.)
03 ก.พ. US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (ธ.ค.)
04 ก.พ. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) (ม.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (ม.ค.)
US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)(ม.ค.)
05 ก.พ. EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป
US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
06 ก.พ. US อัตราการว่างงาน (ม.ค.)
US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (ม.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, ERW*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th