Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

91

 

หลายปัจจัยเริ่มผ่อนคลาย ส่งผลหุ้นดีดเด้ง


HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นราว 0.5% – 1.1% ขณะที่ DOLLAR INDEXขยับขึ้นยืนเหนือ 97.6 จุด ตามการดีดตัวของ BOND YIELD สหรัฐฯ ราว 1% โดยอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.3% หลังสหรัฐฯ เผยดัชนีภาคการผลิต ISM เดือน ม.ค. 2026เพิ่มเป็น 52.6 จาก 47.9 ซึ่งขยายตัวแรงที่สุดตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการบริษัทกำลังฟื้นจริง แต่ตลาดการเงินกำลังลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ FED ในระยะใกล้นี้
• ปธน.ทรัมป์ ประกาศปรับลดภาษีศุลกากรต่ออินเดียจาก 25% เหลือ 18% หลังอินเดียตกลงหยุดซื้อน้ำมันรัสเซีย และจะเก็บภาษี 0% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ
• ราคาน้ำมันดิบ BRENT ร่วงลงแรง -5.7%MTD หลังเห็นสัญญาณความขัดแย้งระหว่างประเทศดูผ่อนคลายลงจากการหันหน้าสู่โต๊ะเจรจา


REGION RADAR
• PALANTIR TECHNOLOGIES (PLTR US) +6% ในช่วง AFTERHOURS หลังบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีรายได้อยู่ที่ $1.40 พันล้าน +70% YOY (สูงกว่าคาด5.4%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ $0.25 +79% YOY (สูงกว่าคาด 9.2%)
• TAL EDUCATION (TAL US) รานงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีบัญชี 2026 โดยมีรายได้อยู่ที่ $770 ล้าน +27% YOY (ต่ำกว่าคาด1.8%) ขณะที่ EPS มีกำไรอยู่ท25 +316% YOY (สูงกว่าคาด244%) แนะนำเก็งกำไร TAL EDUCATION (TAL US)


THAI FOCUS
• เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 3Q68 โดยการฟื้นตัวในไตรมาส 4 เป็นสัญญาณการกลับตัวแบบ "U-SHAPE" หรือค่อยๆ ฟื้นตัวและลดความเสี่ยงการเกิด TECHNICAL RECESSION
• สำหรับปี 2569 คาดว่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจไทย ขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยมีแรงส่งหลักจากการส่งออกที่ฟื้นตามวัฏจักรโลก การท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง และเม็ดเงินภาครัฐที่อัดฉีดเข้าสู่ระบบในช่วง 2H69ซึ่งน่าจะช่วยดึง GDP ให้เติบโตได้สูงกว่าปี 2568


SYNAPSE STRATEGY เทียบผลตอบแทนสินทรัพย์ต่างๆ ในวานนี้
• กำไร 4Q68F คาดอยู่ที่ 2.3 แสนล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลจาก 206บริษัท หรือ 75% ของ MARKET CAP) เติบโต 61%YOY เนื่องจากฐานต่ำเมื่อปีก่อน โดยคาดมีกลุ่มเด่น (เติบโตทั้ง YOY & QOQ):ได้แก่ AGRI, MEDIA, COMM, PKG, TRANS, ENERG และ FIN
• ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะโตทั้ง YOY และ QOQ และมี DIVIDEND YIELDที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ORI SC SIRI กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค PTT BCP GULF BGRIM กลุ่มพาณิชย์และสื่อCRC COM7 PLANB MAJOR

 


HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยแวดล้อมมีโอกาสพลิกได้เสมอ
วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นราว 0.5% –1.1% ขณะที่ DOLLAR INDEX ขยับขึ้นยืนเหนือ 97.6 จุด ตามการดีดตัวของ BOND YIELD สหรัฐฯ ราว 1% โดยอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.3% หลังสหรัฐฯ เผยดัชนีภาคการผลิต ISM เดือน ม.ค. 2026 เพิ่มเป็น 52.6 จาก 47.9 ซึ่งขยายตัวแรงที่สุดตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนความหวังว่า
เศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการบริษัทกำลังฟื้นจริง แต่ตลาดการเงินกำลังลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของFED ในระยะใกล้นี้อีกหนึ่งประเด็นคือ ปธน.ทรัมป์ประกาศปรับลดภาษีศุลกากรต่ออินเดียจาก 25% เหลือ 18% หลังอินเดียตกลงหยุดซื้อน้ำมันรัสเซีย และจะเก็บภาษีในอัตรา 0% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ รวมถึงจะซื้อสินค้าและพลังงานสหรัฐฯ มูลค่าราว500,000 ล้านดอลลาร์ อาทิเทคโนโลยี เกษตร พลังงาน ถ่านหิน เป็นต้น ซึ่งถือเป็นข้อตกลงที่ช่วยลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ


สำหรับราคาน้ำมันดิบ BRENT ร่วงลงแรง -5.7%MTD หลังเห็นสัญญาณความขัดแย้งระหว่างประเทศดูผ่อนคลายลงจากการหันหน้าสู่โต๊ะเจรจา มีทั้งสหรัฐ-อิหร่านเตรียมเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ตุรกีในศุกร์ที่ 6 ก.พ.2026 รวมถึงยูเครน-สหรัฐฯ-รัสเซีย จ่อหารือไตรภาคีรอบสองในวันที่4-5 ก.พ.นี้อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาล้มเหลว อาจผลักให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจาก GEOPOLITICAL RISK ที่ทวีความรุนแรง ถือเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ราคาน้ำมันดีดตัว


REGION RADAR
PALANTIR ประกาศงบออกมาแข็งแกร่งหนุนจากงานภาครัฐและเอกชนที่โตแรง
PALANTIR (PLTR US) +6% ในช่วง AFTER-HOURS หลังบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีรายได้อยู่ที่ $1.40 พันล้าน +70% YOY (สูงกว่าคาด 5.4%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ $0.25 +79% YOY(สูงกว่าคาด 9.2%) หนุนจากรายได้ของธุรกิจจากงานภาครัฐ +66% YOY และงานภาคเอกชน +137% YOY
นอกจากนี้ บริษัทคาดรายได้ในปี 2026 จะมีการเพิ่มขึ้น 61% YOY

 

TAL EDUCATION รายงานกำไรเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี
TAL EDUCATION (TAL US) รานงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีบัญชี 2026 โดยมีรายได้อยู่ที่ $770 ล้าน
+27% YOY (ต่ำกว่าคาด 1.8%) ขณะที่ EPS มีกำไรอยู่ที่ $0.25 +316% YOY (สูงกว่าคาด 244%) นอกจากนี้บริษัทได้มีการซื้อหุ้นคืนราว $620 ล้าน ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 8.5% ของ MARKET CAPและบริษัทยังเหลือวงเงินในการซื้อหุ้นคืนอีกราว$440 ล้าน โดยจะสิ้นสุดในช่วงเดือน ก.ค. 2026


THAI FOCUS
เศรษฐกิจไทยส่งท้ายปี 68 รอดพ้น TECHNICAL RECESSION สู่ความหวังฟื้นตัวชัดเจนในปี2569
ข้อมูลไตรมาสที่ 4 ปี 2568 แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยหลายแรงส่ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ที่หดตัวลง (-0.6% QOQ)
การเบิกจ่ายภาครัฐและการท่องเที่ยว โดยการใช้จ่ายรัฐบาลกลางที่พุ่งสูงถึง +25.2% ตัวเลขนี้สะท้อนว่าปัญหาความล่าช้าของงบประมาณในช่วงก่อนหน้าได้รับการแก้ไขแล้ว และเม็ดเงินภาครัฐกำลังไหลเข้าสู่ระบบ ประกอบกับรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวตามฤดูกาล (HIGH SEASON)ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้า(ไม่รวมทองคำ) ยังขยายตัวได้ดีขึ้น (+1.3%) โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตร สอดคล้องกับภาคการผลิตอุตสาหกรรมที่กลับสู่ภาวะปกติหลังจากมีการปิดซ่อมบำรุงในช่วงก่อนหน้า แม้ว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะติดลบ (-0.28%) ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนพลังงานหรืออาหารสดที่ลดลง แต่การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวได้ (+2.5%)แสดงว่ากำลังซื้อในประเทศยังไม่ซบเซามากนัก

ขณะที่ทาง BLOOMBERG คาดการณ์ว่า ไทยจะรอดพ้นจาก TECHNICAL RECESSION โดย GDP ของไทยในไตรมาส 4Q68 คาดว่าจะกลับมาขยายตัวได้ที่ +0.2%QOQ ซึ่งเป็นการดีดตัวกลับจากที่ติดลบในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีความเสี่ยงที่จะเกิด RECESSION ในอีก 1 ปีข้างหน้าเพียงแค่ 15% เท่านั้น


ส่วน GDP ปี 2569 คาดว่าจะเป็นปีที่ฟื้นตัวแบบช้าๆ แต่ชัวร์ หลายสำนักเศรษฐกิจให้เติบโตไว้ 1.5-1.6% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อน คือ ภาคการส่งออกและท่องเที่ยว ตามกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังส่งออกได้โตต่อและจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นขาขึ้น สิ่งนี้น่าจะลากยาวไปถึงปี 69 ถ้าไม่มีเหตุการณ์ปัจจัยภายนอกมากดดัน


SYNAPSE STRATEGY
เจาะลึกกำไรบริษัทจดทะเบียน 4Q68 เห็นสัญญาณฟื้นตัวและกลยุทธ์คัดหุ้นแกร่งรับต้นปี
เมื่อมีการเปิดเผยประมาณการกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประจำ 4Q68F ออกมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาพการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยจากการรวบรวมข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน 206 บริษัท(คิดเป็น 75% ของ MARKET CAP ทั้งหมด) คาดการณ์กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 232,390 ล้านบาท เติบโตแรง+61%YOY จากฐานที่ต่ำเมื่อปีก่อน แต่ชะลอตัว -5.5%QOQ หากพิจารณารายกลุ่มอุตสาหกรรม มีหลายกลุ่มที่ดูดีกลุ่มที่โตทั้ง QOQ และ YOY: AGRI , MEDIA, COMM, PKG, TRANS, ENERG, FIN ดังรูปด้านล่าง

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะโตทั้ง YOY และ QOQ และมี DIVIDEND YIELD ที่น่าสนใจ ได้แก่
• กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: ORI (ปันผล 8.4%), SC (ปันผล 9.2%), SIRI (ปันผล 8.8%)
• กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค: PTT (ปันผล 6.2%), BCP (ปันผล 4.0%), GULF (ปันผล 2.7%), และBGRIM (ปันผล 4.7%),
• กลุ่มพาณิชย์และสื่อ: CRC(ปันผล 5.7%), COM7(ปันผล 4.8%), PLANB(ปันผล 4.9%) และ MAJOR(ปันผล 9.1%)
ขณะที่มองไปข้างหน้าในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ข้อมูลสถิติย้อนหลัง 5 ปีระบุว่ามีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมักจะทำผลงานได้ดีที่สุดในช่วงนี้ได้แก่ AUTO BANK CONS FIN ICT MEDIA PETRO ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีในการเริ่มสะสมหุ้นในกลุ่มเหล่านี้ ในยามที่ราคาดัชนียังไม่ตอบสนองเชิงบวก

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ลงแล้วเด้ง By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ถอดรหัสหุ้น ลงแล้วเด้ง ดีกว่าลงแล้วไปลับ ลาลับ...ภาพรวม รวมของตลาดหุ้นไทย ตอนนี้ ต้องอาศัยแรงซื้อ ....

มัลติมีเดีย

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้