สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 2 กุมภาพันธ์ 2569)---------วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้าร่วมเวทีสาธารณะด้านหลักนิติธรรม (The Rule of Law Special Forum) ในหัวข้อ “Reinvent Thailand — Reform the Rule of Law” ยกระดับหลักนิติธรรม — ยกเครื่องประเทศไทย ณ ห้อง Conference Hall ชั้น 2 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข วันนี้ "การคอร์รัปชันเชิงระบบ" และความไม่เสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงกฎระเบียบที่ล้าสมัย กำลังทำให้โครงสร้างทั้งประเทศ “ถดถอย” จนน่ากังวล จึงต้องเริ่ม “ติดกระดุมเม็ดแรก” ให้ถูกต้อง
ดังนั้น เครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) และสำนักข่าว THE STANDARD จึงจัดเวทีเจาะลึกวิสัยทัศน์ของแต่ละพรรคการเมือง ประกอบด้วยนายจาตุรนต์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย ดร. พรชัย มาระเนตร์ พรรคประชาธิปัตย์ และนางเพียงพนอ บุญกล่ำ พรรคประชาชน ว่าพวกเขามองปัญหาที่ฉุดรั้งประเทศ และมีคำมั่นสัญญาที่จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านหลักนิติธรรมอย่างไร เพื่อมุ่งสร้างพื้นฐานแห่งความยั่งยืน ด้วยการฝังราก “หลักนิติธรรม” ให้ผู้บริหารประเทศรุ่นต่อไป
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ประเทศไทยมีกฎหมายกว่าแสนฉบับ นับเป็นปัญหาที่ไม่เคยถูกแก้ไขอย่างแท้จริง และสะท้อนให้เห็นต่อเนื่องมาหลายปี จนเกิดการสะสมของปัญหา กลายเป็นต้นทุนแฝง และบั่นทอนผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายและทำความดี ขณะเดียวกันกลับเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่ไม่สุจริต ส่งผลให้ประเทศชะงักงัน เสื่อมถอย และไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้
เพื่อยกระดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศ นายเกรียงไกรได้ตั้งคำถามต่อพรรคการเมืองว่า หากได้เป็นรัฐบาล ในช่วง 100 วันแรกหลังเข้าบริหารประเทศ จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร และกฎหมายหรือกฎระเบียบใดที่จะถูกนำมาปรับปรุงเป็นลำดับแรก
ด้านนายพรชัย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีแนวคิดผลักดันกฎหมาย 1 ฉบับในลักษณะกฎหมายแม่บท (Super Act) เพื่อปรับโครงสร้างและทบทวนระบบกฎหมายของประเทศใหม่ทั้งระบบ (Reinvent และ Rethink ประเทศไทย) โดยมุ่งสู่การเป็นระบบ One Stop Service และยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัย
ในช่วง 100 วันแรก กฎหมายแม่บทดังกล่าวจะถูกผลักดันออกมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่นางเพียงพนอ กล่าวว่า ในกรอบการปฏิรูปภาครัฐ พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกฎหมาย โดยมองว่าภาครัฐควรมีบทบาทหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1) เป็นพันธมิตรกับภาคส่วนต่างๆ 2) ทำหน้าที่เป็นผู้เอื้ออำนวยและประสานการทำงาน และ 3) เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ “กีโยติน” กฎหมายที่ล้าสมัย
นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องปรับปรุงระบบการทำงานของภาครัฐ แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเดิม ปลดล็อกอุปสรรค และส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน แทนการทำงานแบบแยกส่วน
ด้านนายจาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวทางจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและภาคส่วนอื่นๆ อย่างรอบด้าน เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ และนำมาตรฐานสากลมาเป็นกรอบในการกำหนดนโยบาย
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบเพื่อป้องกันการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และสร้างกลไกคุ้มครองที่เข้มแข็ง เพื่อป้องกันปัญหาทุนสีเทาและการบิดเบือนระบบเศรษฐกิจ
นายเกรียงไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า "เวทีนี้เป็นเวทีที่มีความจริงจังอย่างยิ่ง เพราะอนาคตของประเทศอยู่ในมือของพวกเราทุกคน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ในนามของ กกร. วันนี้เราได้เห็นพ้องต้องกันว่า เราอยากให้ทุกคนอยู่รอด และประเทศต้องอยู่รอด ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand
คอร์รัปชัน คือ มะเร็งร้ายของประเทศ ที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Reinvent Thailand จะไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน ทั้งประชาชน พรรคการเมือง และทุกภาคส่วนของสังคม
ยิ่งไปกว่านั้น กกร. ได้ตั้งแคมเปญ “กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption” ดังนั้น เราจะไม่ยอมทนต่อสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป และจะร่วมมือกันพลิกฟื้น สร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประเทศที่พวกเราทุกคนคาดหวังอีกครั้ง"