Company Note
Prima Marine
ข้อมูลจาก TISCO Corporate Day ยืนยันปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทจากการขยายกองเรืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยผลักดันกำไรให้เติบโตต่อในปี 2026
ปี 2025 ดีแต่ยังไม่สุดเพราะได้รับผลกระทบจากบาทแข็งและปัญหากัมพูชา
บริษัทเผยปี 2025 เป็นปีที่ดีจากการเพิ่มเรือ 6 ลำทำให้จำนวนเรือทั้งหมดของบริษัทในช่วงปลายปีเพิ่มขึ้นจาก 64 เป็น 70 ลำ ทยอยเข้ามาทั้งปี อย่างไรก็ตามบริษัทได้รับผลกระทบจากปัญหาไทยกัมพูชาและค่าเงินบาทที่แข็งค่าเพราะรายได้จากธุรกิจ COC, FSU และ OSV คิดเป็นประมาณ 60-65% ของรายได้ทั้งหมดเป็น US Dollar ประกอบกับบริษัทมีเงินฝากประมาณ 30-35 ล้านเหรียญด้วยทำให้บริษัทจะต้องบันทึก Unrealized FX loss ในส่วนนี้ด้วย
กำไรปี 2026 มีแรงหนุนจากจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้นและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
ในปีนี้คาดกำไรเติบโตต่อจากจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้น โดยในปีนี้จะมีรับเรือ 5 ลำ เป็นเรือเคมี 2 ลำที่จะรับในเดือนก.พ.และมี.ค. และเรือ PCT ที่สั่งต่อไป 3 ลำที่จะทยอยรับในเดือนก.ค.-ก.ย.ทดแทนเรือที่จะปลดระวาง 3 ลำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและอัตราค่าเช่ารวมถึงขนาดเรือที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลบวกต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท (ทำให้ยังเหลือเรือ PCT ที่สั่งต่อใหม่อีก 3 ลำจะรับในปี 2027 ทดแทนเรือที่จะปลดระวาง 2 ลำ) รวมถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตของเรือที่บริษัททยอยรับเข้ามาตลอดปี 2025 ที่จะเพิ่มขึ้นจากการให้บริการเต็มปี อีกทั้งเรือ COC ปีที่แล้วมีเข้าอู่แห้ง 2 ลำแต่ในปีนี้ไม่มีเข้าอู่ นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการลงทุนเพิ่มอีกซึ่งจะเป็นปัจจัยผลักดันกำไรหลังจากปี 2026 ไป เช่น ซื้อเรือขน LPG และเรือเคมีมือสองเพิ่ม รวมถึงสั่งเรือ OSV ลำใหม่ และศูนย์ฝึกอบรมลูกเรือและโครงการจัดการขยะหมุนเวียน ทั้งนี้หากพิจารณาจากสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท (Net D/E ณ สิ้น 3Q25 ที่ 0.5x) บริษัทยังมีความสามารถในการกู้เพิ่มได้อีกมาก
คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 10 บาท
เรายังคงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายที่ 10 บาท โดยอิงจาก PER ปี 2025F ที่ 9 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีไว้ และเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” PRM เนื่องจากแนวโน้มยังดี ราคาหุ้นยังถูก และปันผลดี ปัจจัยเสี่ยงคือความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งอาจกระทบต่อดีมานด์การใช้เรือและต้นทุนดำเนินงาน และบาทแข็ง โดยทุก 1 บาท/US$ ที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบรายได้ 40 ล้านบาท/ไตรมาส