Today’s NEWS FEED

News Feed

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประชุม FOMC วันที่ 27-28 ม.ค. เฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ส่งสัญญาณมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น

73


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 29 มกราคม 2569)----------ในการประชุม FOMC วันที่ 27-28 ม.ค. 2568 เฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ที่ 10 ต่อ 2 เสียง คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

• เฟดส่งสัญญาณมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น โดยระบุว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่งและตลาดแรงงานเริ่มทรงตัว ขณะที่เงินเฟ้อยังคงสูงกว่ากรอบเป้าหมาย เทียบกับการประชุมรอบก่อนหน้าที่ระบุว่าเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงและอัตราว่างงานปรับสูงขึ้น สะท้อนมุมมองของเฟดล่าสุดว่าเสถียรภาพด้านราคาและการจ้างงานเริ่มเข้าสู่ความสมดุลมากขึ้น

• คณะกรรมการเฟดยังมีความเห็นแตกต่างกัน โดยผู้ว่าการเฟด Stephen Miran และ Christopher Waller สนับสนุนให้ลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ สะท้อนว่ามีกรรมการบางส่วนมองว่านโยบายการเงินควรผ่อนคลายมากกว่านี้ เพื่อป้องกันต่อความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอลงมากกว่าคาด

• นอกจากนี้ ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ได้เน้นย้ำเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางจากแรงกดดันทางการเมือง โดยระบุว่า การกำหนดนโยบายการเงินของเฟดจะยึดตามข้อมูลเศรษฐกิจและการประเมินความเสี่ยงต่อเป้าหมายเงินเฟ้อและการจ้างงานเป็นหลัก

• หลังการประกาศผลการประชุม FOMC ตลาดการเงินไม่ได้ตอบสนองอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ค่อนข้างทรงตัว ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับสูงสุดของวัน ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent แสดงจุดยืนสนับสนุนนโยบายดอลลาร์ฯ แข็งค่า ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าจากการส่งสัญญาณของเฟด เฟดมีแนวโน้มหยุดพักการปรับลดดอกเบี้ย และเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปเป็นช่วงกลางปีเป็นต้นไป เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งแรกของปีมีแนวโน้มยังได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของครัวเรือนรายได้สูง ท่ามกลางภาวะตลาดการเงินที่ปรับตัวดีขึ้น การลงทุนด้าน AI ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงเม็ดเงินคืนภาษีจากมาตรการลดภาษีภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของเฟดอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าและนโยบายการย้ายถิ่นที่เข้มงวดขึ้นจะยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เงินเฟ้อยังคาอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความเสี่ยงจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมที่ยังมีอยู่

นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ มีความเสี่ยงเผชิญภาวะ Government Shutdown อีกครั้งในช่วงต้นเดือนก.พ. 2569 ซึ่งอาจส่งผลให้เฟดขาดข้อมูลทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี Government Shutdown ในรอบนี้คาดว่าจะกระทบเฉพาะบางหน่วยงาน เช่น กระทรวงแรงงาน ซึ่งอาจทำให้การเผยแพร่ข้อมูลตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ (CPI) ล่าช้าหรือหยุดชะงัก และส่งผลให้เฟดขาดข้อมูลสำคัญในการประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยในระยะถัดไป
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า เฟดอาจพิจารณาปรับลดดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในช่วงกลางปีเป็นต้นไป เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

• การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงในระยะข้างหน้า จากรายได้ที่ถูกกดดันและต้นทุนการครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนจากพฤติกรรมที่ผู้บริโภคต้องดึงเงินออมออกมาใช้เพื่อพยุงการใช้จ่าย ขณะที่ตลาดแรงงานมีแนวโน้มอ่อนแรงลง โดยอัตราการว่างงานอาจทยอยปรับสูงขึ้น

• วาระของเจอโรม พาวเวลล์จะสิ้นสุดลงในเดือนพ.ค. 2569 ซึ่งผู้ว่าการเฟดคนใหม่และโครงสร้างคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้มีแนวโน้มเอนเอียงไปทางสายผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้ของ Rick Rieder ในการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดคนใหม่มากที่สุด ตามมาด้วย Kevin Warsh โดย Rick Rieder ถูกมองว่ามีจุดยืนด้านนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย (dovish) มากที่สุดในแคนดิเดตทั้งหมด ส่งผลให้โอกาสลดดอกเบี้ยในครึ่งหลังของปีมีมากขึ้น

• อย่างไรก็ดี จังหวะการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดคงขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ออกมาเป็นสำคัญ ซึ่งหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวดีกว่าคาด และตลาดแรงงานไม่ได้ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาดและสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงเร็วกว่าคาดคงมีมากขึ้น

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้