Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

87

 

แนวโน้มสินทรัพย์ต่างประเทศ Sentiment ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แย่ลง สวนทางไทยที่ฟื้นแรง
KEY FINDINGS:

 

สหรัฐฯ: ดัชนี S&P500 แกว่งตัวผันผวนจากประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนแรงขึ้น ขณะที่เครื่องมือชี้วัดภาวะอารมณ์ตลาด (Sentiment Indicators) ส่งสัญญาณอ่อนแองลง โดยดัชนี Fear & Greed Index ปรับลงจากโซน Greed สู่โซน Neutral สอดคล้องกับผลสำรวจ AAII ที่มี Bull-Bear Spread ลดลง


ไทย: ดัชนี SET รีบาวด์ได้อย่างแข็งแกร่ง สอดคล้องกับมาตรวัด BLS Greed & Fear Barometer ที่ฟื้นตัวขึ้นจากโซน Fear สู่โซน Neutral โดยคะแนนปรับเพิ่มขึ้นจาก 36 คะแนนสู่ 46 คะแนน


US MARKET SENTIMENT TRACKER:
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งตัวผันผวนจากประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนแรงขึ้น เครื่องมือชี้วัด Sentiment ส่งสัญญาณแย่ลงอีกครั้ง หลังจากที่ฟื้นตัวขึ้นในสัปดาห์ก่อนหน้า โดย CNN Fear & Greed Index ปรับลงจากโซน Greed ที่ระดับคะแนน 61 จุด สู่โซน Neutral ที่คะแนน 51 จุด ฉุดจากองค์ประกอบด้าน Market Momentum ที่แย่ลง และ Put/Call Ratio ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 0.69 เท่าสู่ 0.73 เท่า สะท้อนว่านักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง ผ่านการเปิดสถานะการ Hedging หรือซื้อประกันความเสี่ยงจากตลาดขาลงมากขึ้น


ส่วนผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนของ AAII สะท้อนถึงมุมมองเชิงลบต่อตลาดในช่วง 6 เดือนข้างหน้าที่เพิ่มขึ้น โดยมุมมองฝั่ง Bullish ลดลง 6.3% จาก 49.5% เหลือ 43.2% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 37.5%) ขณะที่มุมมองฝั่ง Bearish เพิ่มขึ้น 4.5% จาก 28.2% เป็น 32.7% (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 31.0%) ส่งผลให้ Bull-Bear Spread ปรับตัวลดลงจาก 21.3% สู่ระดับ 10.5%


THAI MARKET SENTIMENT TRACKER:
ในส่วนของตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET รีบาวด์แรงในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สอดคล้องกับมาตรวัด BLS Greed & Fear Barometer ที่ฟื้นตัวได้เป็นการฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 11 สัปดาห์ จากโซน Fear เข้าสู่โซน Neutral คะแนนปรับเพิ่มขึ้นจาก 36 คะแนนเป็น 46 คะแนน หนุนจากการฟื้นตัวของหลายองค์ประกอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนี Bull-to-bear ที่ปรับขึ้นจาก 45.6% เป็น 72.6% ดัชนี Momentum Strength ที่ปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากระดับ -8.2 เป็น +11.2 ซึ่งเป็นการเข้าสู่โซน Positive เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 รวมถึง Market Breadth ที่ยังคงขยับขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

 

IMPLICATION:
Sentiment Indicator ของตลาดหุ้นสหรัฐอ่อนแอลง พร้อมๆกับดัชนีที่แกว่งตัวผันผวนท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่คอยกดดัน อย่างไรก็ตามองค์ประกอบย่อยบางตัวยังคงปรับตัวดีขึ้น อาทิ Market Breadth ที่ยังคงขยับขึ้นได้จากสัปดาห์ก่อนหน้า รวมถึง Net new 52-week highs and lows ที่ยังคงปรับเพิ่มขึ้นได้ เราจึงคาดว่าตลาดยังคงพร้อมที่จะรีบาวด์ หากปัจจัยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันบรรยากาศการลงทุนนั้นคลี่คลายลง


สำหรับตลาดหุ้นไทย บรรยากาศการลงทุนเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกสะท้อนผ่าน Sentiment Indicator แม้ดัชนี Bull-to-bear จะปรับตัวขึ้นแตะกรอบบนซึ่งเป็นจุดที่ต้องระมัดระวัง แต่องค์ประกอบพื้นฐานด้านอื่นยังคงแข็งแกร่ง จึงประเมินว่าการพักตัวของ SET Index จะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น ก่อนกลับสู่เทรนด์ขาขึ้นหลักเพื่อมุ่งหน้าทดสอบแนวต้านระดับ 1,350 จุดในระยะถัดไป


สรุปภาพตลาดวานนี้
SET ขึ้นอยู่ดีๆ ก็มีเซอร์ไพร์ส โดย TRUE ที่ดิ่งแรงกว่า 15% ภาคบ่าย หลังประกาศข่าว Telenor ขายหุ้นให้ บ. คุณศุภชัย ซึ่งทำให้ตลาดกังวลการเปลี่ยนแปลงการบริหารหลังจากนี้ และก็เรื่องเงินทุนจึงลามไปกลุ่ม CP อย่าง CPALL CPAXT ลงด้วย ขณะที่กลุ่มบวกสวนตลาด DELTA และธนาคาร เป็นตัวหลัก


แนวโน้มตลาดวันนี้
ขึ้นได้ก็มีลงบ้าง: ไม่ได้น่ากังวล
เราไม่ได้กังวลต่อแรงขายทำกำไรหุ้นไทยเมื่อวานนี้ แม้จะมีเคสใหม่ คือ กลุ่มเทเลนอร์ ขายหุ้น TRUE ให้กับ “อไรซ์ เวนเจอร์สฯ” ซึ่งสร้างความกังวลต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ทรู คอร์ป กดดันราคาหุ้น TRUE ร่วงแรง ขณะที่บรรยากาศลงทุนหุ้นอื่นๆที่ขึ้นมาได้ดีกว่าตลาดรอบนี้ก็เริ่มมีแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่เรามองว่าเป็นแค่การพักฐานตามแนวต้าน จากการแรลรี่ โดยยังไม่ได้มีประเด็นที่น่ากังวล...


คาดหุ้นไทยช่วงนี้ หลุดพ้นจากอิทธิพลตลาดหุ้นโลก คือ ขึ้นลง อาจไม่ได้สอดคล้องกัน และหุ้นไทยจะเล่นรอบด้วยการหมุนกลุ่ม หรือ Sector rotation เราคงคำแนะนำเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่ม พลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมัน โรงกลั่น ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์ และพ่วงด้วยหุ้นภาคบริการ และเน้นไปที่การ ซื้อแล้วถือ และ คอยเฝ้าพฤติกรรมราคาหุ้นที่เราแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งติดตามประเด็นที่มีผลบวกหรือลบ ต่อราคาหุ้นที่เราแนะนำ เพื่อตัดสินใจที่จะถือต่อ หรือ ขาย


กลยุทธ์การลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ “รอ” สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง ไม่ไล่ราคา เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค

SET Index ชะลอความร้อนแรงภายหลังติดเครื่องปรับขึ้นทั้งสิ้นถึง 7.5% โดยใช้เวลาแค่ 7 วัน ขึ้นรวดเดียวจาก low 1,232 จุด ทำจุดสูงสุดที่ 1.327 จุด ส่งผลให้ RSI เข้าใกล้เขต overbought จับตา volume ตลาดกลับมาหนาแน่น…โดยเฉพาะ TRUE มีประเด็น( Telenor ขายหุ้น 24.95% ให้กับบริษัทอะไรซ์ที่ราคา 11.7 บ.) ส่งผลให้ราคาร่วง -14.5% ฉุด SET -4.8 จุด….อาจเป็นช่วงจังหวะพอดิพอดีเมื่อดัชนี test previous high 1,330 จุดซึ่งเป็นด่านทองคำ (Fibo 61.8% ) ทำให้เกิดแรงขายในหุ้นที่ขึ้นแรง สรุป:แนวโน้ม SET Index ย่อเพื่อขึ้น (จบรอบขาลง) แนวรับ 1,280-1,300 จุด….สู้ได้ Note:หากขายหุ้นไปบ้างแล้วหรือซื้อไม่ทันในรอบก่อนโอกาสซื้อตอนย่อมาถึงแล้วครับ


ไฮไลท์หุ้น: จุดเด่น CENTEL ร.ร.หรู….อาหารอร่อย/ แผนเล่นรอบ…เมื่อ “IVL” แรงชนเป้า!/ เข้า MR. DIY หมดหลักร้อย แต่ถ้าซื้อ MRDIYT อาจได้หลักล้าน" / แผนเล่นรอบ “PTTEP” ขึ้นแรง ขายก่อนแล้วรอซื้อกลับ/ เลือกบ้านที่ใช่ เลือกหุ้นที่ชอบ... AP คือคำตอบ/ ลุยหุ้นระดับตำนานที่คนทั้งโลกต้องรู้จัก by DR01

 

 

 

What to watch
MSCI Reviews รอบเดือน ก.พ.69 ยังไม่ได้กำหนดวันประกาศผล (ปีที่แล้วอยู่ในช่วง 11 ก.พ.) ขณะที่มีกระแสข่าวในตลาดเรื่อง การเปลี่ยนเกณฑ์ Free float สำหรับคำนวณน้ำหนักดัชนี อาจมีผลให้ ตลาดหุ้นที่มี บจ. Free Float น้อยกว่า 15% (ตลาดหุ้นที่มี หุ้นจำนวนมากที่ Free float น้อย) ถูกลดน้ำหนัก (กลายเป็นแระแสบวกต่อตลาดหุ้น EM ในเอเชีย เช่น ไทย ฯลฯ อาจได้อานิสงส์น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แทน)
เกาหลีใต้ชูมาตรการภาษี หวังดึงเงินลงทุนกลับประเทศ-หนุนค่าเงินวอน
กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ เผยรัฐบาลจะนำมาตรการจูงใจทางภาษีชั่วคราวมาใช้สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ขายหุ้นในตลาดหุ้นต่างประเทศในปีนี้ และนำรายได้เหล่านั้นกลับมาลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศ
ภายใต้โครงการใหม่นี้ นักลงทุนที่ขายหุ้นต่างประเทศและแปลงรายได้เหล่านั้นกลับมาเป็นสกุลเงินวอนเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีกำไรจากการขายหุ้น (Capital Gains Tax) ในตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยการลดหย่อนภาษีดังกล่าวจะถูกจำกัดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านวอน (33,900 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อคน
ปัจจุบัน รัฐบาลเกาหลีใต้กำหนดภาษีกำไรจากการขายหุ้นไว้ที่ระดับ 20%
ธปท. เปิดรับฟังความเห็น ร่างกฎคุมเทรดออนไลน์ได้ไม่เกิน 20-100 ล้านบาท ต่อวัน และ ห้าม Short Sell เพื่อป้องกันบาทแข็ง (สิ้นสุดวันรับฟัง 20 ม.ค.69)



หุ้นแนะนำวันนี้
GULF รายได้งานมอเตอร์เวย์ กาญจนบุรี รับรู้เชิงพาณิชย์แล้วปีนี้ และรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ GSA03 มีฐานลูกค้าจองเต็มเรียบร้อย ทยอยรับรู้รายได้ ปี 2027
แนวรับ 44 ต้าน 48 Stop loss 42

 


รายงานพื้นฐานวันนี้

BDMS (Idea)
กรุงเทพดุสิตเวชการ
มีความเสี่ยงกำไรระยะสั้น ให้เลี่ยงไปก่อน
วันนี้เราออก IDEA CALL หุ้น BDMS เพื่อ “เตือน” ให้นักลงทุนเลี่ยงลงทุน (Wait-and-see) ไปก่อนในช่วงนี้ โดยเห็นว่าจะมี 3 ประเด็นหลักกดดันราคาหุ้น
1) กำไรหลัก 4Q25 จะต่ำกว่าที่เราเคยคาด โดยประเมินใหม่ที่ 4.2 พันล้านบาท (-4% YoY, -3% QoQ) ซึ่งน้อยกว่าคาดเดิม 4% และไม่เป็นจุดสูงสุดของปี จากรายได้คาดว่าเพิ่มเพียง 4% YoY ทรงตัว QoQ ไม่ได้เร่งตัวขึ้น และ GM คาดที่ 36.9% ลดลง 90bps YoY (และลดลงเล็กน้อย QoQ) จากโปรโมชั่น และสัดส่วนต่างชาติลดลง
2) มีความเสี่ยงตั้งสำรองในงบฯ 4Q25 รวมประมาณ 500 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิ 4Q25 จะต่ำกว่าปกติมาก โดยสำรองจะประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ราว 100–200 ล้านบาท การตั้งสำรองโครงการดูแลรักษาตลอดชีพอีกประมาณ 200–300 ล้านบาท และการปรับค่าผลประโยชน์พนักงานจากการปรับมูลค่าทองคำราว 50–100 ล้านบาท หลังรวมรายการเหล่านี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิ 4Q25 จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 3.7 พันล้านบาท หดตัวถึง 15% ทั้ง YoY และ QoQ
3) แนวโน้ม 1Q26 ยังมีเรื่องต้องระวัง จากผู้ป่วยกลุ่ม CLMV และโรคแพร่ระบาดในเด็ก ที่ฐานเดิมใน 1Q25 ยังสูงปกติ เป็นแรงกดดันการเติบโตทั้งรายได้และ GM อาจจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ ส่วนภาพรวมทั้งปี 2026 เรายังไม่เห็นปัจจัยบวกอย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้เราคาดกำไรทั้งปี เติบโตเพียง 4%
Fundamental view: เรามองว่าปัจจัยกดดันเหล่านี้ จะกระตุ้นให้เกิดแรงขายในระยะสั้น ขณะที่ด้าน valuation ปัจจุบัน ในเชิงเปรียบเทียบ BDMS ซื้อ-ขายสูงกว่ากลุ่ม รพ. อื่นอย่างชัดเจน เราจึงแนะนำให้ wait & see ในช่วงนี้ไปก่อน

PTTGC
พีทีที โกลบอล เคมิคอล
มองการฟื้นตัวชัดใน 1Q26 หนุนราคาหุ้นต่อ
เราคาดผลประกอบการหลัก 4Q25 ยังขาดทุน (แต่ดีขึ้น YoY และอ่อนลง QoQ) เราประเมินขาดทุนสุทธิ 8.4 พันล้านบาท และขาดทุนหลัก 5.5 พันล้านบาท โดยแรงกดดัน QoQ มาจากรายการพิเศษด้าน inventory และ impairment ธุรกิจ Polyols รวมถึงกำไรโรงกลั่นที่ลดลงจากปิดซ่อมบำรุง ขณะที่ภาพ YoY ดีขึ้นจากกำไรโรงกลั่นที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่าย SG&A และดอกเบี้ยที่ลดลง
มองไปข้างหน้า 1Q26 ภาพอุตสาหกรรมเริ่มหนุนมากขึ้น โดย GRM คาดทรงตัว QoQ (และดีขึ้น YoY ต่อ) จากดีมานด์ตามฤดูกาลและช่วงซ่อมบำรุงโรงกลั่น ขณะที่สเปรดปิโตรเคมีมีแนวโน้มฟื้น QoQ จากต้นทุนที่ลดลง ท่ามกลางดีมานด์ที่ทรงตัว เมื่อรวมกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นทั้งฝั่งโรงกลั่นและปิโตรเคมี, ผลขาดทุน JV ที่ลดลง และภาษีที่กลับสู่ภาวะปกติ เราคาดว่าผลประกอบการหลักของ PTTGC จะฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ ใน 1Q26 ซึ่งเป็นฐานสำคัญให้ราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นต่อจากระดับ valuation ปัจจุบัน
Fundamental view: แม้แนวโน้ม 4Q25 ของ PTTGC จะยังไม่น่าตื่นเต้น แต่เรามองว่าการฟื้นตัวของ ใน 1Q26 จะเป็นตัวกระตุ้นราคาหุ้นรอบถัดไป ขณะที่ valuation อยู่ในระดับถูกมาก โดย PBV ปี 2026 เพียง 0.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคราว 42% จึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 27 บาท

 


Event Wrap-up
Thailand’s AI Grand Journey EP.2: จากโครงสร้างพื้นฐานสู่การสร้างกำไรจริง
สรุปสาระจาก Thai Corporate Day (12–16 ม.ค.) สะท้อนชัดว่า ธีม AI และ Data Center ของไทย หากเปรียบกับการเดินทาง กำลังก้าวจากช่วง “สร้างถนน” ไปสู่หาว่า “ใครขับรถได้จริง” โดยประเด็นถัดไปไม่ใช่การมีกำลังผลิตไฟฟ้า แต่คือความพร้อมของระบบส่ง นโยบาย และความสามารถในการแปลง AI เป็นกำไร
ประเทศไทยวางตำแหน่งตัวเองในฐานะ ecosystem ของ data center เอเชียได้แล้ว แต่ปัญหาคอขวดระยะถัดไปคือระบบสายส่ง (transmission) ขณะที่แผน PDP 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการ reset แผนไฟฟ้า เพื่อรองรับดีมานด์จาก EV และ data center ซึ่งอาจต้องเห็นการเปิดประมูล IPP ใหม่
สำหรับเม็ดเงินลงทุน data center ส่วนใหญ่มาจากจีน หนุนโดย ecosystem AI/EV และความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของไทยในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดของ AI ไทยที่จะขยับจากโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ การใช้งาน ได้แก่ บุคลากร, ความพร้อมข้อมูล และโครงสร้างองค์กร โดยจะมีเพียงบางบริษัทที่สามารถแปลง AI adoption เป็นผลประกอบการได้จริง
แม้เศรษฐกิจเอเชียจะมีสัญญาณฟื้นในปี 2026 แต่มอง AI และ data center ยังเป็นหมุดหมายการพัฒนาระยะยาวของไทย มากกว่าแค่จะเป็นธีมวัฏจักรสั้นแล้วจบไป
Investment action: เราเลือก GULF (ซื้อ, ราคาเป้าหมาย 76.50 บาท) เป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากโอกาสเปิดประมูล IPP ใหม่ และ WHAUP (ซื้อ, 5.40 บาท) เป็นตัวเด่นจากการขยาย data center ใน EEC
ด้านต้นน้ำ DELTA (ถือ, 198 บาท) ยังได้อานิสงส์จากการสร้าง data center ระดับโลก
ขณะที่ฝั่งการใช้งาน เรามอง SCGP (ซื้อ, 21 บาท) และ BJC (ถือ, 16.50 บาท) เป็นกลุ่มแรกที่เห็นผลเชิงกำไรจาก AI adoption ชัดขึ้น ส่วน BBIK (ไม่อยู่ใน Coverage เรา) ได้อานิสงส์จากดีมานด์การนำ AI ไปใช้งานขององค์กรที่จะเพิ่มขึ้น

 

สรุปประเด็นจาก Quick take

TTB ธนาคารทหารไทยธนชาต
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคระห์
TTB ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตไม่เกิน 2% YoY ในปีนี้ จากการกลับมาเติบโตในกลุ่ม SME ที่มีประวัติการชำระเงินดี หลังจากที่ได้ลด port สินเชื่อกลุ่มนี้ไปมากแล้ว อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าในปีนี้ จะยังเป็นปัจจัยท้าทายให้ความต้องการใช้สินเชื่อของลูกค้ามีโอกาสต่ำกว่าเป้าหมายได้
View from fundamental: เราประเมินว่าภาพรวมเป้าหมายทางการเงินปี 2026 ของ TTB ยังสอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยเราคาดกำไรสุทธิปี 2026 จะถูกกดดันจาก NIM อ่อนตัวลง และกำไรปี 2027 จะถูกกดดันจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ลดลง แนะนำ ขาย

KKP ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคระห์
KKP ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้ จะเติบโตราว 3% YoY (เติบโตครั้งแรกในรอบ 2 ปี) จากกลุ่มลูกค้าองค์กรรายใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าลูกค้ารายย่อย นอกจากนี้ ตั้งเป้าเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียมสูงกว่า 10% YoY จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง
View from fundamental: ภาพรวมเป้าหมายทางการเงินปี 2026 ของ KKP สอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยเราคาดกำไรปี 2026 ของ KKP จะเติบโต 5% YoY ดีสุดในกลุ่มธนาคาร ขณะที่ราคาหุ้นมี valuation metrics ถูกกว่ากลุ่มฯ และคาด dividend yield ได้ราว 6-7% ต่อปี แนะนำ ซื้อ

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้