Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX คาดวันนี้ ตลาดแกว่งไซด์เวย์/แกว่งลง

95

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 15 มกราคม 2569 )------InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ขอนำส่งบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 15 มกราคม 2569 คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/แกว่งลง TISCO งบออกมาตามคาด และ NPLs ลด 4bps QoQ สู่ 2.28% ลดความกังวลหลังก่อนหน้านี้มีสัญญาณลบจาก AEONTS ช่วยหนุนไฟแนนซ์เมื่อวาน ปัจจัยภายนอก ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ดีกว่าคาด แต่ PPI เพิ่มขึ้น 3%YoY ผู้ผลิตยังรับภาระต้นทุนที่เพิ่ม ส่วนเฟดคาดคงดอกเบี้ยต่อ ทางเทคนิค ดูแนวต้าน 1248/1252 เป็นหลัก ต้องยืนเหนือจึงจะยกเลิกแกว่งลง มิฉะนั้นไม่เปลี่ยนทิศทางลงแนวรับ 1230/1220

 

 

ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณเปลี่ยนท่าทีก่อนหน้าที่รุนแรงต่ออิหร่าน หลังเผยว่าการสังหารในชาวอิหร่านในเหตุการณ์ประท้วงได้หยุดลงแล้ว แต่จะยังคงติดตามสถานการณ์ในอิหร่านต่อไป ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI เช้านี้ปรับลง 1.2% และ 2.6% ตามลำดับ
• มูลค่าการส่งออกจีนใน ธ.ค. 2568 +6.6%YoY สูงกว่าตลาดคาดและเร่งตัวจากเดือนก่อน แม้การส่งออกสู่สหรัฐฯ จะอ่อนแอต่อเนื่อง -30%YoY และลดลงเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน เนื่องจากมีการส่งออกสู่ยุโรปและอาเซียนช่วยชดเชย +12%YoY และ +11%YoY ตามลำดับ
• สหรัฐฯ สั่งระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพจาก 75 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย เพื่อเพิ่มความเข้มงวดของผู้ที่มีแนวโน้มเป็นภาระต่อระบบสวัสดิการ มีผลตั้งแต่ 21 ม.ค. 69 จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณา มาตรการนี้จะยังไม่มีผลบังคับใช้กับผู้ขอวีซ่าชั่วคราว อาทิ วีซ่าท่องเที่ยว, วีซ่าธุรกิจ คาดผลกระทบจำกัดต่อตลาดหุ้นไทย แต่เป็น Sentiment ลบระยะสั้นต่อกลุ่มสายการบินและกลุ่มท่องเที่ยว จากกังวลการขอวีซ่านานขึ้นและทำให้ภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดูเปราะบางลงในสายตานักลงทุนต่างชาติ
• กบน. มีมติปรับลดอัตราเงินสบทบกองทุนน้ำมันฯ สำหรับดีเซลลง 50 สต./ลิตร และเบนซินทุกชนิดเพื่อตรึงราคาขายปลีกท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิหร่าน ช่วยลดแรงกดดันต่อค่าการตลาดน้ำมันรวมถึงกลุ่มธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน
• วานนี้เกิดเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-อุบลราชธานี ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก กดดันราคาหุ้น ITD วานนี้ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างในบริเวณดังกล่าว


กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1230–1300 จุด ปัจจัยในประเทศติดตานโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศงบ 4Q68 ของกลุ่มธนาคาร ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ ปฏิบัติการในเวเนซุเอลาและเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านที่มีผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน, กรณี ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณต้องการให้สหรัฐฯ ครอบครองกรีนแลนด์ที่อาจกดดันความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรปตึงเครียดเพิ่มขึ้น รวมทั้งจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ CPI, PPI และยอดค้าปลีก ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”


แนวรับ – แนวต้าน : 1230/1220 – 1248/1252

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ ติดตามปัจจัยภายนอก ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และตัวเลขเศรษฐกิจ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM TRUE
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลงตามภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL
4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากเหตุประท้วงในอิหร่านซึ่งกดดันตลาดกังวลอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางชะงักงัน แนะนำ PTTEP PTT และหุ้นที่คาดได้ประโยชน์หากสหรัฐยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอลาทำให้มีโอกาสกลับมานำเข้าน้ำมันเวเนซุเอลา แนะนำ TASCO 2) หุ้นที่คาดได้ Sentiment บวกเชิงจิตวิทยาระยะสั้น หากศาลสูงสุดตัดสิน ปธน. ทรัมป์ผิดในกรณีเรียกเก็บภาษีศุลกากร แนะนำ กลุ่มนิคม (AMATA WHA FTREIT) กลุ่มเกษตร (TU ITC) กลุ่มยาง (STA STGT NER) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และ 3) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL TNP) กลุ่มอาหาร (GFPT CBG OSP) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW)

 

Daily Top Picks
GULF: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวลง ขณะที่ข่าวการซื้อ LNG ล่วงหน้าหลังราคา LNG ลงช่วยล็อคต้นทุน ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q68 มีโอกาสเติบโต จากโรงไฟฟ้า Jackson ที่เติบโตตาม Capacity Payment ที่เพิ่มขึ้น การเริ่ม COD ในโครงการ Solar 5 แห่งช่วยหนุน เป้าหมายระยะสั้นที่ 44.00 บาท

KTB: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากคาดเป็นธนาคารเดียวที่กำไรสุทธิ 4Q68 เติบโต 7%YoY อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำ และ ROE สูงกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ และคาดให้ Div. Yield สูงราวปีละ 7.5% รวมทั้งมี Upside Risk จากประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารเงินสด เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.50 บาท

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้