Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX คาดวันนี้ SET "แกว่งอิงทางลง"

87

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 13 มกราคม 2569 )------InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 13 มกราคม 2569 คาดตลาดแกว่งตัวลงต่อ หากรีบาวด์ยังไม่พ้นแนวต้าน ธปท.ประกาศลดเงินนำส่งเข้า FIDF จาก 0.46% เหลือ 0.32% ในปี 2569 หนุนจิตวิทยาหุ้นกลุ่มธนาคารสั้น ปัจจัยภายนอก ติดตามตัวเลข CPI สหรัฐฯ ในคืนนี้ ตลาดคาดว่าจะทรงตัวที่ 2.7% และเชื่อว่าเฟดยังคงดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนนี้ ทางเทคนิค ตลาดปรับตัวลงหลุด 1250/1244 ทำให้ความเสี่ยงขาลงเปิด หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1247/1252 ได้ยังคงมีความเสี่ยงขาลง มีแนวรับถัดไปที่ 1239/1230



ประเด็นสำคัญ
• ธปท. ประกาศปรับลดอัตราเงินนำส่งของสถาบันการเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ FIDF สู่ 0.32% จาก 0.46% มีผลถึงสิ้นปี 2569 เพื่อลดต้นทุนระบบการเงินและประคองเศรษฐกิจ มองเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มธนาคารจากต้นทุนกลุ่มธนาคารที่ลดลง ขณะที่ธนาคารมีแนวโน้มจะส่งผ่านต้นทุนที่ลดลงแก่ลูกค้าซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพสินทรัพย์
• สรท. ปรับเพิ่มเป้าการส่งออกปี 2569 เป็นขยายตัว 2-4% (เดิม 0-2%) เริ่มเห็นสัญญาณบวกในบางอุตสาหกรรม แม้บาทจะแข็งค่าต่อเนื่อง, ฐานสูงในปีก่อน, การไหลทะลักของสินค้าจีน และมาตรการภาษีสหรัฐฯ โดยเฉพาะเงื่อนไข Transshipment ที่ยังไม่ชัดเจน
• กระทรวงพลังงานเผย 3 แผนงานหลักที่จะเร่งดำเนินการ ได้แก่ การเร่งจัดทำ PDP ใหม่ ต้องตอบโจทย์ด้านภูมิรัฐศาสตร์และรองรับอุตสาหกรรมใหม่ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การดูแลความมั่นคงด้านพลังงานผ่านการสำรวจและการต่ออายุสัมปทาน และการอนุมัติงบฯ กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
• ปธน. ทรัมป์ ประกาศว่าประเทศใดที่มีการทำธุรกิจกับอิหร่านจะเผชิญอัตราภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ ในอัตราสูงถึง 25% และจะมีผลทันที เพื่อตอบโต้ต่อเหตุประท้วงที่รุนแรง ทั้งนี้ จีน, บราซิล, ตุรกี และรัสเซีย เป็นประเทศที่มีการทำธุรกิจกับอิหร่าน
• กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดตัวมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคที่เกี่ยวกับดิจิทัล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ และการจัดวางโครงสร้างข้ามพรมแดนของห่วงโซ่อุตสาหกรรม เสริมสร้างโครงข่ายการให้บริการในต่างประเทศ และกระชับความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road)

 

 

กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1230–1300 จุด ปัจจัยในประเทศติดตานโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศงบ 4Q68 ของกลุ่มธนาคาร ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ ศาลฎีกาสหรัฐฯอาจมีคำตัดสินคดีภาษีทรัมป์ในวันที่ 14 ม.ค. , ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ ปฏิบัติการในเวเนซุเอลาและเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านที่มีผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน, กรณี ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณต้องการให้สหรัฐฯ ครอบครองกรีนแลนด์ที่อาจกดดันความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรปตึงเครียดเพิ่มขึ้น รวมทั้งจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ CPI, PPI และยอดค้าปลีก ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 


แนวรับ – แนวต้าน : 1239/1230 – 1247/1252


ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ ติดตามปัจจัยภายนอก ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และตัวเลขเศรษฐกิจ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earning Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM TRUE
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลงตามภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL
4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากเหตุประท้วงในอิหร่านซึ่งกดดันตลาดกังวลอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางชะงักงัน แนะนำ PTTEP PTT และหุ้นที่คาดได้ประโยชน์หากสหรัฐยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอลาทำให้มีโอกาสกลับมานำเข้าน้ำมันเวเนซุเอลา แนะนำ TASCO 2) หุ้นที่คาดได้ Sentiment บวกเชิงจิตวิทยาระยะสั้น หากศาลสูงสุดตัดสิน ปธน. ทรัมป์ผิดในกรณีเรียกเก็บภาษีศุลกากร แนะนำ กลุ่มนิคม (AMATA WHA FTREIT) กลุ่มเกษตร (TU ITC) กลุ่มยาง (STA STGT NER) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และ 3) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL TNP) กลุ่มอาหาร (GFPT CBG OSP) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW)


Daily Top Picks
KTB: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก ธปท. ประกาศลดเงินนำส่ง FIDF ปีนี้สู่ 0.32% ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลดลงของต้นทุน อีกทั้ง KTB ยังมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำ และ ROE สูงกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ พร้อมคาดให้ Div. Yield สูงราวปีละ 7.5% ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 29.50 บาท

TRUE: มองราคาหุ้นมีปัจจัยหนุนจากโมเมนตัมกำไรที่จะเติบโตแข็งแกร่ง โดย 4Q68 คาดกำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 33.4%YoY และ 2.7%QoQ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการฟื้นตัวของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และการรับรู้ประโยชน์เต็มไตรมาสจากต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 11.50 บาท

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

จุดนัดพบ... By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง เป็นห่วง ตลาดหุ้นไทยปีม้า แค่ต้นปี ดัชนีตลาดเหลือ 1,242 จุด จุดนัดพบของSET ครั้งใหม่ .....

มัลติมีเดีย

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้