Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ชี้ราคาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลสะท้อนความกังวลระยะสั้น คงมุมมองเชิงบวก เลือก PR9 เป็น Top Pick เป้า 30 บาท

113

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 12 มกราคม 2569)---------บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์ ราคาหุ้นกลุ่มการแพทย์ปรับลงสะท้อนความกังวลระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานคาดกำไรยังเติบโต y-y

เรามองการปรับตัวลงของราคาหุ้นโรงพยาบาลสะท้อนความกังวลระยะสั้น มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุปสงค์ โดยประเด็นกดดันหลักมี 3 ปัจจัย ได้แก่

1) ช่วงรอมฎอนจะกระทบปริมาณคนไข้ตะวันออกกลางเต็มไตรมาสใน 1Q26

เราคาดว่าปริมาณคนไข้ fly-in จากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง จะชะลอตัวใน 1Q26 เนื่องจากช่วงรอมฎอนปีนี้ (18 ก.พ.–19 มี.ค.) ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานเต็มไตรมาส เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ช่วงรอมฎอน (1 มี.ค.–30 มี.ค.) ถูกเฉลี่ยผลกระทบในช่วงปลาย 1Q25–ต้น 2Q25 ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้จากคนไข้ตะวันออกกลาง ได้แก่ BH 24%, BDMS 4%, BCH 4%, CHG 2% และ PR9 9% เรามองแนวโน้มกำไรปกติกลุ่ม 1Q26 ลดลงเล็กน้อย q-q ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังเติบโต y-y ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มคนไข้ชาวไทย

2) Kuwait GOP ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม

ประเด็นคนไข้รัฐสวัสดิการคูเวต (GOP) ยังไม่มีความคืบหน้าสำคัญเพิ่มเติม โดยเฉพาะการคัดเลือกโรงพยาบาลที่จะรับส่งต่อคนไข้ ซึ่งยังไม่เห็นข้อสรุป แม้การชำระเงินลูกหนี้การค้าสำหรับการรักษาในปีก่อนหน้าได้รับชำระแล้ว ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้จากคนไข้คูเวต ปัจจุบันลดลงมาดังนี้ BH 2% (เดิม 6%), BDMS 0.2% (เดิม 1%) และ BCH 0.5% (เดิม 6%)

3) ข่าวยุติขายประกันสุขภาพเหมาจ่ายลูกค้าใหม่เป็นเพียง sentiment ระยะสั้น

ข่าวบริษัทประกันบางราย เตรียมยุติการขายประกันสุขภาพเหมาจ่ายแก่ลูกค้ารายใหม่ หลังวันที่ 31 มี.ค. 2026 เรามองว่าเป็นประเด็นเชิง sentiment ระยะสั้น เช่นเดียวกับปีก่อนที่ตลาดกังวลเรื่องเงื่อนไขร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล (co-payment) สำหรับผู้ซื้อประกันสุขภาพหลัง 20 มี.ค. 2025 เป็นต้นไป โดยประกันสุขภาพเหมาจ่ายของผู้ถือกรมธรรม์เดิม ยังสามารถชำระเบี้ยประกันเพื่อต่ออายุได้ ภายใต้เงื่อนไขมาตรฐานใหม่ (New health standard) ที่บริษัทไม่สามารถบอกเลิกสัญญาผู้เอาประกันหากไม่ผิดเงื่อนไขสำคัญ ขณะเดียวกัน เราคาดว่าบริษัทประกันมีแนวโน้มออกผลิตภัณฑ์ทดแทน เพื่อสอดคล้องกับภาวะตลาดและต้นทุนดำเนินงาน และผู้บริโภคยังคงสามารถซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่ายจากผู้ให้บริการรายอื่นได้ อย่างไรก็ตาม หากผลิตภัณฑ์ใหม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบเน้นความรับผิดชอบส่วนแรก (deductible) เบี้ยประกันมีโอกาสปรับลดลง และเราคาดว่าผลกระทบต่อผลประกอบการโรงพยาบาลจะยังมีจำกัด เนื่องจากความต้องการประกันสุขภาพยังคงมีอยู่ต่อเนื่องเพื่อบริหารค่ารักษาพยาบาล ซึ่งมี medical inflation อยู่ในระดับเลขสองหลักต่อปีโดยประมาณ ทั้งนี้ เราประเมินสัดส่วนรายได้โรงพยาบาลจากกลุ่มคนไข้ประกัน ได้แก่ BH 19%, BDMS 37%, BCH 37%, CHG 23% และ PR9 27%

เราคาดกำไรปกติ 4Q25 ของกลุ่มการแพทย์ เติบโต 2% q-q และ 9% y-y ปัจจัยหนุนจาก 1) รายได้คนไข้ประกันสังคมกรณีโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (Adj RW>2) ซึ่ง SSO สามารถชำระที่ 12,000 บาท/RW เทียบ 4Q25 ที่ 8,000 บาท/RW; และ 2) รายได้คนไข้ชาวไทย ขับเคลื่อนด้วยปริมาณคนไข้โรคประจำฤดูกาลที่ล่าช้ามาใน 4Q25 ซึ่งมีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เติบโต 64% q-q และ 516% y-y


เราคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม และให้ PR9 (BUY, TP THB30) เป็น Top Pick จากแนวโน้มกำไรปกติที่คาดว่าเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง 16% ในปี 2025 และ 12% ในปี 2026 ขณะที่ระยะสั้น โรงพยาบาลที่พึ่งพากลุ่มคนไข้ประกันสังคมมากกว่า ได้แก่ CHG (BUY, TP THB2.18) และ BCH (BUY, TP THB15.80) น่าสนใจจากการเติบโตของกำไรปกติ 4Q25 สำหรับ valuation ราคาหุ้นกลุ่มการแพทย์ 5 บริษัทที่เราศึกษา ปัจจุบันซื้อขายเฉลี่ย 16.0x 2026E P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยการซื้อขายย้อนหลัง 5 ปีราว -1.5SD โดยมี dividend yield ปี 2026 อยู่ที่ระดับ 2% (BDMS, PR9), 3% (BH, CHG) และ 4% (BCH)

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

มัลติมีเดีย

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้