สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(12 มกราคม 2568)--------“อีซี่มันนี่” วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยปี 2569 ต้องเผชิญหน้ากับความผันผวน จากแรงกดดันเศรษฐกิจโลก การเมืองในประเทศ หนี้ครัวเรือน แต่หากคนไทยบริหารการเงินเป็น รักษาสภาพคล่องให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ชีวิตจะไม่สะดุด พร้อมตอกย้ำแนวคิด ‘Asset-Backed Financing’ เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นทุนภายใต้แนวคิด ‘กู้ตัวเอง ไม่พึ่งใคร’
นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป ผู้นำนวัตกรรมธุรกิจสินเชื่อทรัพย์ค้ำประกันของไทย “อีซี่มันนี่” กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะยังไม่ใช่ปีที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับจำกัด และไม่กระจายตัวอย่างทั่วถึงในทุกภาคส่วน โดยปัจจัยหลักที่ยังเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงกำลังซื้อภายในประเทศที่ฟื้นตัวช้า ต้นทุนการดำเนินชีวิตและต้นทุนธุรกิจที่ยังทรงตัว รวมถึงความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อภาคครัวเรือน กลุ่มอาชีพอิสระ (Freelance) และผู้ประกอบการธุรกิจขนาด SME
“ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีที่เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างรวดเร็วแต่หากคนไทยบริหารการเงินเป็นและจัดการสภาพคล่องอย่างดี ชีวิตจะไม่สะดุด และยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดยังคงเป็นภาคครัวเรือนระดับฐานราก กลุ่มฟรีแลนซ์ และผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งต้องเผชิญกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้พฤติกรรมทางการเงินในปี 2569 จะเน้นการประคองตัวมากกว่าเพิ่มการลงทุน” นายสุธี กล่าว
สภาพคล่องทางการเงิน คือหัวใจของการอยู่รอด
เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าไม่ได้หมายความว่าคนไทยจะไม่มีทางเลือกทางการเงิน หากเราสามารถบริหารจัดการการเงินอย่างมีวินัย วางแผนรายรับ–รายจ่ายอย่างรอบคอบ และเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่ชาญฉลาดและง่าย ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิด และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งบทบาทของผู้ให้บริการทางการเงินในปี 2569 ไม่ได้อยู่ที่การผลักภาระหนี้ระยะยาวให้กับประชาชน แต่ควรให้การสนับสนุน สภาพคล่องที่เหมาะสม ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับศักยภาพของคนแต่ละกลุ่ม เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถรักษาความมั่นคงทางการเงินและเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน
นายสุธี กล่าวต่อไปว่า ความต้องการใช้บริการสินเชื่อจำนำในกลุ่มเจ้าของกิจการและผู้ประกอบอาชีพอิสระยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ยอดจำนำใหม่จากกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 21.95%เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนบทบาทของทรัพย์สินในการเป็นแหล่งทุนหมุนเวียนในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ขณะที่ยอดการรับจำนำสินค้าในกลุ่มทองคำแท่งขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2568 เติบโตเพิ่มขึ้น 124.64% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ชี้ให้เห็นพฤติกรรมลูกค้าที่เลือกใช้ทองคำแท่งเป็นแหล่งสภาพคล่องในภาวะเศรษฐกิจผันผวน ไปจนถึงการทำธุรกรรมรูปแบบชำระดอกเบี้ยออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันเติบโต 30.65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดรับกับพฤติกรรมของคนในยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกรวดเร็วในการใช้บริการ
‘อีซี่มันนี่’ตอกย้ำผู้นำสถาบันการเงินทางเลือก
อีซี่มันนี่มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มีต่อโรงรับจำนำว่าเป็น‘เครื่องมือสร้างโอกาส’ที่โปร่งใส รวดเร็ว และให้เกียรติผู้ใช้บริการ เพราะหนึ่งในช่องว่างสำคัญในระบบการเงินไทยคือ ผู้คนจำนวนมากมีทรัพย์สินอยู่ในมือ แต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ โดยอีซี่มันนี่ พยายามสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ว่า การใช้สินทรัพย์ค้ำประกันไม่ใช่การ ‘ก่อหนี้ใหม่’ แต่คือการ ‘กู้ยืมเงินจากสินทรัพย์ของตัวเอง’ คือ Asset-Backed Financing คือการกู้ตัวเอง ลูกค้ากำลังใช้สิทธิ์ในสิ่งที่เขามี ปลอดภัยกว่า และมีต้นทุนการเงินที่สมเหตุสมผลกว่า
ที่สำคัญคือการยกระดับอุตสาหกรรมจากการเป็น ‘ทางออกฉุกเฉิน’ สู่การเป็น ‘ประตูสู่โอกาส’เพื่อปลดล็อกศักยภาพสินทรัพย์ของคนไทย โดยทำหน้าที่เป็น ‘Bridging Loan’ (สินเชื่อระยะสั้น) หรือ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลทางการเงิน (Financial Kindergarten) ที่ช่วยผู้คนคนคว้าโอกาสทางธุรกิจได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องเสียความเป็นเจ้าของทางธุรกิจ
แนวคิดนี้จะมุ่งเน้นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน(Financial Inclusion) สำหรับผู้มีทรัพย์ที่ต้องการต่อยอดโอกาส ของกลุ่มฟรีแลนซ์ SME ที่ระบบการเงินหลักมักมองข้าม โดยเปลี่ยนวิธีการประเมินด้วยรายได้ มาเป็นเป็นการประเมินจากสินทรัพย์ที่เขามีอยู่ในมือ การใช้เทคโนโลยี อย่างเช่น Easy Smart Application มาสร้างความสะดวกและโปร่งใส่ในการประเมินราคา ส่งดอกเบี้ย หรือโอนเงิน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคตของ อีซี่มันนี่ คือการเป็น Financial Solution ครบวงจร ที่ตอบโจทย์คนไทยในทุกมิติ