Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เมย์แบงก์ : กลุ่ม Banks คงมุมมอง “เท่าตลาด” หุ้นเด่น BBL

128

 

 


Thailand Banks
แนวโน้มปี 2569 ชอบ BBL มากที่สุด

หุ้นเด่น BBL ปรับลดคำแนะนำ KTB และ TTB เป็น ถือ
เราคงมุมมอง “เท่าตลาด” ต่อกลุ่มธนาคารไทย แม้ว่ากำไรของกลุ่มมีแนวโน้มหดตัว YoY แต่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง น่าจะช่วยจำกัดดาวน์ไซด์ได้ โดยที่ผ่านมากลุ่มธนาคาร ให้ผลตอบแทนดีกว่า SET Index 5% ในปี 2567 และ 28% ในปี 2568 ทั้งนี้ เราปรับลดคำแนะนำ KTB และ TTB เป็น ถือ (จาก ซื้อ) เนื่องจากอัพไซด์จำกัด ขณะที่ BBL เป็นธนาคารเดียวที่ยังคงคำแนะนำ ซื้อ จากโครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย งบดุลแข็งแกร่ง และมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ เรายังคงคำแนะนำ ถือ สำหรับ SCB และ KBANK เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว ได้แก่ เงินปันผลสูงของ SCB และโครงการซื้อหุ้นคืนของ KBANK

 


คาดกำไรปี 2569 ลดลง YoY
เราคาดว่ากำไรปี 2569 จะลดลง 5% (เทียบกับเพิ่มขึ้น 6% ในปี 2568) จากปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) การเติบโตของสินเชื่อต่ำ (2) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลง และ (3) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ชะลอตัว ส่วนการเติบโตของสินเชื่อทั้งกลุ่มคาดว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อยเป็น +1% YoY ในปี 2569 (จาก -2% ในปี 2568) โดยได้แรงหนุนหลักจากสินเชื่อภาคธุรกิจ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยและ SME ยังซบเซา จากภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงและการฟื้นตัวของรายได้ที่ล่าช้า NIM ของกลุ่มมีแนวโน้มลดลงในอัตราที่ช้าลงที่ 16 bps YoY เหลือ 3.0% (เทียบกับการลดลง 31 bps ในปี 2568) จากสมมติฐานการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps เหลือ 1.0% ในปี 2569 เทียบกับการลดลงรวม 100 bps ในปี 2568 เราคาดว่า non-NII จะลดลง 7% YoY (จาก เพิ่มขึ้น 24% ในปี 2568) จากผลของฐานสูงของกำไรจากการลงทุนในช่วงดอกเบี้ยขาลงในปี 2568

 

Credit cost และ OPEX ลด แต่ไม่น่าชดเชยรายได้ที่หดตัวได้ทั้งหมด
ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (credit cost) คาดว่าจะดีขึ้น 13 bps เหลือ 1.28% จากมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น การตั้งสำรองล่วงหน้า และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ โดยธนาคารที่มีศักยภาพในการลด credit cost ได้ดีที่สุด ได้แก่ BBL, KTB และ TTB จากพอร์ตสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและเงินสำรองหนี้สูญ (LLR) ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) มีแนวโน้มลดลง YoY จากการเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานและการปรับโครงสร้างสาขา นอกจากนี้ บางธนาคารได้บันทึกค่าใช้จ่าย IT ค้างจ่ายไว้แล้วในช่วงที่ PPoP แข็งแกร่งจาก NIM และกำไรจากการลงทุน อย่างไรก็ดี อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to income) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 1 ppt YoY สู่ระดับปกติที่ราว 45% เนื่องจากรายได้ลดลงเร็วกว่า OPEX และ credit cost ในปี 2569

 

ROE มีแนวโน้มลดลง คาดกำไร 4Q68 ลดลง YoY และ QoQ
จากแนวโน้มกำไรที่หดตัว เราคาดว่า ROE จะลดลงสู่ระดับ 8.5% ในปี 2569-70 จาก 8.8-9.3% ในช่วงปี 2566-68 ด้านการบริหารเงินทุน เราชอบ TTB จากการเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น โดยได้คืนกำไรสุทธิ 100% ให้ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อหุ้นคืน และการจ่ายเงินปันผล ทั้งนี้ เรามองว่า BBL และ KTB มีโอกาสปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลในช่วง 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ เรายังคาดว่า KKP และ KTB จะประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนในปี 2569 เราคาดกำไร 4Q68 ที่ 48.9 พันล้านบาท ลดลง 4% yoy และ 21% qoq จาก NIM ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น คาดสำรองลดลง 19% yoy เนื่องจากมีการตั้งสำรองล่วงหน้าไปแล้ว

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

สร้างบรรยากาศ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ทุกวันนี้ ต้องสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับตัวเอง ดุจ ตลาดหุ้นไทย ก็อยู่ในสภาวะสร้างบรรยากาศ ให้ดูดี ....

มัลติมีเดีย

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้