เห็นสัญญาณ JANUARY EFFECT ช่วงเก็บหุ้นมาแล้ว
HORIZON MARKET VIEW
• ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น YTD อาทิ สหรัฐฯ (ดัชนี S&P500) 0.8%, ยุโรป+2.3%, ญี่ปุ่น +3.0%, จีน +1.4%, ไทย +1.6% แม้จะมีความตึงเครียดเชิง
ภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ ปฏิบัติการจู่โจมจับผู้นำเวเนซุเอลา พร้อมกันนี้ ปธน.ทรัมป์ยังประกาศว่าจะเข้าบริหารประเทศและควบคุมแหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก (มีจำนวนสูงถึง 3.03 แสนล้านบาร์เรล) โดยเสนอแผนให้บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ เข้าไปฟื้นฟูอุตสาหกรรมในเวเนซุเอลา ขณะที่วานนี้หุ้นกลุ่มน้ำมันในสหรัฐฯ ดีดตัวราว +2.7%ส่วนราคาน้ำมันดิบ BRENT ขยับขึ้นราว +1.7% ยืนเหนือ 61.8 ดอลลาร์/บาร์เรล
• อย่างไรก็ดี ในระยะถัดไปอาจต้องระวังการขยายวงกว้างของความขัดแย้งระหว่างประเทศไปยังคิวบา, โคลอมเบีย, กรีนแลนด์ ซึ่งมีโอกาสจะเป็นความเสี่ยงต่อจุดจบของพันธมิตร NATO
REGION RADAR
• KUAISHOU TECHNOLOGY (1024 HK) +11% มีรายงานว่าKLING AI อยู่ในอันดับหนึ่งในหมวดการดาวน์โหลดแอพในประเทศเกาหลีใต้รายได้จากต่างประเทศ ของ KUAISHOU กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แนะนำเก็งกำไร DR: KUAISH80
• สถิติย้อนหลังในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจีนมักจะปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค. นอกจากนี้ ในด้าน VALUATION ของดัชนีHSTECHมีการซื้อขายที่ระดับ FORWARD P/E (-1 S.D.) เปรียบเทียบกับดัชนีNASDAQ และ TWSE ที่มีการซื้อขายที่ FORWARD P/E (+1S.D
THAI FOCUS
• ดีเบตใหญ่ (NATION DEBATE) วันที่ 17 ม.ค. 69 ซึ่งอยู่ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งพอดี โดยข้อมูลสถิติย้อนหลัง 6 ครั้งล่าสุดชี้ว่า ตลาดหุ้นไทยมักจะตอบรับเชิงบวก โดยก่อนเลือกตั้ง 2 สัปดาห์ เป็นช่วงที่หุ้นขึ้นแรงที่สุด (เฉลี่ย +2.09%) มีโอกาสขึ้นถึง 83%
• แต่ต้องระวัง "ความเสี่ยงหลังการเลือกตั้ง" จากความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล หากผลออกมาแบบ "ค้านสายตา" อาจทำให้สถิติเชิงบวกหลังเลือกตั้งไม่เป็นไปตามคาด หรือเกิดการประท้วงขึ้นหลังจากนั้น
SYNAPSE STRATEGY
• เห็นสัญญาณ JANUARY EFFECT เริ่มวันแรกของปี ต่างชาติซื้อหุ้นไทย 2.4 พันล้านบาท (MTD) สูงสุดในกลุ่ม TIP และมูลค่าซื้อขายSET เร่งขึ้นมาเป็น 4.5 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 2 เดือนกว่าๆ
• คาดหวังJANUARY EFFECT ต่อ 1). ไม่มี VOLUME ขาย LTFแรงๆเหมือนเดือน ม.ค. 25 กว่า 3.1 หมื่นล้านบาท 2). แนวโน้มกำไรงวด4Q68 มีโอกาสฟื้นจากฐานที่ต่ำ +80%-90%YOY 3). เกิดELECTION RALLY เดือนนี้พอดี แนะนำหุ้นใหญ่ดัก FLOW คือPTT, PTTEP, BDMS, TTB, ADVANC,TRUE, TOP, AOT
HORIZON MARKET VIEW
เปิดปีใหม่ กับตลาดหุ้นเขียวสดใส
ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น YTD อาทิสหรัฐฯ (ดัชนี S&P500)0.8%, ยุโรป +2.3%, ญี่ปุ่น +3.0%, จีน+1.4%, ไทย +1.6% แม้จะมีความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ ปฏิบัติการจู่โจมจับผู้นำเวเนซุเอลาพร้อมกันนี้ ปธน.ทรัมป์ยังประกาศว่าจะเข้าบริหารประเทศและควบคุมแหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก (มีจำนวนสูงถึง 3.03 แสนล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน) โดยเสนอแผนให้บริษัทน้ำมันสหรัฐฯเข้าไปฟื้นฟูอุตสาหกรรมในเวเนซุเอลา ขณะที่วานนี้หุ้นกลุ่มน้ำมันในสหรัฐฯ ดีดตัวราว +2.7% ส่วนราคาน้ำมันดิบ BRENT ขยับขึ้นราว +1.7% ยืนเหนือ 61.8 ดอลลาร์/บาร์เรลอย่างไรก็ดีในระยะถัดไปอาจต้องระวังการขยายวงกว้างของความขัดแย้งระหว่างประเทศไปยังคิวบา, โคลอมเบีย,กรีนแลนด์ซึ่งมีโอกาสจะเป็นความเสี่ยงต่อจุดจบของพันธมิตร NATO
อีกประเด็นหนึ่งคือ สหรัฐฯ มีรายงานดัชนี ISM MANUFACTURING PMI ในเดือน ธ.ค. 68 ลดลงเหลือ 47.9จุดต่ำกว่าคาด 48.4 จุด สะท้อนภาคการผลิตยังอยู่ในโซนหดตัว (PMI < 50) ซึ่งต้นเหตุหลักๆ เป็นเพราะสินค้าคงคลังลดลงเร็ว แต่อาจเป็นสัญญาณเชิงบวกของการกระตุ้นคำสั่งซื้อในอนาคต ขณะที่ดัชนีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็น44.9 (จาก 44.0) สะท้อนความเชื่อมั่นในภาคการผลิต
REGION RADAR
ธุรกิจ KLING AI ของ KUAISHOU ได้รับกระแสตอบรับที่ดีในต่างประเทศ
KUAISHOU TECHNOLOGY (1024 HK) +11% มีรายงานว่า KLING AI อยู่ในอันดับหนึ่งในหมวดการดาวน์โหลดแอพในประเทศเกาหลีใต้รายได้จากต่างประเทศ ของ KUAISHOU กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากจำนวนการดาวน์โหลดที่เพิ่มขึ้นในเกาหลีและสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค.
สถิติย้อนหลังในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจีนมักจะปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค. นอกจากนี้ ในด้านVALUATION ของดัชนีHSTECH มี FORWARD P/E ที่ระดับ (-1SD) ซึ่งมีความน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีNASDAQ และ TWSE ที่มีการซื้อขายที่ FORWARD P/E (+1S.D)
THAI FOCUS
การเลือกตั้งปี 2569 จะส่งผลต่อ SET อย่างไร
ช่วงเวลาสำคัญเตรียมมาถึงสำหรับการเลือกตั้งปี 2569 ที่จะมีการเลือกตั้งในช่วง1 และ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยจะมีดีเบตใหญ่ (NATION DEBATE) วันที่ 17 ม.ค. 69 ซึ่งอยู่ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งพอดีโดยข้อมูลสถิติย้อนหลัง 6 ครั้งล่าสุดชี้ว่า ตลาดหุ้นไทยมักจะตอบรับเชิงบวกในช่วงเลือกตั้งทั้งก่อนและหลัง
• ก่อนเลือกตั้ง 2 สัปดาห์: เป็นช่วงที่หุ้นขึ้นแรงที่สุด (เฉลี่ย +2.09%) มีโอกาสขึ้นถึง 83%
• หลังเลือกตั้ง 1 เดือน: หุ้นมักจะปรับตัวขึ้นต่อ (เฉลี่ย +2.58%)
โดยหากอ้างอิงจากเว็บพนันถูกกฎหมายในสหรัฐฯอย่าง POLYMARKET มีการเดาผลว่าใครจะชนะเลือกตั้ง(จำนวน ส.ส.มากสุด) ได้แก่ พรรคประชาชน เป็นเต็ง 1 ที่จะกวาดที่นั่ง ส.ส. มากที่สุด (โอกาส 70%) ทิ้งห่างภูมิใจไทย (27%) และเพื่อไทย (3.9%) แต่ถ้าดูตัวบุคคลว่าใครจะได้เป็นนายกฯ กลับกลายเป็น "อนุทิน ชาญวีรกูล" ที่เป็นเต็ง 1 (โอกาส 58%) ในขณะที่ ณัฐพงษ์ (พรรคประชาชน) มีโอกาสเพียง 31% นั้นมีความหมายแฝงว่า ข้อมูลนี้สะท้อนภาพการเมืองแบบ "พรรคชนะอันดับ 1 อาจไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งหรือไม่"
สรุป หากพรรคประชาชนชนะถล่มทลาย (LANDSLIDE) แต่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล อาจเกิดความวุ่นวายทางการเมืองหรือการประท้วง ซึ่งเป็น DOWNSIDE RISK ต่อตลาดหุ้นหลังเลือกตั้งได้ แต่ถ้าขั้วรัฐบาลเดิม (นำโดยภูมิใจไทย/เพื่อไทย) รวมกันติดและจัดตั้งรัฐบาลได้รวดเร็ว ตลาดหุ้นมักชอบเสถียรภาพ (STABILITY) มากกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกขั้ว ซึ่งสอดคล้องกับสถิติที่หุ้นมักบวกต่อหลังเลือกตั้ง 1 เดือน
SYNAPSE STRATEGY
คาดหวังจะเกิด JANUARY EFFECT จะกลับมาในปี 2569
เห็นสัญญาณ JANUARY EFFECT เริ่มวันแรกของปี ต่างชาติซื้อหุ้นไทย 2.4 พันล้านบาท (MTD) สูงสุดในกลุ่มTIP และมูลค่าซื้อขาย SET เร่งขึ้นมาเป็น 4.5 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 2 เดือนกว่าๆ
คาดหวังตลาดหุ้นไทยในปี 2569 จะเกิด JANUARY EFFECT ได้ ด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1). ไม่มี VOLUME ขาย LTF แรงๆ เหมือนเดือน ม.ค. 25 กว่า 3.1 หมื่นล้านบาท และยอดคงค้าง LTF ล่าสุด ณพ.ย. อยู่ที่ 1.02 แสนล้านบาท จากปลายปี 2025 ที่ 2.2 แสนล้านบาท
2). แนวโน้มกำไรงวด 4Q68 มีโอกาสฟื้นจากฐานที่ต่ำ +80%-90%YOY โดยงวด 4Q68 SET INDEX กำไรเพียง
1.3 แสนล้านบาท (ต่ำกว่าฐานปกติที่ 2.5 แสนล้านบาทมาก ส่วนใหญ่มาจากการตั้งด้อยค่าจากรายการพิเศษ)แต่ปีนี้กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาในระดับปกติ อีกทั้งงวด 4Q69 อาจมีกำไรจากหุ้น THAI เข้ามาหนุนเพิ่มได้ราวๆ 8 –9 พันล้านบาท (ค่าเฉลี่ย 3 ไตรมาสที่ผ่านมา) หนุนให้ TRAILING P/E ลดลงได้ราว 1 เท่า
3). เกิด ELECTION RALLY เดือนนี้พอดีซึ่งตามสถิติในอดีตบ่งชี้ว่า SET INDEX บวก 2.1% ก่อนเลือกตั้ง 2สัปดาห์ และบวกต่อ 2.6% หลังเลือกตั้ง 1 เดือน และปัจจุบันยังเห็นรายการต่างๆ จัดดีเบตพรรคการเมืองช่วงโค้งสุดท้าย 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งพอดี
แนะนำหุ้นใหญ่ดัก FLOW คือ PTT, PTTEP, BDMS, TTB, ADVANC, TRUE, TOP, AOT
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ร้อนแรง หลังสหรัฐฯ โจมตีเวเนฯ อาจกดดันให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกผันผวน และบางส่วนหลบเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย อย่าง ทองคำ, เงิน หรือหุ้นที่ผันผวนต่ำมีปันผลสูง
สถานะการณ์แบบนี้ หุ้นต่างประเทศแนะนำ HEDGING PORTFOLIO ช่วงสั้น ด้วย GOLD (DR: GOLD19),SILVER, ETF อาวุธ ITA US สำหรับหุ้นไทย แนะนำสะสมหุ้นปันผลสูง BBL, ICHI, MAJOR, PTTEP และหุ้นมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว TASCO, CRC, HMPRO, BCH, CHG เป็นต้น
Research Division
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 075365
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์