AT THE OPEN (#ATO)
SET Index คาดขยับกรอบขึ้น
หุ้นเด่นเลือก TASCO และ ICHI
Market Strategy
SET Index คาดขยับขึ้นตามกรอบ 1255-1270 จุด แรงหนุนจาก Election Rally และ Valuation ที่น่าสนใจ ขณะที่ปัจจัยสหรัฐฯ-เวเนซุเอลาเพิ่มความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และ Supply ต่อน้ำมันในระยะยาว หุ้นเด่นเลือก TASCO และ ICHI
ปฏิบัติการสหรัฐฯในเวเนซุเอลา ที่มีการจับกุมและล้มรัฐบาลประธานาธิบดีมาดูโร โดยที่สหรัฐฯเข้ามาบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านและดำเนินการฟื้นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งปัจจุบันแม้เรามองผลต่อ Supply น้ำมันระยะสั้นจะกระทบไม่เยอะเพราะเวเนซุเอลามีกำลังการผลิตอยู่เพียง 0.8-0.9 mbpd หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของกำลังการผลิตโลก แต่ระยะกลาง-ยาวเป็นความเสี่ยงต่อ Supply ของน้ำมันดิบมีโอกาสเพิ่มขึ้น เนื่องจากเวเนซุเอลามีแหล่งสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก 3 แสนล้านบาร์เรลคิดเป็น 17% ของทั้งหมด โดยเมื่อ 10 ปีก่อน (ปี 2558) กำลังการผลิตเคยสูงที่ระดับ 2.4 mbpd แต่การจะเพิ่มขึ้นไประดับดังกล่าวคาดจะใช้เวลาและการลงทุนสูง การตอบสนองของหุ้นเอเซียเช้านี้ยืนแดนบวก เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบ Brent บวกอ่อนๆ 0.2% สำหรับหุ้นเราแนะนำเก็งกำไร TASCO จากโอกาสกลับมานำเข้าน้ำมันดิบหนักจากเวเนซุเอลาที่มี Product Yield ยางมะตอยสูงหนุนต่อ GPM ในกรณีที่สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
มุมมอง SET Index ปี 2569 วางเป้าดัชนีที่ 1370 จุด บนสมมติฐาน EPS 92 บาท/หุ้น ขยายตัว 6%YoY โดยความน่าสนใจอยู่ที่ด้าน Valuation ที่ PER69 ราว 11.5 เท่า (ไม่รวม DELTA) ทำให้ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีมูลค่าถูกที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ด้านแรงหนุนช่วงต้นปี เราคาดมาจาก Election Rally ที่ SET Index มักปรับขึ้นเฉลี่ย 4% หากซื้อก่อนเลือกตั้ง 1 เดือนและขายหลังเลือกตั้ง 1 เดือน โดยแนะนำ 3 Theme การลงทุน 1) Election Rally ชอบ MTC BBL TRUE MINT และ AP 2) FDI & Data Center ชอบ WHA AMATA GULF และ 3) China+1 ที่ไทยยังได้ประโยชน์จากอัตราภาษีเราต่ำกว่าจีน หุ้นเด่นชอบ CCET และ ITC
Market Summary
SET Index ปิดที่ 1,259.67 จุด +5.64 จุด หรือ +0.5% หนุนจากการเข้าซื้อของเม็ดเงินกองทุนลดหย่อนภาษีในช่วงสิ้นปี หนุนจากการ Rebalance ของหุ้นที่เข้าคำนวณใน Index ต่างๆ เช่น CENTEL +4.6% จากการเข้าดัชนี SET50 GFPT +5% STECON +3.3% PTG +2.9% จากการเข้าคำนวณใน SET100 หุ้นอื่นๆ ERW +2.5% กลุ่มท่องเที่ยวฟื้นเด่นหลัง ตัวเลข นทท. ประจำสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน ธ.ค. +11.6%WoW หนุนให้ YTD มีนทท. ทั้งหมด 32.5 ล้านคน ขณะที่ผลตอบแทนทั้งปี 68 ของ SET Index -10% ถูกกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติทั้งปี 68 ที่ 1.07 แสนลบ. (ขายสะสม 3 ปี มูลค่ารวม 4.47 แสนลบ.) และแรงขายของสถาบันภายในประเทศทั้งปี 68 อีก 3.78 หมื่นลบ. จากการไถ่ถอนของกองทุน LTF คาดราว 9.3 หมื่นล้านบาท ส่วนนักลงรายย่อยซื้อสุทธิ 1.6 แสนล้านบาท
DAILY Stock Pick
TASCO
ต้นทุนน้ำมันถูกลง
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 18.40 บาท
TASCO มีโอกาสกลับมานำเข้าน้ำมันดิบหนักจากเวเนซุเอลาอีกครั้งหลังจากถูกสหรัฐคว่ำบาตรไปก่อนหน้า โดยน้ำมันดิบดังกล่าวราคาถูกกว่าน้ำมันดิบ Brent 15 $/bbl ส่งผลให้ต้นทุนถูกลงในระยะถัดไป
ปัจจุบันถูกซื้อขาย PE ปี 69 ที่ 10 เท่า (-1.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ในขณะที่อัตราเงินปันผลอยู่ในระดับ 8% อีกทั้งยังมี upside การปรับขึ้น Payout ratio จาก 80% เป็น 100% หนุนให้อัตราเงินปันผลเพิ่มเป็น 9-10% ช่วยจำกัด Downside
Technical View
แนวรับ : 13.70 บาท
แนวต้าน : 14.60 บาท
จุดตัดขาดทุน : 13.20 บาท
WEEKLY Stock Pick
ICHI
กำไรปี 69 โต กอปร
ปันผลน่าสนใจ
กำไรไตรมาส 4Q68 คาดโต +28% YoY จากการออกสินค้าใหม่ การขยายช่องทางจำหน่าย และมาตรการ คนละครึ่ง Plus ขณะที่กำไรปี 2569 คาดโตต่อ +10% YoY สูงกว่ากลุ่ม
อัตราเงินปันผลอยู่ที่ 8-9% ในปี 68-69 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นทั้งหมดที่เรา coverage ที่ 5.1% และ SETHD Index ที่ 5-6% ทำให้ Downside จำกัดจากทั้งกำไรที่เติบโตและอัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง
Technical View
แนวรับ : 13.20 บาท
แนวต้าน : 14.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 12.50 บาท
KEY FACTOR
ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการช่วงปีใหม่ มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของจีน โดย ดัชนี PMI ภาคการผลิตขยับขึ้นสู่ 50.1 จาก 49.2 สิ้นสุดการหดตัว (ต่ำกว่า 50) ต่อเนื่องยาวนาน 8 เดือน สะท้อนสัญญาณเสถียรภาพของภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ต้นปีใหม่ หนุนโดยการฟื้นตัวของทั้งการผลิตและคำสั่งซื้อ โดยเฉพาะกลุ่ม Tech อย่างไรก็ตามภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังเปราะบาง จากการลงทุน การบริโภค และภาคอสังหาฯ ที่อ่อนแอ ซึ่งยังทำให้ตลาดคาดหวังนโยบายกระตุ้นเพิ่มเติม
รายงานการประชุม FOMC เดือน ธ.ค. สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ Fed ส่วนใหญ่ยังมองว่า มีความจำเป็นในการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังชะลอลงตามคาด อย่างไรก็ตามยังเสียงแตก ทั้งเรื่อง จังหวะเวลาและขนาดการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดมองว่า Fed มีแนวโน้ม คงดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ม.ค. เพื่อรอข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังข้อมูลแรงงานและเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลาย แต่ในขณะเดียวกันการเติบโตเศรษฐกิจที่ยังแข็งแรงทำให้ถูกมองว่าการผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไป
EYES ON
5 ม.ค. ดัชนี ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ, RatingDog PMI ภาคบริการของจีน
6 ม.ค. ดัชนี S&P Global PMI ภาคบริการของสหรัฐฯ
7 ม.ค. การจ้างงานภาคเอกชน ADP ของสหรัฐฯ, ดัชนี ISM ภาคบริการของสหรัฐฯ
9 ม.ค. อัตราการจ้างงานนอกภาคเกษตร-อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ, CPI จีน
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ