สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(5 มกราคม 2569 )-------InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 5 มกราคม 2569 คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/ปรับขึ้น สหรัฐฯ จับกุม ปธน. เวเนซุเอลา แม้กดดันจิตวิทยาระยะสั้น แต่คาดว่าจะจบเร็วและไม่ยืดเยื้อและมีผลกระทบต่อตลาดจำกัด ขณะที่วันศุกร์หุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นในวันทำการแรกของปี สถิติหุ้นไทยช่วง 5 ปีที่ผ่านมาชี้ว่า SET ให้ผลตอบแทนเป็นบวกในสัปดาห์แรกของปีที่เฉลี่ย 1.3% ทางเทคนิค ตลาดขึ้นหลังทดสอบจุดต่ำสุดเดิม 1250/1244 บริเวณนี้มีโอกาสดีดกลับ หากยังไม่หลุดแนวรับอย่างเด็ดขาด มีแนวต้านที่ 1265/1270
ประเด็นสำคัญ
• เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา พร้อมควบคุมตัว ปธน. นิโคลัส มาดูโร และภริยาเพื่อดำเนินคดีในศาลสหรัฐฯ ฐานค้ายาเสพติดและก่อการร้าย ต่อมาศาลฎีกาเวเนซุเอลาแต่งตั้งรอง ปธน. "เดลซี โรดริเกซ" ขึ้นนั่งรักษาการ ปธน. แทน เราประเมินว่าแม้ระยะสั้นตลาดหุ้นโลกอาจเผชิญภาวะ Risk off ทำให้มีแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และมีโอกาสราคาน้ำมันจะปรับขึ้นแรงชั่วคราวซึ่งเป็น Sentiment บวกระยะสั้นต่อหุ้นพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่ม Upstream (PTTEP) และโรงกลั่น (TOP SPRC) แต่มองราคาน้ำมันจะผันผวนสูงและมีโอกาสปรับลงในระยะกลาง-ยาวจากกังวล Oversupply หากสหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอลาซึ่งมีแหล่งน้ำมันดิบมากสุดในโลก ซึ่งจะส่งผลลบต่อหุ้นพลังงานในอนาคต จึงไม่แนะนำเก็งกำไรระยะสั้น เราประเมินหุ้นต่างประเทศที่ได้ประโยชน์ CVX.US COP.US SLB.US และ VLO.US
• ครม. เห็นชอบกรอบเงินเฟ้อปี 2569 ที่ 1-3% ตามที่กระทรวงการคลังและ ธปท. เสนอ ซึ่งเป็นกรอบเดิม พร้อมทั้งจะดูแลไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด ควบคู่กับเสถียรภาพราคา ประเมินเงินเฟ้อเข้ากรอบในปี 2570
• ครม. เห็นชอบหลักการร่างกฎหมายกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์ Global Minimum Tax ซึ่งจะทำให้กฎหมายภาษีเป็นไปตามมาตรฐานสากล, ลดการแข่งขันทางภาษีระหว่างประเทศ, จัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม 1.2 หมื่นลบ./ปี
• BOI เผยจะมีการประชุมบอร์ดเซมิฯ ในวันที่ 7 ม.ค. นี้เพื่อหารือและปรับปรุงร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ผลักดันไทยเป็นฮับผลิตชิปขั้นสูง ในพื้นที่ภาคเหนือ
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนในกรอบ 1250–1320 จุด โดยคาดบรรยากาศลงทุนมีแรงหนุนจาก January Effect ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี (2564–2568) ช่วงสัปดาห์แรกของวันทำการหลังปีใหม่ SET จะปรับขึ้นเฉลี่ยราว 1.3% ด้วย Win Rate 60% สะท้อนพฤติกรรมกลับเข้าลงทุนของนักลงทุนหลังพ้นวันหยุดยาว ขณะเดียวกันมองตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยการเมืองในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองหลักซึ่งอาจส่งผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-เวเนซุเอลา, ข้อมูลตลาดแรงงานและ PMI ภาคการผลิต ธ.ค. ของสหรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
แนวรับ – แนวต้าน : 1250/1244 – 1265/1270
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ ติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา และปัจจัยการเมืองในประเทศ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวก ดังนี้
1. หุ้น Defensive ผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก เราคาด 4Q68 กำไรเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BEM BGRIM GULF PTT
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลงตามภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL
4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดหวังสหรัฐจะยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันหนักจากเวเนซุเอลาทำให้กลับมานำเข้าได้อีกครั้ง แนะนำ TASCO ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นต้นน้ำและโรงกลั่น (PTTEP TOP SPRC) แม้เหตุการณ์ในเวเนซุเอลาจะสร้าง Risk Premium ดันราคาน้ำมันดิบขึ้นในระยะสั้น แต่คาดราคาน้ำมันจะผันผวนสูงจากความกังวลด้านอุปทานที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะกลาง-ยาว จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเก็งกำไรระยะสั้นไปก่อน 2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จาก January Effect โดยเน้นเลือกหุ้น SETHD และ sSET ซึ่งจากสถิติ 5 ปีล่าสุดพบให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงราว 1.5-2.0% ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังเปิดปีใหม่ด้วย Win Rate 80% แนะนำ KTB BBL AP THANI KBANK และ 3) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และ/หรือ เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรคการเมือง อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL TNP) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT CBG OSP) กลุ่มสินเชื่อ (SAWAD TIDLOR) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW)
Daily Top Picks
BBL: ราคาหุ้นมีโอกาสได้รับ Sentiment บวกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังทรงตัวสูง/ปรับตัวขึ้น ธนาคารมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ คาดว่า ECL จะลดลงทั้ง QoQ และ YoY ใน 4Q68 Valuation ถูกที่สุดในกลุ่มธนาคารที่ PBV 0.48 เท่า และ PE 7 เท่าในปี 2569 เป้าหมายระยะสั้น 171 บาท
CPN: มีปัจจัยหนุนระยะสั้น คาดว่ากําไรเติบโตแข็งแกร่ง YoY ได้ใน 1H69 จากโครงการ Dusit Residences ซึ่งถือหุ้น 30% และขายแล้วมากกว่า 90% มีฐานตํ่าใน 1H68 รวมถึงโอกาสที่กําไรและเงินปันผลจะสูงกว่าคาดจากการขายสินทรัพย์ให้ CPNREIT ใน 2H69 ในขณะที่ valuation ที่ยังไม่แพง เป้าหมายระยะสั้นที่ 56.50 บาท