Today’s NEWS FEED

News Feed

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดเศรษฐกิจจีนในช่วงครึ่งหลังของปี 68 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงกว่าครึ่งแรกของปี ทั้งปี 68 มีแนวโน้มเติบโตอยู่ที่ 4.2%

293

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(15 กรกฎาคม 2568)--------ท่ามกลางปัจจัยกดดันเรื่องสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2/2568 เติบโตชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก แต่ยังเติบโตในอัตราที่สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลโดยขยายตัวอยู่ที่ 5.2%YoY (รูปที่ 1) ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเร่งส่งออกก่อนข้อยกเว้นภาษี 90 วันกับประเทศอื่น ๆ ยกเว้นจีนจะสิ้นสุดลง นอกจากนี้ โครงการของเก่าแลกของใหม่ (Trade-in Program) ยังเข้ามาช่วยหนุนการใช้จ่ายผู้บริโภค ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีนต่อเนื่อง ทั้งนี้ ครึ่งแรกของปี 2568 เติบโตที่ 5.3%YoY

 


o ครึ่งหลังของปี 2568 เศรษฐกิจจีนคาดจะยังได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างโครงการสินค้าเก่าแลกสินค้าใหม่ที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่

 


o อีกทั้ง ทางการจีนมีแนวโน้มออกมาตรการมาช่วยหนุนภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม รวมถึงธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอย่างน้อยอีก 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะทยอยออกมาคาดไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากสงครามการค้า และความเสี่ยงเงินฝืดที่จีนยังเผชิญอยู่ มีรายละเอียด ดังนี้


1. ทิศทางการส่งออกจีนครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มชะลอลง หลังมีการเร่งส่งออกไปแล้วในช่วงครึ่งแรกของปี อีกทั้งสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยล่าสุดสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงทางการค้าปรับลด Reciprocal Tariffs กันชั่วคราว 90 วัน สิ้นสุดวันที่ 12 ส.ค. 68 ทั้งนี้ อัตราภาษีคาดว่าจะไม่กลับไปอยู่ในระดับสูงเท่าช่วงเดือนเม.ย.68 ที่มีการตอบโต้ระหว่างกัน แต่อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เก็บจากสินค้านำเข้าจีนที่ 51.1% ถือว่าอยู่ในระดับสูงที่จะทำให้การค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มปรับลดลง นอกจากนี้ อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากประเทศในอาเซียนจะเริ่มปรับสูงขึ้น หรือมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นจากการส่งสินค้าผ่านประเทศที่สามอย่างที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากเวียดนาม


2. ความเสี่ยงเงินฝืดที่จีนยังเผชิญอยู่ แม้ทางการจีนจะเน้นการส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของผลผลิตในภาคการผลิตยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าการเติบโตของการบริโภคในประเทศ (รูปที่ 4) สะท้อนว่าผลผลิตภาคการผลิตของจีนยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งในระยะข้างหน้าจะยังสร้างแรงกดดันต่อปัจจัยทางด้านราคา โดยเฉพาะเมื่อการส่งออกเผชิญความเสี่ยงจากอัตราภาษีที่ปรับสูงขึ้น

 

3. แนวทางการควบคุมเรื่องสงครามราคาในประเทศที่คาดว่าทางการจีนจะเริ่มเข้ามาออกมาตรการแก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้น แม้จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจจีนในระยะยาว แต่ในเบื้องต้นอาจทำให้ภาคธุรกิจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม เช่น การปรับลดเงินอุดหนุนในบางธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งยังต้องติดตามแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป


o ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเศรษฐกิจจีนในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงกว่าครึ่งแรกของปี โดยทั้งปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตอยู่ที่ 4.2% เนื่องจากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยในประเทศลดลง นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำจากความไม่แน่นอนเรื่องสงครามการค้า และปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังยืดเยื้อ อีกทั้งการเร่งส่งออกที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในครึ่งแรกของปีมีแนวโน้มชะลอลง


o ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนที่มีทิศทางเติบโตชะลอลงจะส่งผลกระทบมาถึงไทยผ่านภาคการท่องเที่ยวที่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนเริ่มเข้ามาในไทยน้อยลง โดยครึ่งแรกของปีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยลดลง (-34%YoY) รวมถึงปัญหาสินค้าราคาถูกในจีนจะยิ่งกดดันปัญหาสินค้าราคาถูกเข้าไทยในระยะต่อไป

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

แย่งอำนาจ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ มองการเมืองไทย นักการเมืองไทย ยังคงเวียนว่าย ตายเกิด แย่งชิงอำนาจกัน รักชาติ.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้