สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(2 พฤษภาคม 2568)---------บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากผลการประชุมกนง. และนักลงทุนคลายกังวลบางส่วนต่อประเด็นสงครามการค้า
ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงแรก ก่อนจะดีดตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ แม้ระหว่างสัปดาห์จะมีปัจจัยลบจากประเด็น Moody’s ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยลงมาเป็น “เชิงลบ” ก็ตาม โดยปัจจัยที่หนุนดัชนีหุ้นไทย ได้แก่ แรงซื้อหุ้นบิ๊กแคป โดยเฉพาะหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งหลังผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์ การปรับลดดอกเบี้ยของ กนง. ตลอดจนนักลงทุนคลายความกังวลบางส่วนต่อประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ มีท่าทีประนีประนอม และจีนกำลังพิจารณาข้อเสนอสำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมในช่วงท้ายสัปดาห์จากการเปิดขายกองทุน Thai ESGX ซึ่งเป็นกองทุนรูปแบบใหม่ที่คาดว่าจะมีส่วนช่วยพยุงหุ้นไทย อย่างไรก็ดี กรอบการปรับขึ้นของดัชนีหุ้นไทยเริ่มจำกัดในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยเผชิญแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มแบงก์จากประเด็นที่ Moody’s ปรับมุมมองแนวโน้มอันดับเครดิตของสถาบันการเงิน 7 แห่งเป็น “เชิงลบ” จาก “มีเสถียรภาพ”
อนึ่ง สัปดาห์นี้หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ปรับตัวลงสวนทางภาพรวม โดยเผชิญแรงขายทำกำไร เนื่องจากมีการตอบรับประเด็นเรื่องปรับลดดอกเบี้ยไปแล้วก่อนหน้านี้
ในวันศุกร์ที่ 2 พ.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,198.98 จุด เพิ่มขึ้น 3.45% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 40,980.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.69% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.73% มาปิดที่ระดับ 253.47 จุด
สัปดาห์ถัดไป (5-9 พ.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,170 และ 1,150 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,215 และ 1,225 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (6-7 พ.ค.) ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ของบจ.ไทย ประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคบริการเดือนเม.ย. ข้อมูลนำเข้าและส่งออกเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOE ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนเม.ย. ของจีน ยูโรโซน อังกฤษ และญี่ปุ่น ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเม.ย. ของจีน