AT THE OPEN (#ATO)
SET Index พักตัว
กลยุทธ์เลือกหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว
Market Strategy
SET Index คาดพักตัวตามกรอบ 1165 -1180 จุด สภาพแวดล้อมขาดปัจจัยหนุนใหม่ โดยประเด็นต่างประเทศความสำคัญจะอยู่ที่การส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินของ FED ที่จะรู้ผลประชุมช่วงเช้ามืดวันพรุ่งนี้ (20 มี.ค.68) ด้านปัจจัยในประเทศยังขาดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ กลยุทธ์วันนี้เลือก BA และ SPRC
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้กลับมาปรับลงในช่วง -0.6% ถึง -1.7% จากแรงขายลดความเสี่ยงก่อนผลการประชุม FED ซึ่งปัจจุบันตลาดคาดว่า FED จะคงดอกเบี้ยฯที่ 4.5% แต่สิ่งที่ติดตาม คือ การส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยฯ ในระยะถัดไปผ่าน FOMC ซึ่งเดิมในเดือน ธ.ค. 67 คาดจะปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ 2 ครั้ง ขณะที่มุมมองตลาดผ่าน FEDWATCH Tool ล่าสุดคาดว่าจะลดดอกเบี้ยฯ 2-3 ครั้ง นอกจากนี้ยังต้องติดตามคาดการณ์มุมมองเศรษฐกิจและเงินเฟ้อสหรัฐฯ หลังจากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯเริ่มมีการขึ้นภาษีกับประเทศคู่ค้าสำคัญต่างๆ เช่น จีน เม็กซิโกและแคนาดา สภาพแวดล้อมข้างต้นน่าจะทำให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคกลับมาพักตัวหลังจากวานนี้รีบาวน์กลับขึ้นมา
สงครามรัสเซีย-ยูเครน ลดความรุนแรงลงชั่วคราว หลังจากการหารือระหว่างคุณทรัมป์และปูตินวานนี้มีข้อตกลงร่วมกันที่จะหยุดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน ส่วนข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามเต็มรูปแบบจะมีการหารือกันต่อไป โดยความคืบหน้าข้างต้นกดดันต่อราคาน้ำมัน Brent วานนี้ปรับลง 0.7% ซึ่งอาจเป็นลบต่อราคากลุ่มพลังงานต้นน้ำ PTTEP ในวันนี้
สำหรับปัจจัยในประเทศการประชุม ครม. วานนี้ยังไม่ได้มีการเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดเพิ่มเติม แต่จุดที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ คือ มาตรการซื้อหนี้จากประชาชนออกจากระบบธนาคาร ที่คุณทักษิณกล่าวปราศรัยที่พิษณุโลกเพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งยังคงต้องติดตามรายละเอียดต่อแนวทางปฏิบัติต่อไป
Market Summary
SET Index ปรับขึ้น 5.97 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค แรงหนุนกลุ่มธนาคารดึงดูดจากปันผลสูง KBANK +2.3% TCAP +3.1% กลุ่มได้ประโยชน์จาก BOI อนุมัติโครงการลงทุน Data Center WHA +2.3% GULF +2% ADVANC +1.5% +2.8% ส่วนกลุมที่ปรับลง Underperform คือ กลุ่ม China Play โดยแรงขายทำกำไรอย่าง SCGP -4.3% (มีปัจจัยลบเสริมจากตลาดอินโดฯปรับลง -3.8% ซึ่ง SCGP มีสัดส่วนรายได้ 14%) IVL -1.4% PTTGC -3.2% กลุ่ม BEM -2.7% จากกังวลต่อจำนวนผู้ใช้ทางด่วนลดลงจากคานถล่มที่ทางด่วนดาวคะนอง ซึ่งบริษัทเผยผลกระทบจำกัด
DAILY Stock Pick
BA
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 28.50 บาท
จำนวนนักท่องเที่ยวสมุย ยังคงเติบโตโดดเด่นใน 2M2568 +15%YoY แข็งแกร่งกว่าภาพรวมนักท่องเที่ยวของไทยที่โตเพียงแค่ +7%YoY ในช่วงเวลาเดียวกัน เราคาดว่าค่าตั๋วเส้นทางสมุยยังคงอยู่ในระดับประมาณ 4 พันบาทต่อทริปในปี 2568 สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2560 (รายได้ 60% ของตั๋วเครื่องบินมาจากเส้นทางสมุย) ปัจจัยดังกล่าว หนุนกำไรปี 2025 เติบโต +12%
Upside เพิ่มเติมจากการขยายสนามบิน เพื่อเพิ่มกำลังรองรับสนามบินสมุยเป็น 6 ล้านคนต่อปี (COD ในปี 2571) อีกทั้ง UTA (JV ของ BA) เซ็นสัญญาสัมปทานศูนย์การบินใหม่ที่อู่ตะเภา (ช่วยเพิ่มมูลค่าถึง 4.6 บาทต่อหุ้น) หากโครงการ Entertainment complex เปิดดำเนินการ เป็นปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวไทย case study : Marina Bay Sands เปิดตัวในปี 2553 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของประเทศสิงคโปร์ในปีเดียวกันเพิ่มขึ้น เป็น 9.2 ล้านคน (+22%YoY)
WEEKLY Stock Pick
SPRC
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 9.90 บาท
การกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม OPEC+ ในเดือนเม.ย. แต่เรามองเป็นสิ่งที่ดีสำหรับโรงกลั่น เพราะราคาน้ำมันที่ต่ำลงจะช่วยเพิ่ม GRM เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์มักจะเคลื่อนไหวน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบ นอกจากนี้เราคาด OPEC+ อาจจะต้องลดส่วนเพิ่มราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) เพื่อดึงส่วนแบ่งตลาดคืนมาซึ่งจะเป็นบวกต่อ GRM อีกทางหนึ่ง
ในเชิง Valuation ยังอยู่ในจุดที่ถูกเกินไป จากการซื้อขายบน PBV 0.47 เท่าต่ำกว่าเฉลี่ย -1.5 S.D. โดย Sentiment บวกระยะสั้นคือ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจีน (ยอดค้าปลีก และดัขนีผลภาคอุตสาหกรรม 2M68 ที่ดีกว่าคาด) รวมถึงความกังวลต่อการเกิด Recession ในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ลดลง
KEY FACTOR
ในการประชุม FOMC คืนนี้ Consensus คาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25% - 4.50% นอกจากนี้น่าจะมีการเปิดเผย Dot Plot ที่จะบ่งชี้มุมมองดอกเบี้ยในระยะยาว ซึ่งหากเทียบกับประมาณการเดิมในช่วงเดือน ธ.ค. ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจกลับมาเผชิญความเสี่ยงจากเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งสอดคล้องกับแบบจำลอง GDP Now ของ Fed Atlanta ที่ล่าสุด (18 มี.ค.)ประเมิน GDP 1Q68 ติดลบ -1.8% ลดลงจาก -1.6% (7 มี.ค.) หลังการรายงานตัวเลขยอดค้าปลีก และ เงินเฟ้อ มีความเสี่ยงที่จะกลับมาเร่งตัว จากสงครามการค้าและการตั้งกำแพงภาษีที่เกิดขึ้น
มุมมองตลาดยังอยู่ในจุดที่ระมัดระวัง ให้น้ำหนัก Fed ปรับลดดอกเบี้ยเฉลี่ยประมาณ 2.4 ครั้ง ในปีนี้ ซึ่งแม้จะเป็นระดับที่สูงกว่า Dot Plot ครั้งที่ผ่านมาที่ให้น้ำหนัก 2 ครั้ง แต่ถือว่ายังไม่คาดหวังสูงมากนักต่อการลดดอกเบี้ย
EYES ON
ในสัปดาห์ รายละเอียดเพิ่มเติมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
19 มี.ค. ประชุม FOMC
21 มี.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค Eurozone
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ