---ยังคงเน้นคุณภาพสินทรัพย์เป็นสำคัญ---
คาดการเติบโตของกำไรชะลอตัวลงในปี 2025F เราคาดว่าในปี 2025F ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์มากกว่าการเติบโต และด้วยกลยุทธ์การปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก การบริหาร NPL อย่างมีประสิทธิภาพ และการขยายสินเชื่อใหม่อย่างระมัดระวังในช่วงปี 2023-2024 ทำให้ NPL ratio ของธนาคารอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และมี Coverage Ratio อยู่ในระดับสูง ยังผลให้ธนาคารน่าจะลด Credit Cost ในปี 2025F ได้ ซึ่งปัจจัยนี้ช่วยหนุนการเติบโตของกำไร ในขณะที่การขยายตัวของสินเชื่อยังจำกัด และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ NIM) อาจจะอ่อนลงก็ตาม
มูลค่าซื้อขายอยู่ในระดับต่ำ พร้อมอัตราผลแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ ธนาคารส่วนใหญ่ยังคงซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น BVS) แต่เราคาดว่าราคาหุ้นจะฟื้นตัวไปพร้อมกับเศรษฐกิจในปี 2525F ขณะเดียวกัน ด้วยกลยุทธ์การบริหารเงินทุนและเพิ่ม ROE ธนาคารได้ปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล ทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าจูงใจมาก โดยอยู่ในช่วง 4.3 8.5% ต่อปี
ยังคำให้น้ำหนักลทุน Neutral โดยมี KTB, BBL และ TTB เป็นหุ้นเด่น ทั้งนี้แม้ตลาดจะยังมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์ของภาคธนาคาร แต่เรามองว่าธนาคารส่วนใหญ่จะยังสามารถลด Credit Cost ได้ในปี 25F นอกจากนี้ ราคาหุ้นยังไม่แพงเมื่อพิจารณาจาก P/BV ที่ต่ำกว่า 1 เท่า รวมถึงให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าจูงใจ
KTB - เป็นหุ้นเด่นอันดับหนึ่งของเรา เนื่องจากมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง มีการเติบโตที่โดดเด่น บริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี นอกจากนี้ KTB ยังได้รับประโยชน์จากความต้องการสินเชื่อภาครัฐที่เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 25.50 บาท
BBL – เป็นอีกหนึ่งในหุ้นเด่น เนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และ มี P/BV ต่ำเพียง 0.5 เท่า นอกจากนี้ BBL ยัง ได้อานิสงค์จากการลงทุนที่ฟื้นตัวดีขึ้นในปี 25F เนื่องจากมีลูกค้าภาคธุรกิจรายใหญ่จำนวนมาก รวมถึงมีการปล่อย สินเชื่อ ในต่างประเทศด้วย แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 196 บาท
TTB - เราชอบที่ธนาคาร มีคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง และมีแนวโน้มกำไรที่มั่นคง มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีมาใช้ บริหารกำไรสุทธิได้อย่างยืดหยุ่น แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 2.18 บาท
นักวิเคราะห์ : ธนินี สถิรเรืองชัย : thaninees@dbs.com : Tel. 02 857 7837