Today’s NEWS FEED

News Feed

NEP ซื้อกิจการ VAVA Z จากบุคคลที่เกี่ยวโยง มูลค่ารวม 7.88 ลบ. เพื่อให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ในธุรกิจใหม่ ทดแทนธุรกิจเดิมตั้งแต่ 1 ก.ค. 67

215

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(21 มิถุนายน 2567)-------นายสุนทร พจน์ธนมาศ ประธานกรรมการบริษัท บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) NEP เปิดเผยว่าด้วยฝ่ายจัดการได้เสนอขออนุมัติการซื้อกิจการ VAVA Z เพื่อพัฒนาให้เป็นธุรกิจหลักตามทิศทางของบริษัท เอ็นอีพีอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ในการมุ่งสู่สินค้าสิ่งแวดล้อมตามที่เคยชี้แจงต่อนักลงทุนไปในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี2567 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 และการประชุมเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง (Public Presentation) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567


ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ครั้งที่ 5/2567 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทซื้อกิจการ VAVA Z มูลค่ารวม 7,882,988.44 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากบริษัท วาวา แซด จำกัด (“วาวา แซด”) ซึ่งกรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ วาวา แซด คือ นายวีระชาติ โลห์ศิริ และนายวีระชาติ โลห์ศิริ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วาวา แพค จำกัด และเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท และเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทซึ่งถือเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท ประเภทรายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ มีขนาดของรายการคิดเป็นร้อยละ 1.38 ของมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิตามงบการเงินรวมที่รวมของบริษัทสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567 ที่ผ่านการสอบทานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัท โดยบริษัทไม่มีการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์หรือบริการ รายการอื่น ๆ กับ วาวา แซด ในช่วง 6 เดือนย้อนหลัง
รายการที่เกี่ยวโยงกันดังกล่าวมีขนาดรายการมากกว่า 1 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นรายการขนาดกลาง ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 21/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (รวมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ.2546 (รวมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ดังนั้น บริษัทต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทและเปิดเผยสารสนเทศเกี่ยวกับการเข้าทำรายการดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อนเข้าท ารายการ


นอกจากนี้ รายการดังกล่าวข้างต้น เข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือบริการ มีขนาดรายการเท่ากับร้อยละ 1.32 ซึ่งคำนวณตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทนตามงบการเงินรวมของบริษัทสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567 ที่ผ่านการสอบทานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัท โดยขนาดรายการดังกล่าวต่ำกว่าร้อยละ 15 บริษัทจึงไม่ต้องรายงานสารสนเทศตามเกณฑ์การได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน


การซื้อกิจการ VAVA Z เป็นการซื้อทรัพย์สิน อุปกรณ์ เครื่องจักรสำหรับออกแบบการผลิต และสต็อกสินค้าที่ Activeเครื่องหมายการค้า/แบรนด์ VAVA Z รวมถึงลูกค้าและฐานลูกค้า โดยธุรกิจ VAVA Z เป็นแบรนด์สินค้าในรูปแบบ Circular Upcyclingหรือเป็นการเพิ่มมูลค่าจากเศษวัสดุหมุนเวียน และบริษัทจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2567 โดยบริษัทจะเริ่มมีรายได้ครั้งแรกในวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ทดแทนการสิ้นสุดการรับรู้รายได้ในธุรกิจเดิมทั้งนี้สารสนเทศการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน ปรากฏตามเอกสารที่แนบมาพร้อมหนังสือฉบับนี้

 

เหตุผลและความจำเป็นในการทำรายการ
ด้วยด้วยสถานการณ์ของบริษัทที่มีผลขาดทุนสุทธิและมีกระแสเงินสดติดลบอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องจากปริมาณการผลิตไม่ถึงจุดคุ้มทุน ซึ่งการเพิ่มปริมาณการขายและการผลิตผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกให้สูงกว่าจุดคุ้มทุนจะใช้เวลานานและใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง และหากบริษัทดำเนินงานในธุรกิจเดิมต่อไปจะทำให้มีผลกระทบต่องบการเงินและสภาพคล่องของบริษัท บริษัทจึงจำเป็นต้องยุติการผลิตและการจัดหน่ายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกและผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไปนั้น แต่บริษัทยังมีการส่งสินค้าตามกำหนดการส่งมอบให้กับลูกค้า และยังรับรู้รายได้จากการขายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนจนถึงเดือนมิถุนายน 2567การปรับเปลี่ยนธุรกิจของบริษัทในครั้งนี้ บริษัทมุ่งเน้นธุรกิจที่สร้างผลกำไรที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม มีความเสี่ยงต่ำ และสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการเข้าทำรายการเกี่ยวโยงจึงมีความจำเป็นและสอดคล้องกับกลยุทธ์เป้าหมายที่องค์กรวางไว้ซึ่งธุรกิจVAVA Z เป็นสินค้าสิ่งแวดล้อม Circular Upcycling ซึ่งเป็นไปตามแผนธุรกิจประจำปี 2567 ที่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุม

คณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 18/2566 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 แล้วด้วยนั้น ทั้งนี้การเข้าทำรายการดังกล่าว เพื่อให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ในธุรกิจใหม่ภายใต้ธุรกิจ BCG ทดแทนธุรกิจเดิมตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป การปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบธุรกิจในครั้งนี้ เพื่อเป็นการลดผลการดำเนินงานที่ขาดทุน โดยบริษัทยังมีหน้าที่ต้องแก้ไขผลการดำเนินงานให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์คุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียนต่อไป

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้