Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.กรุงศรี พัฒนสิน : KCS Daily Strategy

244

 

"Consumer Plays"

 

KCS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ "ฟื้นตัว" ต้าน 1380/1392 จุด รับ 1363/1357 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯฟื้นหลังจากเงินเฟ้อ PCE ม.ค. 24 +2.4%y-y vs prev. +2.6% Core PCE +2.8%y-y, +0.4%m-m vs prev. +2.9%y-y, +0.2%m-m เป็นภาพค่อยๆชะลอลงตามที่ตลาดคาดและกำลังลงสู่เป้าหมาย Fed ที่ 2.0% ทำให้ภาพเดินไปในทิศทางตลาดมองการลดดอกเบี้ยจะเริ่ม มิ.ย. 24 ถ่วง US Bond Yield อายุ 10ปี วานนี้ดิ่งลง -4 bps สู่ 4.27% โดยระดับ 4.3 +/- % เป็นจุดสูงสุดไปแล้ว มองภาวะ Search For Yield จากนี้ อิงรายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นภาพค่อยๆอ่อนลงต่อ วานนี้ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น น้ำหนัก Flow คาดโอนเอียงทาง Asia จีน ไทยที่กำลังฟื้นตัวเร่งขึ้น โดยความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น ก.พ. 24 กลับมาซื้อสุทธิ SET ครั้งแรกในรอบ 13 เดือน เงินบาทเริ่มแกว่งแข็งค่า มอง SET วันนี้ฟื้นตัว หุ้นนำ คือ หุ้นอิงภาคบริการ, ดอกเบี้ยขาลงหนุน กลุ่มพื้นฐานแกร่ง แต่ราคาลงมากกว่าตลาด วันนี้แนะ BJC, OSP, ICHI

 

Daily outlook: "Sideways" ต้าน 1390/1394 จุด รับ 1376/1372 จุด

What happened around the world ?

• (*/-) US Stocks : ตลาดหุ้นสหรัฐยังแกว่งตัวลง รอดู PCE สหรัฐคืนนี้ โดย Dow jones -0.06%, S&P500 -0.17% Nasdaq 0.55% โดยดัชนี S&P500 Sector ส่วนใหญ่ปรับขึ้น ยกเว้นเพียงกลุ่ม Energy, IT, Health Care ฯลฯ โดยกลุ่มที่ Outperform หลักคือ Real estate, Financial, Consumer discretionary ฯลฯ หุ้นที่ปรับขึ้นแรง Tesla +1.1%, Disney +1.26%ฯลฯ หุ้นที่ปรับลงแรงคือ กลุ่ม Semiconductor Intel -1.73% , NVDIA -1.3%, Qcom -1.55% เป็นจิตวิทยาลบต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยระยะสั้นวันนี้

• (*/-) US GDP : GDP สหรัฐ 4Q23 รายงานรอบที่ 2 +3.2%q-q (ต่ำคาดและปรับลงเล็กน้อยจากรอบก่อน 3.3%) หลักๆปรับลงจากฝั่ง สินค้าคงคลัง, การส่งออกสุทธิ ผลจากการนำเข้าฝั่งบริการคือ คนออกไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่ม แต่หมวดที่ปรับขึ้นคือ 1.)ภาคการบริโภค ขึ้นมาที่ 3% จาก 2.8%หลักๆมาจาก หมวดบริการการแพทย์ อย่างไรก็ตามเนื่องจากการรายงานเป็น Lagging indicator ตลาดให้น้ำหนักไปที่เศรษฐกิจไตรมาสถัดไป อิงแบบจำลอง GDP Now สหรัฐงวด 1Q23F + 3.2%q-q (เพิ่มขึ้นจาก VS. ปลายสัปดาห์คาด +2.9%q-q ) ถือว่าทรงตัว

• (*) Fed Speaks : โทนออกมาในเชิง Hawkish 1.)คุณ Bostic ประธาน Fed สาขา Atlanta (Non Voter) แสดงความเห็นคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเดือน มี.ค. 24 จะไม่ลงเร็วถึง 2%แต่เชื่ออัตราเงินเฟ้อจะทยอยปรับลงมาเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% 2.)คุณ Joohn william ประธาน Fed สาขา New York (Voter) เผยว่ามีโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ โดยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะมีการเปิดเผยออกมา

• (*) To Monitor : ฝั่งสหรัฐ 29 ก.พ. ติดตามรายงานเงินเฟ้อ PCE ม.ค. 23 ตลาดคาด 2.4%y-y vs prev. +2.6% ส่วน Core PCE ตลาดคาด +0.4%m-m vs prev. +0.2%และ 1 มี.ค. ดัชนี PMI (ISM) ภาคผลิต ก.พ. ตลาดคาด 49.2 จุด vs prev 49.1 ฯ ฝั่งจีน 1 มี.ค. ติดตาม PMI ภาคผลิต ก.พ. 24 ตลาดคาด 49.3 จุด vs prev. 49.2 จุด PMIภาคบริการ ตลาดคาด 51.2 จุด vs prev. 50.7 จุด

• (*) US Bond & Dollar : ระยะสั้น อายุ 10 ปี ปรับลง -4 bps อยู่ที่ 4.27% เช่นเดียวกับ 2 ปี พลิกปรับลง -6 bps อยู่ที่ 4.64% เป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นกลุ่มการเงิน กลุ่ม High Growth กลุ่มโรงไฟฟ้า ในวันนี้ ขณะที่ Dollar Index แกว่งตัวบริเวณ 103.86+/- จุด

• (*/-) Oil : ราคาน้ำมันดิบแกว่งตัว Brent -0.47%d-d ปิดที่ US$ 83.26/barrel น้ำมันดิบ West Texas -0.42%d-d ปิดที่ US$ 78.54/barrel แรงกดดันมาจากฝั่ง Supply EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ +4.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าตลาดคาด 3.1 ล้านบาร์เรล KCS มองระยะสั้นราคาน้ำมันดิบยังผันผวนแต่มองระยะสั้นมีโอกาสปรับขึ้นใน แรงหนุนตามตลาดคาดการณ์ OPEC+จะขยายเวลาลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปจนถึง 2Q24 เป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานต้นน้ำ PTT, PTTEP, TOP แนะนำ Trading

• (*/+) Crypto Currency : ราคา Bitcoin ปรับขึ้นต่อทะลุแนวต้าน 60,000 เหรียญฯ ขึ้นมาได้ ล่าสุดอยู่ที่ 62,223 เหรียญ ทำ new high ในรอบ 2 ปี 4 เดือน แรงหนุนหลักคือ ตลาดยังเก็งประเด็น Bitcoin Halving จะเกิดขึ้นในเดือน เม.ย.24 KCS ประเมินแนวต้าน Bitcoin วางไว้ที่ 65,000 เหรียญ มองจิตวิทยาบวกต่อหุ้นกลุ่มเชื่อมโยง Crypto อาทิ JTS, BROOK, ZIGA, TTA แนะนำTrading และหาจุด Stop loss เพื่อป้องกันความเสี่ยง

• (*/+) BDI Index : ดัชนีค่าระวางเรือ BDI +7.48%d-d และ +46.1%mtd ปิดที่ 2041 จุด มองเป็นจิตวิทบวกต่อหุ้นกลุ่มเรือเทกอง อาทิ PSL, TTA

 

What happened in Thailand ?

• (*/-) SET: SET Index -0.84% ปิดที่ 1382.05 จุด กลุ่มหนุน คือ กลุ่มอาหาร+เครื่องดื่ม (CPF, BTG, OSP, ICHI) กลุ่มเนื้อสัตว์ ตลาดมองภาพผ่านจุดต่ำสุด ส่วนเครื่องดื่มมองเก็งภาพเข้าหน้าร้อน และ OSP มองดึงสถานะกลับหลังถูกขายหลังหลุดดัชนี MSCI (การปรับน้ำหนักจริงมีผลราคาปิดวันนี้ 29 ก.พ.) กลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC, IVL) มองฟื้นตัวหลังฮ่องกงส่งสัญญาณพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนกลุ่ม China Plays กลุ่มถ่วง คือ กลุ่มชิ้นส่วน (DELTA, HANA) กระทบจาก HANA รายงานกำไร 4Q23 ต่ำกว่าคาดมีนัย กลุ่มพลังงาน (GULF, EA)

• (*) Flow : เงินทุนต่างชาติไหลเข้า ซื้อหุ้น +20.7 ล้านเหรียญฯ ซื้อพันธบัตร +33 ล้านเหรียญฯ TFEX สถานะ Net Short -15,545 สัญญา เงินบาททรงตัว 35.9 +/-บาท

• (*/+) TH Bond Auction: การประมูลพันธบัตรรัฐบาลไทยปี 2027 วันนี้แม้ Demand จะลดลง แต่ Average yield ลดลงอยู่ที่ 2.147%จาก 2.31% ณ. 17 ม.ค.24 สะท้อนมุมมองดอกเบี้ยในประเทศมีทิศทางลง มองบวกต่อกลุ่มการเงิน และบวกต่อ กลุ่ม High Growth เน้น BBIK

• (*/+) JV AMC: BOT ประกาศอนุญาตให้ธนาคารรัฐฯ ร่วมกับ AMC จัดตั้ง JV AMC ได้ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เสีย โดยให้จัดตั้งให้เสร็จสิ้นภายใน 31 ธ.ค. 24 อายุกิจการไม่เกินกว่า 15ปี มองทิศทางดังกล่าวเป็นบวกต่อ SET ระยะกลาง โดยคาดว่าจะเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยลดแรงกดดันปัญหาหนี้สินครัวเรือนสูงต่อภาคบริโภค ทั้งนี้ ปัจจุบันหนี้เสียธนาคารรัฐฯ สูงราว 1.8-2.0 แสนล้านบาท คาดว่าเมื่อ JV AMC ระหว่างธนาคารรัฐฯกับ AMC เกิดขึ้นและเริ่มดำเนินการ จะหนุนการฟื้นตัวภาคบริโภคดีขึ้นเป็นลำดับ โดยรวมประเมินเป็นบวกต่อกลุ่มอิงกำลังซื้อภายใน อาทิ กลุ่มเช่าซื้อ เน้นหุ้นในฝั่ง Title Loan, กลุ่มค้าปลีก เน้น CPALL, CPAXTทั้งนี้ ในส่วนกลุ่ม AMC เบื้องต้นเรายังมองภาพเป็นกลาง เนื่องจากสินทรัพย์ธนาคารรัฐฯไม่ใช่เป้าหมายหลัก AMC ใน SET ที่เน้นหนี่สถาบันการเงินเอกชน

• (*) Wage: บอร์ดไตรภาคี ได้ประชุมเพื่อพิจารณาสูตรการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ โดยล่าสุดเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการนำเสนอและเห็นชอบการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามพื้นที่ ข้อสรุปทั้งหมดจะมีการประชุมอีกครั้ง 26 มี.ค. มองแนวโน้มการปรับขึ้นค่าแรง จิตวิทยาบวกต่อกลุ่มเช่าซื้อ ติดตามหนี้ กลุ่มเครื่องดื่ม เน้น ICHI จิตวิทยาลบกลุ่มที่มีต้นทุนค่าแรงสูง อสังหาฯ รับเหมา ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน

• (*/+) FDI: BMW Group Thailand เปิดเผยแผนตั้งโรงงานแบตเตอรี่ EV ในไทยภายในปี 2024 นี้ โดยคาดจะจัดตั้งโรงงานที่ จ.ระยอง ถือเป็นทิศทางการเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศในส่วนธุรกิจแบตเตอรี่ EV ต่อเนื่องจากบริษัทยานยนต์ฝั่งจีน ญี่ปุ่น หลังจากประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนธุรกิจลักษณะดังกล่าว มองจิตวิทยาบวกต่อกลุ่มนิคม

• (*/+) MSCI Rebalance: การปรับน้ำหนัก MSCI Rebalance จะมีผลราคาปิดวันนี้

MSCI Global Standard Index หุ้นเข้า : ไม่มี หุ้นออก : BANPU, BJC, OSP คาดเม็ดเงินลดน้ำหนัก -100, -77 และ -87 ล้านเหรียญฯ

MSCI Globall Small Cap หุ้นเข้า : BANPU, OSP, GLOBAL, SKY, TISCO หุ้นออก 2 บริษัทคือ BEC, SUPER

กลยุทธ์ ซื้อ BJC ที่ถูดลดสถานะมาก่อนหน้าแล้ว ขณะที่พื้นฐานกำลังฟื้นตัว เก็งกำไร GLOBAL SKY

• (*) Summer: หลังไทยเข้าสู่ฤดูร้อนและอุณหภูมิมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปีก่อน กระทรวงสาธาณสุขเปิดเผยได้ออกคำเตือนประชาชนถึงความเสี่ยงเกิดภาวะ "ฮีทสโตรก" มองจิตวิทยาบวกต่อกลุ่ม Summer Plays เน้น ICHI, CPALL, CPAXT

• (*/+) SET 4Q23 Earnings: หุ้นที่รายงานกำไรล่าสุด กลุ่มที่ดีกว่าคาด คือ BEM (42%y-y,-11%q-q) TOA (90%y-y,-16%q-q) LH (75%y-y, 195%q-q) MEB (25%y-y, 20%q-q) SIRI (-27%y-y, -17%q-q) ตามคาด คือ ILM (7%y-y, 3%q-q) SAWAD (4.5%y-y, -8.7%q-q) TIDLOR (10%y-y,-11%q-q) OSP (76%y-y, 5%q-q) ต่ำกว่าคาด คือ EGCO (ขาดทุนเพิ่มขึ้น y-y,พลิกขาดทุนq-q) ไม่มีคาด คือ TLI (59%y-y, -5%q-q) GUNKUL (-77%y-y, -45%q-q) TQM(+4%y-y, +5%q-q) TVO (ฟื้น y-y, +26%q-q) แต่ดีกว่า KCS คาด มองหุ้นน่าสนใจ คือ BEM, TVO, MEB, OSP

วันนี้ติดตามรายงานกำไรหุ้น BCH, TACC, CK, STEC, RS, SJWD, ORI, BGRIM โดยงบปี 2023 จะรายงานช่วงสุดท้าย ก่อน 9:00 วันที่ 1 มี.ค. มองหุ้นน่าสนใจ SJWD (KCS คาดกำไร +109%y-y, +5%q-q)

 

Daily Strategy : CPALL, ICHI, IVL

ระยะสั้น วันนี้มองภาพตลาด "Sideways" เนื่องจากเงินเฟ้อ PCE ที่กำหนดทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯระยะถัดไปจะรายงานค่ำคืนนี้ และภายในการ Rebalance ดัชนี MSCI จะมีผลราคาปิดวันนี้ ทำให้ภาพตลาดจะแกว่งในกรอบ โดยกลุ่มที่เด่น มองกลุ่มที่มีปัจจัยเฉพาะตัวหนุนระยะสั้น อาทิ กลุ่ม Summer Plays เน้น CPALL, ICHI กลุ่มที่ได้ประโยชน์ Bitcoin > 6.0 หมื่นเหรียญฯ เน้นเก็งกำไร BROOK, ZIGA, TTA กลุ่มได้ประโยชน์สัญญาณชี้นำเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว BDI +7.6% เน้น IVL, PTTGC กลุ่มงบดี อาทิ TVO, BEM, MEB, OSP กลุ่มเก็งตาม MSCI Rebalance GLOBAL (เข้า MSCI Global small cap) หรือกลุ่มที่ออกจากดัชนี ซึ่งถูกลดสถานะมาล่วงหน้าบางส่วน

 

หุ้นได้ประโยชน์ภาคผลิตโลกเริ่มฟื้น (KCE, SJWD, MENA, WICE)
หุ้นภาคบริการได้ประโยชน์มาตรการภาครัฐฯ บริโภค ท่องเที่ยว (CRC, CPALL, CPAXT, HMPRO, AOT, AAV, MINT, SPA, TKN)
กลุ่มได้ประโยชน์ที่วงจรดอกเบี้ยพลิกเป็นขาลงนับจากปี 2024 (JMT, GULF, GPSC, CPALL, TRUE, MINT, BBIK, INSET, PLANB)
กลุ่ม Dividend Plays (AP, SAWAD, TIDLOR, WHA, INTUCH, ADVANC, MC, SC, SIRI)
กลุ่มที่คาดกำไรฟื้นตัว / ดีต่อในงวด 1Q24F (CPALL, CPAXT, TOP, BE8, GPSC, GULF, GLOBAL)
กลุ่มได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ฤดูร้อน (ICHI, CPALL, CPAXT, AOT, AAV, MINT)

• FEB24 Best Picks: AOT, AAV, CPALL, GPSC, IVL, MINT

• 1Q24/2024 Stock Picks : GPSC, IVL, PTTGC, CPALL, AOT, AMATA, SCGP, SCC, MINT Mid-Small Cap Play : SJWD, DOHOME, BE8, SPA, PLANB

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

พลังแบงก์ By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นแรงซื้อ แรงเก็งกำไรเข้ามาหุ้นแบงก์หลายตัวหนาแน่น ทำให้ ดัชนีตลาด ยืน1,400 จุด ได้...

มัลติมีเดีย

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้