Today’s NEWS FEED

News Feed

ฟิทช์ คงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิตที่ ‘A-’แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

179

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(29 กุมภาพันธ์ 2567)-------ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (Insurer Financial Strength Rating: IFS Rating) ของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ที่ ‘A-’ และคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating หรือ IDR) ของ MTL ที่ ‘BBB+’ โดยอันดับเครดิตทั้งสองมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

พร้อมกันนี้ ฟิทช์ยังประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ของ MTL ที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และคงอันดับเครดิตของตราสารด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ของบริษัท ที่ ‘BBB’

การประกาศคงอันดับเครดิตของ MTL สะท้อนถึงโครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทในธุรกิจประกันภัยที่ยังแข็งแรง (Favorable Company Profile) และระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ฟิทช์คาดว่าผลประกอบการของบริษัทน่าจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องในระยะปานกลางหลังจากมีผลกำไรลดลงในช่วงปีที่ผ่านมา แม้ว่าบริษัทยังคงมีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในระดับสูง

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
โครงสร้างการดำเนินงานที่แข็งแรง: ฟิทช์ประเมินโครงสร้างการดำเนินงานของ MTL อยู่ในระดับแข็งแรง จากโครงสร้างธุรกิจ (business profile) ที่แข็งแกร่งและการมีบรรษัทภิบาลที่ดี เมื่อเทียบกับบริษัทประกันชีวิตอื่นภายในประเทศไทย
MTL มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ประมาณ 11% ของจำนวนเบี้ยประกันรวมของตลาด และได้รับการสนับสนุนด้านการดำเนินงานและด้านเทคนิคจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBank; อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว: BBB/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) และ Ageas Insurance International N.V. (อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว: A+/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) อีกทั้ง MTL ยังมีการกระจายตัวของโครงสร้างธุรกิจที่ดี ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ครอบคลุม และฐานลูกค้าภายในประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย

ระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง: MTL มีระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่งซึ่งช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท และได้รับผลประเมินระดับเงินกองทุนของบริษัทว่าอยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง (‘Strong’) โดยใช้แบบจำลอง Prism Model ของฟิทช์ ประกอบกับข้อมูลทางการเงินของบริษัท ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2566 ซึ่งรวมการนับตราสารด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น MTL มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฏหมายที่ 344% ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2566 ซึ่งยังคงสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ที่ 140% และอัตราส่วนหนี้สิน (financial leverage) ของบริษัทปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 11% จาก 14% เนื่องจากการชำระคืนตราสารด้อยสิทธิบางส่วน ทั้งนี้ฟิทช์คาดว่าฐานะเงินกองทุนของบริษัทน่าจะยังคงมีเสถียรภาพต่อเนื่องในปี 2567

ผลประกอบการที่ฟื้นตัวเล็กน้อย: ผลประกอบการของ MTL ได้ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย โดยมีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 6.8% ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2566 จากที่เคยลดลงไปต่ำกว่า 6.5% ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2565 (2564: 10.2%) โดยอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ยรายปีของบริษัทในช่วง 3 ปี (ปี 2564 – ไตรมาส 3 ปี 2566) อยู่ที่ 7.9% (2564-3Q66: 8.9%) ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงระดับที่เหมาะสมสำหรับอันดับเครดิตของบริษัท

ฟิทช์ คาดว่า การเติบโตของมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นในระยะปานกลาง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ สัญญาคุ้มครอง และสัญญาเพิ่มเติม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ IFRS17 ตลอดจนโอกาสทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นผ่านการเป็นพันธมิตรกับธนาคารกสิกรไทย และการเพิ่มประสิทธิภาพจากการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของเครือข่ายการกระจาย

สัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ยังคงสูง: บริษัทปรับเพิ่มสัดส่วนลงทุนในตราสารทุนเพิ่มขึ้นเป็น 81% ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2566 จาก 77% ณ สิ้นปี 2564 แต่อย่างไรก็ตามสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก โดยมีอัตราเฉลี่ย 3 ปี (ปี 2564 - ไตรมาส 3 ปี 66) อยู่ที่ 241% ซึ่งใกล้เคียงกับระดับ 243% ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2566 ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตต่ำกว่าระดับลงทุน (below investment grade) ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็น 95% ของสัดส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2566 เทียบกับ 90% ณ สิ้นปี 2565

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล(IFS Rating)/อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating)
- การปรับตัวลดลงของสัดส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (RBC) มาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 280% และ การปรับตัวแย่ลงของระดับเงินกองทุนของบริษัทซึ่งวัดจากแบบจำลอง Prism Model ของฟิทช์ ลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับ 'แข็งแกร่ง' เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง
- การปรับตัวลดลงของความสามารถในการทำกำไรซึ่งสะท้อนจากอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำกว่า 6.5% และการลดลงของมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (value of new business) เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง
- การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงในด้านเงินลงทุนและสินทรัพย์ ซึ่งรวมถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกของอัตราส่วนสินทรัพย์เสี่ยงต่อส่วนของผู้ถือหุ้น

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน): อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (IFS Rating)
- การปรับตัวเพิ่มขึ้นของระดับเงินกองทุนของ MTL ซึ่งวัดจากแบบจำลอง Prism Model ของฟิทช์ ให้อยู่ในระดับแข็งแกร่ง (‘Strong’) ได้อย่างต่อเนื่อง และ
- บริษัทมีขนาดของธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นและมีการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ (business diversification) ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลากหลายประเภทธุรกิจมากขึ้น ด้านการกระจายตัวเชิงภูมิศาสตร์ที่ดีขึ้น และช่องทางการขายมีความหลากหลาย

อัตราความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating)
- อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศของ MTL ไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศที่อยู่ในอันดับเครดิตที่สูงที่สุดแล้ว

การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
ระดับคะแนนที่สูงที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต (หากมีการเปิดเผย) แสดงว่าระดับคะแนนจะอยู่ที่ระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของบริษัท ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของบริษัทก็ตามสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหาได้จาก https://www.fitchratings.com/topics/esg/products#esg-relevance-scores

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

FTI จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567 ผถห.อนุมัติจ่ายปันผล 0.04 บาทต่อหุ้น

FTI จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567 ผถห.อนุมัติจ่ายปันผล 0.04 บาทต่อหุ้น

ได้เวลาซื้อหุ้น By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นหุ้นตก หุ้นร่วง ณ จุด นี้ ด้วยข่าวอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน.. ขอมองต่าง

มัลติมีเดีย

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

APO มาเหนือเฆม - สายตรงอินไซด์ - 2 เม.ย.67

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้