Today’s NEWS FEED

News Feed

บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET วันนี้ ฟื้นตัว แต่มีแนวต้านสำคัญ 1398 จุด ต้องทะลุผ่านก่อน ถึงเป็นสัญญาณดี

193

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 7 ธันวาคม 2566)----บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ออกบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 7 ธันวาคม 2566 คาด SET ฟื้นตัว แต่มีแนวต้านสำคัญบริเวณกรอบบน 1398 จุด ซึ่งต้องขึ้นทะลุผ่านก่อน ถึงจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพการฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1410 จุด ขณะที่กรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1380 จุด หากต่ำกว่า จะกลับมาเป็นสัญญาณลบ และมีแนวรับถัดไปที่ 1370 จุด

 

ประเด็นสำคัญ
• การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐ พ.ย. เพิ่มขึ้น 1.03 แสนตำแหน่ง ต่ำกว่าคาด บ่งชี้ตลาดแรงงานของสหรัฐเริ่มคลายความร้อนแรง
• ตัวเลขขาดดุลการค้าในภาคสินค้าและบริการของสหรัฐ ต.ค. เพิ่มขึ้น 5.1% สู่ระดับ 6.43 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาด
• EIA รายงานสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 5.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่าคาด บ่งชี้ว่าอุปสงค์เชื้อเพลิงในสหรัฐชะลอตัวลง
• ปธน. ปูติน เดินทางถึง UAE แล้ว ก่อนบินต่อไปซาอุฯ วันเดียวกัน ในการเยือนตะวันออกกลางครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มทำสงครามยูเครน คาดหารือเรื่องพลังงานเป็นหลัก
• มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ปรับลดแนวโน้มธนาคารจีน 8 แห่งจากมีเสถียรภาพ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับระดับหนี้ พร้อมปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของฮ่องกงและมาเก๊า
• กกร. คาด GDP ปี 67 โต 2.8-3.3% ภายใต้นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเต็มวงเงิน 5 แสนลบ. แนะนำรัฐบาลชะลอขึ้นค่าไฟ ศก. ยังเปราะบาง ทำราคาสินค้าเพิ่ม 5-10% ตั้ง กรอ. พลังงานแก้ปัญหาทั้งระบบ
• กรมสรรพสามิตระบุยอดใช้สิทธิมาตรการอุดหนุนซื้อรถ EV ปีนี้ กว่า 7.4 หมื่นคัน รัฐใช้งบอุดหนุนกว่า 4 พันลบ. ขณะที่ปีหน้าตั้งงบ 1.7 หมื่นลบ. ประเมินตลอดโครงการ 4 ปี คาดทะลุ 4 หมื่นลบ. หลังความต้องการเพิ่มต่อเนื่อง
• ภาคธนาคารเร่งปรับโครงสร้างหนี้ช่วยลูกหนี้ก่อนหมดมาตรการช่วยเหลือของ ธปท. สิ้นปีนี้ ส่วนเครดิตบูโรคาดยอดปรับโครงสร้างหนี้เกิน 1 ล้านลบ. โดยหนี้รถยนต์-บ้านตกชั้นจำนวนมาก


กลยุทธ์การลงทุน
เรามองช่วงสั้น SET มีโอกาสฟื้นตัว หลังคาดจะเริ่มมีเม็ดเงินลงทุนในกองทุน TESG ทยอยเข้ามาซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่ตลาดหุ้นไทย โดยคาดหวังการฟื้นตัวของหุ้นขนาดใหญ่หลังราคามีการปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

แนวรับ-ต้าน
1380/1370 – 1398/1410


ล็อคเป้าลงทุน
Weekly Portfolio : SET มีโอกาสฟื้นตัว หลังปรับตัวลงแรงก่อนหน้านี้และคาดหวังมีเม็ดเงินลงทุนในกองทุน TESG ทยอยเข้ามาช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่ตลาดหุ้นไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1) หุ้น Big Cap. (SET50) ที่คาดเป็นเป้าหมายการลงทุนจากแผนจัดตั้งกองทุน TESG ซึ่งเราได้คัดเลือกหุ้นที่อยู่ในดัชนี SETESG ที่มีคุณสมบัติน่าสนใจ ดังนี้ (I) ได้ ESG Rating “AAA” หรือ “AA” และ (II) ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงกว่า SET YTD เลือก SCGP OR CPALL BEM GULF CRC HMPRO ขณะที่หุ้น ESG Rating “A” ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวลงแรงมากในช่วงที่ผ่านมา แนะนำ AOT
2) หุ้น Big Cap. (SET50) ที่คาดเป็นเป้าหมายการลงทุนจากแผนจัดตั้งกองทุน TESG ซึ่งคัดเลือกหุ้นที่อยู่ในดัชนี SETESG ที่ได้ ESG Rating “AAA” และราคาหุ้นปรับขึ้นดีกว่า SET YTD อีกทั้งผลการดำเนินงานยังแข็งแกร่ง และคาดให้ Div. Yield มากกว่า 5% ต่อปี เลือก PTT KTB
3) นักลงทุนระยะยาวแนะนำเริ่มลงทุนแบบ Dollar-Cost-Average (DCA) เนื่องจากมองเป็นจังหวะที่ดีที่สุด หลัง SET ปรับลงแรงจนความเสี่ยงลดลงไปมากและราคาหุ้นอยู่ในระดับ Undervalue มาก โดยเลือก BBL BDMS BEM CPALL PTT และ SCC ซึ่งเป็นหุ้น SET100 ซึ่งเป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรม และมี ESG Rating ระดับ AAA/AA, Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี และผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง
ช่วงสั้นแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบอย่างมีนัยจากแผนปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลซึ่งจะมีการประชุม ครม. 12 ธ.ค. นี้ ได้แก่ กลุ่มขนส่งพัสดุ (KEX) กลุ่มอาหาร (CPF ZEN GFPT TU AU) กลุ่มอสังหาฯ (LPN PSH SPALI SIRI QH AP) และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE) ขณะที่ระยะกลางแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากภาวะเอลนีโญที่จะกระทบต่อกำลังซื้อภาคเกษตรลดลง ได้แก่ กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG จากราคาน้ำตาลที่สูงขึ้น) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT BTG)

 

Daily top picks
OR เป็นหุ้นใน SETESG Index ที่น่าสนใจ โดยได้ Rating “AA” ขณะที่ราคาหุ้นปรับลง 14.7%YTD ซึ่งมองตลาดกังวลมาตรการคุมราคาน้ำมันในประเทศมากไป ทั้งนี้ 4Q66 คาดกำไรปกติจะได้แรงหนุนจากเป็นไฮซีซั่นของการเดินทาง หนุนปี 2566 คาดกำไรสุทธิ 1.36 หมื่นลบ. (+31%YoY)

AOT เป็นหุ้นใน SETESG Index ที่น่าสนใจ โดยได้ Rating “A” ขณะที่ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นลดลง 13% สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว โดยประเมินระดับราคา 56-60 บาท/หุ้น เป็นแนวรับขาลง เชื่อว่าเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อสะสมสำหรับลงทุนระยะยาว หลังคาดกำไรยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

หุ้นถอย By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นตลาดหุ้น ยังมีแรงขายมากกว่าแรงซื้อ ราคาหุ้นหลายตัว ถอย ถอยแบบมีชั้นเชิง .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้