Today’s NEWS FEED

News Feed

TSE โตทะลักโชว์รายได้ Q3/66 ทะลุ 700 ล้านบาท เติบโต 47% YoY หลังรับรู้รายได้โครงการใหม่โรงไฟฟ้าญี่ปุ่น มั่นใจเป้ารายได้ปีนี้สร้างออลไทม์ไฮ

462



 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 10 พฤศจิกายน 2566)-------บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่  (TSE) โชว์ผลงานไตรมาส 3/66 รายได้พุ่งถึง 712.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47YoY ฟันกำไรสุทธิ 120.6 ล้านบาท และงวด 9 เดือนแรกปีนี้กวาดรายได้ 1,972.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32YoY และมีกำไรสุทธิ 506.1 ล้านบาท หลัง COD โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตตามสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาวกับการไฟฟ้าญี่ปุ่น 133 เมกะวัตต์ "โครงการโอนิโกเบ (Onikoube)" (รายได้ข้างต้นรวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า) ด้านซีอีโอ "ดร. แคทลีน มาลีนนท์" ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ลุ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (TSE) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3/2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขาย และการให้บริการรวมจำนวน 559.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 226.5 ล้านบาท หรือคิดเป็น 68% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 332.9 ล้านบาท  และมีส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าจำนวน 150.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.4 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และรายได้อื่นๆ รวม 712.3 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 120.6 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนซึ่งเท่ากับ 121.5 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาสนี้กลุ่มบริษัทฯมีการบันทึกรายการพิเศษซึ่งเป็น non-cash item ขาดทุนจากการจำหน่ายอุปกรณ์จำนวน 52.2 ล้านบาทซึ่งหากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าวจะทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรถึง 172.8 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 51.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 42.2

 

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวมเป็นจำนวน 1,388.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 391.4 ล้านบาท หรือคิดเป็น 39.3 % จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 997.1 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าจำนวน 539.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.9 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และรายได้อื่นๆ รวม 1,972.8 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 506.1 ล้านบาท ลดลง 125 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 19.8 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 631.1 ล้านบาท เนื่องจากเมื่องวด เดือนแรกของปีก่อน กลุ่มบริษัทฯ มีรายการพิเศษจากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 234.4 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการกำไรพิเศษดังกล่าว กลุ่มบริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 
9 เดือนแรกของ
ปีก่อนเท่ากับ 
396.6 ล้านบาท เป็นผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสำหรับงวด 9 เดือนของปีนี้ เพิ่มขึ้นถึง 109.4
ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 
27.6 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

 

โดยกำไรจากการดำเนินงานไตรมาสที่ 3/2566 ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนนั้น มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและให้บริการในเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตตามสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาวกับการไฟฟ้าญี่ปุ่น 133 เมกะวัตต์  "โครงการโอนิโกเบ (Onikoube)" เต็มไตรมาส และการประกาศปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) รวมไปถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องในกลุ่มต้นทุนเชื้อเพลิงของโครงการชีวมวล (Biomass)

  

ดร.แคทลีน กล่าวอีกว่า กลุ่มบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ (รวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า) จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Onikoube ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วในไตรมาส 2/2566 ที่ผ่านมา

 

นอกเหนือจากการชนะประมูลงานโครงการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รอบที่ 1 เป็นจำนวน 88.66 เมกะวัตต์ แล้ว กลุ่มบริษัทยังเตรียมความพร้อมเดินหน้าเข้าร่วมประมูลโครงการจัดหาไฟฟ้าฯ รอบที่ 2 ที่มีโควตาออกมา 3,668.5 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ อีกทั้งกลุ่มบริษัทฯ ยังศึกษาโครงการ Waste to Energy หรือการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานจากขยะ ซึ่งปัจจุบันได้มีการเจรจากับผู้เกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างศึกษาโครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ ทั้งนี้หากเดินหน้าโครงการดังกล่าว คาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่าพันล้านบาท กลุ่มบริษัทฯ เชื่อว่าโครงการดังกล่าวสามารถเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง หนุนผลงานโตก้าวกระโดดแน่นอน

 

ขณะเดียวกันกลุ่มบริษัทฯ ได้เริ่มรุกธุรกิจ Private PPA (Private Power Purchase Agreement) หรือ ข้อตกลงการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนอาคาร รวมไปถึงการติดตั้งบนบ่อน้ำ (Solar Floating) ของผู้ประกอบการธุรกิจแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์การลงทุน การออกแบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการบำรุงรักษา อีกทั้งยังมีการรับประกันตลอดอายุสัญญา ตามความต้องการของผู้ประกอบการหรือองค์กร โดยองค์กรไม่ต้องลงทุนแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้นองค์กรยังสามารถเลือกรูปแบบการติดตั้งและการบริหารค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กร เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายย่อยและกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมสำหรับการลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า เพื่อผลกำไรในการดำเนินธุรกิจที่มากขึ้นในระยะยาว โดยธุรกิจใหม่ดังกล่าวจะเข้ามาสนับสนุนฐานรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทฯ มากยิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

IND ร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน

IND ร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน

แรงปะทะ By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้านี้หุ้นไทย ยังซึมลง ด้วยทั้งมีแรงปะทะภายนอก ดาวโจนส์-ตลาดหุ้นภูมิภาคที่ร่วงลง....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้