Today’s NEWS FEED

News Feed

ผลการศึกษาระดับโลกเผย ผู้บริโภคจำนวนมากอยากรับข่าวสารเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อเพิ่มขึ้น ท่ามกลางอุปสรรคที่เกิดขึ้นในแวดวงนักข่าวและบรรณาธิการ

474

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(21 กันยายน 2565)-------การศึกษาด้านความเชื่อและสื่อระดับโลก (
Global Faith and Media Study) ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในระดับโลกได้เปิดตัวแล้วในวันนี้ โดยมุ่งเน้นอธิบายถึงรูปแบบการเผยแพร่ข่าวสารด้านความเชื่อและศาสนาในสื่อต่าง ๆ ผลการศึกษานี้เผยให้เห็นว่า มีผู้ที่ต้องการรับชมการรายงานข่าวเกี่ยวกับความเชื่อมากขึ้นทั่วโลก แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วนักข่าวและบรรณาธิการไม่ค่อยนิยมที่จะนำเสนอรายงานเกี่ยวกับด้านดังกล่าวมากนัก

ผลการศึกษานี้รวบรวมมุมมองของพลเมืองโลก 9,000 คน ตลอดจนนักข่าวและบรรณาธิการใน 18 ประเทศซึ่งครอบคลุมศาสนาหลักของโลก การวิจัยนี้ได้รับมอบหมายจากเฟธ แอนด์ มีเดีย อินนิเชอทีฟ (Faith and Media Initiative หรือ FAMI) และดำเนินการโดยแฮร์ริสเอ็กซ์ (HarrisX) บริษัทวิจัยตลาดระดับโลก

การศึกษานี้สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกในหมู่ประชากรทั่วไปที่ระบุว่า การรายงานข่าวของสื่ออาจทำให้ภาพลักษณ์แบบเหมารวม (Stereotype) ด้านความเชื่อยังคงอยู่ไปตลอด มากกว่าที่จะเป็นการปกป้อง นอกจากนี้ ผลการศึกษายังระบุถึงปัจจัยบางประการที่นักข่าวและบรรณาธิการคิดว่าสามารถนำไปสู่การนำเสนอข่าวที่เป็นการสร้างภาพลักษณ์แบบเหมารวมทางศาสนาและความเชื่อได้

การศึกษานี้ยังส่งสัญญาณเกี่ยวกับมุมมองของนักข่าวและบรรณาธิการในระดับสากลที่มองว่า การรายงานข่าวเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนานั้นควรมีการยกเครื่องใหม่ โดยได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกอย่างละเอียดเกี่ยวกับชุดปัจจัยที่ซับซ้อน ซึ่งสร้างสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และส่งผลต่อการรายงานข่าวสารของบรรณาธิการ

"ข้อมูลเผยให้เห็นว่า ความเชื่อและศาสนาเป็นองค์ประกอบหลักของอัตลักษณ์ส่วนบุคคลทั่วโลก โดย 82% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า ตนเองนั้นมีศรัทธา ยึดมั่นในศาสนา หรือจิตวิญญาณ" ดริตัน เนโช (Dritan Nesho) ซีอีโอของแฮร์ริสเอ็กซ์ กล่าว "ถึงกระนั้น นักข่าวที่เราคุยด้วยเชื่อว่า การรายงานข่าวเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนานั้นถูกลดความสำคัญลงเรื่อย ๆ เนื่องจากหลาย ๆ ปัจจัย ตั้งแต่งบประมาณของห้องข่าว (Newsroom Economics) ไปจนถึงความกังวลที่ว่าจะ 'นำเสนอผิดพลาด'"

"ในท้ายที่สุด การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงการขาดแคลนการรายงานข่าว การปฏิบัติ และคุณภาพของความเข้าใจเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนาในสื่อสมัยใหม่ทั่วโลก" เนโชกล่าวเสริม

ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญจากการศึกษาด้านความเชื่อและสื่อระดับโลก ได้แก่

ผู้คนทั่วโลกเห็นถึงความจำเป็นที่สื่อจะต้องมีบทบาทในการเพิ่มการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนามากขึ้น

  • 63% ของผู้คนทั่วโลกกล่าวว่า จำเป็นต้องมีเนื้อหาคุณภาพสูงเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนาในประเทศของตน
  • 53% ของคนทั่วโลกเชื่อว่า การรายงานข่าวของสื่อในปัจจุบันไม่ค่อยให้ความสนใจเกี่ยวกับประเด็นศาสนา ในฐานะมิติหนึ่งของสังคมและวัฒนธรรมในปัจจุบัน
  • 59% ของคนทั่วโลกคิดว่า เป็นเรื่องสำคัญที่สื่อจะต้องรายงานข่าวและเขียนเนื้อหาที่สะท้อนมุมมองทางศาสนาที่หลากหลาย
  • 56% ของคนทั่วโลกเห็นพ้องว่า ควรมีการรายงานข่าวที่ละเอียดยิ่งขึ้นในประเด็นทางศาสนาที่ซับซ้อน

ภาพลักษณ์แบบเหมารวมด้านศาสนาเป็นปัญหาที่ทั่วโลกวิตกกังวลเกี่ยวกับการรายงานข่าวด้านความเชื่อและศาสนา

  • 61% ของคนทั่วโลกกล่าวว่า การรายงานข่าวของสื่อมักจะทำให้ภาพลักษณ์แบบเหมารวมด้านความเชื่อคงอยู่ไปตลอด มากกว่าที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาและปกป้องศาสนา
  • 53% ของคนทั่วโลกคิดว่า ภาพลักษณ์แบบเหมารวมด้านศาสนาควรได้รับความสนใจในระดับเดียวกับประเด็นการเหมารวมในเรื่องอื่น ๆ ในสื่อ

ต้องการโฆษกที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนที่แตกต่างกันของความเชื่อและศาสนาในการนำเสนอข่าว

  • ผู้คนมากกว่า 80% ทั่วโลกเห็นตรงกันว่า กลุ่มความเชื่อและกลุ่มศาสนาจำเป็นต้องจัดหาโฆษกที่หลากหลายมากกว่าเดิมให้กับสื่อ
  • นักข่าวและบรรณาธิการยอมรับว่า มีปัญหาเกี่ยวกับภาพลักษณ์แบบเหมารวมด้านศาสนาในการรายงานข่าว และตั้งข้อสังเกตว่า การขาดแหล่งข่าวและโฆษกขององค์กรด้านความเชื่อที่หลากหลายเป็นประเด็นสำคัญที่พวกเขาเชื่อว่าก่อให้เกิดปัญหาเรื้อรัง

สื่อเห็นพ้องว่า การรายงานข่าวด้านความเชื่อและศาสนาถูกลดความสำคัญลงจากเดิม

  • การศึกษาด้านความเชื่อและสื่อระดับโลกเปิดเผยชุดปัจจัยที่ซับซ้อนซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีการที่สื่อนำเสนอข่าวเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนา โดยอิงจากการสัมภาษณ์นักข่าวโดยตรง
  • ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นสื่ออธิบายว่า การรายงานข่าวเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนาในระดับสากลลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง และอ้างถึงปัจจัยมากมายที่ส่งผลให้เกิดการรายงานที่ไม่สมดุลมากขึ้น ดังนี้:
    • งบประมาณของห้องข่าว: ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นสื่อเปิดเผยถึงปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณที่มีจำกัด ทำให้ไม่มีนักข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาในห้องข่าว พวกเขาอ้างถึงการ "ขาดแคลน" ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางภายในทีมข่าว โดยปล่อยให้นักข่าวทั่วไปเข้ามาดูแลประเด็นต่าง ๆ รวมถึงข่าวความเชื่อและศาสนา
    • ความกลัวว่าจะนำเสนอผิดพลาด: สื่อบรรยายถึง "ความกลัว" ในห้องข่าวเกี่ยวกับการรายงานข่าวด้านศาสนา ในยุคที่บางคนนิยามว่าศาสนากลายเป็นเรื่องการเมืองมากขึ้น การรายงานข่าว (ที่มักจะต้องแข่งกับเวลา) ทำให้นักข่าวรับสภาพไปโดยปริยายว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถรายงานเรื่องอ่อนไหวเช่นนี้ได้โดยละเอียด เนื่องจากเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
    • ความหลากหลายและพลวัตของห้องข่าว: ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นสื่อในทุกภูมิภาคตั้งข้อสังเกตว่า ทีมห้องข่าวมีความคิดเห็นทางศาสนาไม่หลากหลายมากพอจะเป็นตัวแทนคนในสังคม ซึ่งทำให้เกิดข้อจำกัดในการสำรวจประเด็นเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนา ในบรรดานักข่าวที่มีภูมิหลังด้านความเชื่อที่เคร่งครัด พวกเขามีความรู้สึกว่าอาจถูกตัดสินในเชิงลบได้ หากพวกเขานำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อหรือศาสนาของตน เนื่องจากอาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นกลางในการนำเสนอข่าว ซึ่งอาจทำให้ชื่อเสียงของตนในห้องข่าวเสียหายได้
    • เรื่องอื้อฉาวเท่านั้นที่กระตุ้นยอดคลิก: ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นสื่อเห็นพ้องกันว่า ประเด็นด้านความเชื่อและศาสนาไม่ใช่เรื่องที่กระตุ้นความสนใจของผู้อ่าน บรรณาธิการไม่ค่อยสนับสนุนประเด็นดังกล่าวในการนำเสนอข่าว เว้นแต่ว่าจะเป็นเรื่องที่คนถกเถียงกัน เรื่องที่คนจะไม่เห็นด้วย หรือเรื่องอื้อฉาว ซึ่งสวนทางกับความคิดเห็นของคนทั่วโลกถึง 63% ที่กล่าวว่า เนื้อหาดี ๆ เกี่ยวกับความเชื่อและศาสนาเป็นสิ่งจำเป็นในประเทศของตน
    • การขาดโฆษกยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์แบบเหมารวมด้านศาสนา: ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นสื่อระบุว่า ภาพลักษณ์ของศาสนาแบบเหมารวมเป็นปัญหาสำคัญ นอกจากนี้ การขาดแคลนแหล่งข่าวและโฆษกของกลุ่มความเชื่อและกลุ่มศาสนาที่หลากหลาย ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาเรื้อรัง สื่อจำนวนมากกล่าวว่า ศาสนามักถูกจัดให้อยู่ในหมวดกลุ่มอนุรักษ์นิยมหรือเป็นแนวความคิดสุดโต่งในการรายงานข่าวจากกองบรรณาธิการ ปัจจัยนี้จึงมีแนวโน้มจะผลักดันให้สื่อหาโฆษกปากกล้า พูดจาโผงผางมาลงข่าว แทนที่จะนำเสนอโฆษกสายกลางที่เป็นภาพแทนคนส่วนใหญ่มากกว่า

"การศึกษาระดับโลกครั้งนี้ที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติของผู้คน นักข่าว และบรรณาธิการต่อการรายงานข่าวเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนาในสื่อ จะถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก" บรูก ซอค (Brooke Zaugg) รองประธานของเฟธ แอนด์ มีเดีย อินนิเชอทีฟ กล่าว "การค้นพบใหม่เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้นำกลุ่มความเชื่อต้องยกระดับการเข้าถึงอำนาจและการเข้าถึงสื่อ และสื่อก็ควรสื่อสารกับผู้นำกลุ่มความเชื่อโดยตรงเพื่อเพิ่มความเข้าใจในด้านความเชื่อในบริบทของสังคมสมัยใหม่ ด้วยการผนึกกำลังกัน เราจะสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษยชาติได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอเนื้อหาด้านความเชื่อในการเขียนข่าวและความบันเทิงทั่วโลกได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้นและมีความสมดุลมากขึ้น"

สามารถติดตามการสนทนาของ FAMI ได้ทางทวิตเตอร์เฟซบุ๊กอินสตาแกรม, #faithandmedia, #FAMI และติดตามแฮร์ริสเอ็กซ์ได้ทางทวิตเตอร์และลิงด์อิน

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: PTTEP ตั้งงบลงทุน5 ปี(66-70) 29,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รองรับเติบโตยั่งยืน

ปตท.สผ. เผยแผนการลงทุนปี 2566 และแผนการลงทุน 5 ปี (ปี 2566-2570) โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การ.....

เคลื่อนไหว By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ มองSET เคลื่อนไหว แถวๆนี้ แม้รายย่อย ประกาศประท้วงหยุดเทรดวันนี้ ค้านเก็บภาษีขายหุ้น .....

“NER ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมกิจการ ”

“NER ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมกิจการ ”

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้