Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

165

 

 

 

*ตลาดหุ้นวันนี้
  อยู่แถวๆ 1600+/-: วันนี้คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวออกด้านข้างในกรอบ 1590-1610 จุด ต่อไป แม้ประเด็นความกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกจิ โลกยังครอบงำตลาด โดยเฉพาะฝั่งชาติตะวันตกนำโดยยุโรปและสหรัฐ ซึ่งล่าสุด 10-Year Bond Yields ปรับตัวขึ้นแตะ 2.83% อีกครั้ง พร้อมทั้งยังส่งสัญญาณ Inverted สะท้อนความกังวลต่อเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐออกมาดีกว่าตลาดคาดมากที่ 5.28 แสนตำแหน่ง ทำให้กังวลการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดยังดำเนินต่อไป หากแต่ด้านฝั่งเอเชียอาจได้การประกาศตัวเลขส่งออกจีนเดือนก.ค. ที่ดีกว่าคาดที่ 18% ช่วยประคองการย่อตัวในระดับหนึ่ระหว่างรอความคืบหน้าของปัจจัยสำคัญอื่นๆ ตลอดทั้งสัปดาห์นี้

 

 *กลยุทธ์การลงทุน
เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม 1) เปิดเมือง/ประเทศ ที่ยังได้รับอานิสงส์จากยอดนักท่องเที่ยวที่ไหลเข้ามา เช่น CENTEL,SHR, ERW 2) หุ้นธนาคารที่ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น เช่น KBANK, KTB, SCB 3) หุ้นที่คาดจะได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่ารับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. เช่น COM7, SVI, IT

  ไทย...ให้น้ำหนักกับประชุมกนง.ในวันพุธนี้มากที่สุด: แม้นักลงทุนต่างคาดการณ์อย่างแพร่หลายว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี แต่ตลาดยังจับตาปริมาณการปรับขึ้นที่ 0.25% หรือมากกว่านั้นซึ่งทางฝ่ายมองว่ามีโอกาสที่กนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% ไปอีก 3 ครั้งในการประชุมตลอดปีนี้มากกว่าการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในคราวใดคราวหนึ่งเพื่อเป็นการส่งสัญญาณถึงแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่กะทบภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกจิมากจนเกินไป อีกทั้งยังเปิดโอกาสรอการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวช่วงปลายปีรวมถึงการชะลอตัวของราคาน้ำมันโลกที่จะช่วยบรรเทาการเร่งตัวของเงินเฟ้อที่คาดจะมีจุดพีคในช่วงไตรมาส 3 นี้

  หุ้นได้-เสียประโยชน์หลังกนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย : การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ กนง. เป็นการ 1) ปรับฐานดอกเบี้ยกู้ยืมขั้นต่ำทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินสูงขึ้น มีแนวโน้มกระทบต่อธุรกิจที่มีภาระหนี้สูง หรือธุรกิจเช่าซื้อ/จำนำทะเบียนรถ เช่น MTC, SAWAD, TIDLOR 2) เป็นตัวผลักดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกดดันหุ้นในกลุ่มส่งออกเช่น KCE, OSP, APPE แต่ได้ประโยชน์กันหุ้นที่มีสัดส่วนนำเข้าสูง เช่น TVO, COM7, SYNEX, JMART 3) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มธนาคารปรับสูงขึ้นจากโครงสร้างที่ดอกเบี้ยสินเชื่อมีการปรับขึ้นเร็วกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เช่น KTB, KBANK, SCB, BBL

  *ประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ
วันที่ 10 ส.ค. ประชุมกนง. ของไทย และการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐและจีน และวันที่ 12 ส.ค. การปรับดัชนี MSCI และการประกาศจีดีพีไตรมาส 2 ของอังกฤษ

 

ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
  ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ - นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และทางเทคนิค #9501
  ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ - นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และทางเทคนิค #37928
  ญานินท์ อภิชาติสกุลวงศ์ - นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ #41993
ดนัยภัทร เนตรพิทูร, CFA - นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน #111498

  ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
  ภัทรดนัย จตุรพร

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: กนง.เคาะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.00% ต่อปี มีผลทันที

บอร์ด กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.00% ต่อปี มีผลทันที..............

ขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ รอดูผลการประชุม ณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 5/2565....

รายงานพิเศษ : TEGH หุ้น Sustainable Growth ปักหมุดปี 69 รายได้ทะลุ 2.2 หมื่นลบ.

หุ้นน้องใหม่ป้ายแดง บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TEGH) ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้