Today’s NEWS FEED

News Feed

NER เผยกำไรสุทธิ Q1/65 กว่า 468 ล้านบาท เติบโต 27.97% จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น มั่นใจโตต่อเนื่อง

292


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(11พฤษภาคม 2565)------บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) แจ้งงบไตรมาส 1 ปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 468.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.97% ด้านรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 5,592.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.68% จากคำสั่งซื้อของลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นและการบริหารต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับเป้าหมายการเติบโตในอีก 9 เดือนเตรียมงบลงทุน 540 ล้านบาท เพื่อขยายกําลังการผลิตยางพารา แผ่นปูรองปศุสัตว์ งบวิจัยและพัฒนาสินค้าปลายน้ำ พร้อมแผนลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และยางผสม เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงาน ไตรมาส 1 ปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 468.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.39 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27.94% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 0.266 บาทต่อหุ้น

 


สำหรับปริมาณขาย 96,350 ตัน เพิ่มขึ้น 6,609 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 7.36% คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 5,592.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 629.52 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 12.68% แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 3,222.30 ล้านบาท หรือคิดเป็น 57.62% และรายได้จากการขายต่างประเทศ 2,370.31 ล้านบาท หรือคิดเป็น 42.38% ของยอดขายรวม โดยยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 862.28 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 57.18%

 


ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้ในไตรมาส 1/2565 เพิ่มขึ้นมาจากการที่บริษัทได้รับคำสั่งซื้อของลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น สำหรับรายได้ที่เพิ่มขึ้นเกิดจากปัจจัยด้านปริมาณขายและราคาขายที่ขยับตัวสูง แบ่งเป็นผลต่างปริมาณเพิ่มขึ้นที่ 205.91 ล้านบาท และผลต่างราคาปรับตัวสูงขึ้นที่ 423.61 ล้านบาท นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทลดลงเกิดจากการบริหารการซื้อและใช้วัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารความเหมาะสมระหว่างราคาซื้อและราคาขายได้ค่อนข้างดี ประกอบกับการปรับตัวของราคายางพาราในทิศทางขาขึ้นส่งผลดีกับผลการดำเนินงานของบริษัท

 


นายชูวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมถึงเป้าหมายการเติบโตในอีก 9 เดือนว่าบริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ประมาณ 540 ล้านบาท เพื่อขยายกําลังการผลิตยางพารา แผ่นปูรองปศุสัตว์ งบวิจัยและพัฒนาสินค้าปลายน้ำ พร้อมแผนลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริษัท โดยแบ่งการลงทุนได้ดังนี้

 


1.) งบลงทุน 90 ล้านบาทแรก ขยายกําลังการผลิตยางแท่งแห่งที่ 2 โดยการลงทุนเครื่องมือ เครื่องจักร เพื่อเพิ่มกําลังการผลิตได้อีก 5 หมื่นตัน/ปี ทําให้กําลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 5.16 แสนตัน/ปี นอกจากนี้บริษัทได้เจรจากับโรงงานยางเพื่อให้แปรรูปยาง STR ผ่าน OEM ซึ่งเป็นการเพิ่มกําลังการผลิตรวมได้อีกราว 4 หมื่นตัน/ปี ทําให้กําลังการผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 5.56 แสนตัน/ปี

2.) โครงการแผ่นปูรองปศุสัตว์ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ปัจจุบันอยู่ระหว่างนำเข้าเครื่องจักร กําลังการผลิตอยู่ที่ 1 ล้านชิ้น/ปี งบลงทุนราว 210 ล้านบาท

 


3.) โครงการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ เพื่อประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่าย โดยติดตั้งเพิ่ม 4 เมกกะวัตต์ ส่งผลให้ในปี 2565 บริษัทจะมีแผงโซล่าร์เซลล์รวม 5 เมกกะวัตต์ ใช้งบลงทุน 100 ล้านบาท คาดจะช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ราว 12 ล้านบาท/ปี

 


4.) โครงการหุ่นยนต์ดึงยาง เป็นการนําหุ่นยนต์ดึงยางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในสายการผลิตและลดต้นทุนแรงงาน ใช้งบลงทุน 40 ล้านบาท

 


5.) โครงการก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้าสําเร็จรูปสําหรับสินค้าในกลุ่มปลายน้ำเพื่อเพิ่มรายได้และประสิทธิภาพการทํากำไรในระยะยาว งบลงทุน 100 ล้านบาท

 


สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมยางพาราธรรมชาติอยู่ในช่วงฟื้นตัว ก่อนหน้านี้เกิดมาจากซัพพลายของอินโดนีเซียที่หายไป และคาดว่าอีก 3 ปี จะมีซัพพลายออกมาในตลาด รวมทั้ง อุตสาหกรรรมยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากรถไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศจีน เริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้นและเจาะตลาดรถยนต์ได้ในหลายประเทศ

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

SETตามต่างประเทศ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เชื่อว่า วันนี้ ตลาดหุ้นไทยหรือSET คงเคลื่อนไหว ตามทิศทางตลาดหุ้นประเทศ หลัง กนง.ลงมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ...

HotNews: III ส่งซิกH2/65 สดใสต่อเนื่อง หลังเข้าไฮซีซั่นธุรกิจ

III มั่นใจผลงานปีนี้โตเข้าเป้า 30% เล็งH2/65 สดใสต่อเนื่อง หลังเข้าไฮซีซั่นธุรกิจ ขณะที่ผลประกอบการ Q2/65.....

กลุ่ม PTG ใจป้ำ! เปิดพื้นที่ขายข้าวแกง 25 บาท ช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชนและผู้ประกอบการ

กลุ่ม PTG ใจป้ำ! เปิดพื้นที่ขายข้าวแกง 25 บาท ช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชนและผู้ประกอบการ

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้