Today’s NEWS FEED

News Feed

SAAMโชว์งบรวมQ1/65กำไรพุ่ง509.72% ตามรายได้รวม เป็นผลมาจากกําไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยทางอ้อม

235


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(10 พฤษภาคม 2565)----------นายพดด้วง คงคามีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอเอเอ็ม ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)SAAM เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯและบริษัทย่อย ไตรมาสแรกปีนี้ รายได้รวมจากการดําเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ประกอบด้วย (1) รายได้จากการบริการและเช่า ซึ่งรวมถึงการ จัดหาสถานที่ตั้งและให้บริการที่เกี่ยวข้องภายในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่กลุ่มบริษัทให้บริการแก่กลุ่ม ลูกค้าซึ่งมีฐานะเป็นผู้ดําเนินกิจการโรงไฟฟ้าจํานวน 17 โครงการ และ (2) รายได้จากการขาย มาจากการขายไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่บริษัทย่อยเป็นเจ้าของโครงการ


ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวมเท่ากับ 72.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.83 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 265.00 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 19.94 ล้านบาท) เป็นผลมาจากการรับรู้กําไร จากการส่งมอบโครงการ SAAM Oita 01 Biomass Power และ โครงการ SAAM Oita 02 Biomass Power รวมถึงการ จําหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยทางอ้อม กล่าวคือ Biomass Power Three GK และ Biomass Power Four GK ให้แก่นัก ลงทุนบริษัท Trading Company สัญชาติญี่ปุ่น ในขณะที่รายได้จากการขายและรายได้อื่นลดลงเล็กน้อย โดยรายได้อื่น ส่วนใหญ่ประกอบด้วยรายได้ดอกเบี้ยรับและรายได้ค่าที่ปรึกษา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงาน


รายได้จากการบริการและเช่า


ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการบริการและเช่า ซึ่งเป็นรายได้ที่มีการคิดค่าตอบแทนคงที่ ตลอดอายุสัญญาจากการให้บริการแก่ลูกค้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยภายใต้สัญญา ระยะยาว และรายได้จากการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามความต้องการของลูกค้าเท่ากับ 16.54 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22.73 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 2.81 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.46 เมื่อเทียบกับงวด เดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 13.73 ล้านบาท) โดยแบ่งออกเป็นรายได้จากการบริการ จํานวน 13.25 ล้าน บาท และรายได้ค่าเช่า จํานวน 3.29 ล้านบาท (ไตรมาส 1 ปี 2564: 10.44 ล้านบาท และ 3.29 ล้านบาท ตามลําดับ) สาเหตุหลักที่เพิ่มขึ้นมาจากการรับรู้รายได้จากการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่น จํานวน 2.88 ล้านบาท จาก การส่งมอบงานตามขั้นความสําเร็จที่ 1 ภายใต้สัญญาให้บริการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในประเทศ ญี่ปุ่นที่กลุ่มบริษัทฯ ได้เข้าลงนามกับลูกค้าเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2564


รายได้จากการขาย


กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ซึ่งมีกําลัง การผลิตติดตั้งจํานวน 2.0 เมกะวัตต์ ที่ดําเนินการภายใต้ SAAM-SP1 โดยในไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย ไฟฟ้าเท่ากับ 4.68 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.44 ของรายได้รวม ลดลง 0.24 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.88 เมื่อ เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 4.92 ล้านบาท) เนื่องจากมีปริมาณฝน ส่งผลให้ค่าแสงในไตรมาส น้อยกว่าปี 2564 เล็กน้อย


• กําไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยทางอ้อม


ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ ได้ส่งมอบโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่ประเทศญี่ปุ่น จํานวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ SAAM Oita 01 Biomass Power และ SAAM Oita 02 Biomass Power ให้กับลูกค้า พร้อม ทั้งจําหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งเป็นผู้ถือใบอนุญาตในโครงการดังกล่าว โดยมูลค่าของสัญญารวมทั้งสิ้น 218.84 ล้านเยน หรือเทียบเท่า 61.64 ล้านบาท ดังนั้น กลุ่มบริษัทฯ จึงรับรู้กําไรจากการขายเงินลงทุนดังกล่าวเป็นจํานวน 51.33 ล้านบาท

 

รายได้อื่น

ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้อื่นเท่ากับ 0.22 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.30 ของรายได้รวม ลดลง 0.13 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 36.34 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 0.34 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วย ดอกเบี้ยรับ และรายได้ค่าที่ปรึกษา โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยเงิน ฝาก ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการดําเนินธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ


ค่าใช้จ่าย
ต้นทุนขายและบริการ


ต้นทุนขายและบริการของกลุ่มบริษัทฯ ประกอบด้วยต้นทุนขายจากธุรกิจลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงาน หมุนเวียน และต้นทุนบริการและเช่า ประกอบด้วยต้นทุนจากธุรกิจจัดหาสถานที่ตั้งและให้บริการที่เกี่ยวเนื่องภายใน โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รวมถึงธุรกิจพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจําหน่าย และธุรกิจ ให้บริการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามความต้องการของลูกค้า ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีต้นทุนขายและบริการรวมเท่ากับ 5.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.92 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 19.47 เมื่อเทียบกับงวด เดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 4.71 ล้านบาท)

 

ต้นทุนบริการและเช่า

ต้นทุนบริการและเช่า ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย (1) ต้นทุนในการดูแลให้บริการที่เกี่ยวเนื่องภายในโครงการ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยให้แก่ลูกค้า และต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ (2) ค่าเช่าที่ดินสําหรับการให้บริการจัดหาสถานที่ตั้งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์ภายใต้ SAAM SAAM-1 SAAM-2 และ SAAM-3 และ (3) ค่าเสื่อมราคาของสิ่งปลูกสร้างบนพื้นที่โครงการ โรงไฟฟ้าและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีต้นทุนบริการและเช่าเท่ากับ 4.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.96 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30.71 (ไตรมาส 1 ปี 2564: 3.14 ล้านบาท) เนื่องจากกลุ่มบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการส่งมอบโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่ประเทศญี่ปุ่น จํานวน 1 ล้านบาท


• ต้นทุนขาย


ต้นทุนขาย ประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายหลักที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจําหน่ายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้ SAAM-SP1 ซึ่งได้แก่ (1) ค่าเสื่อมราคาโรงไฟฟ้า (2) ค่าดําเนินการและบํารุงรักษา โรงไฟฟ้า และ (3) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ําประปา ค่าเบี้ยประกันภัย และค่ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า เป็นต้น ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีต้นทุนขายเท่ากับ 1.53 ล้านบาท ลดลง 0.05 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 2.99 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 1.57 ล้านบาท)

 

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีกําไรขั้นต้นเท่ากับ 15.60 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากําไรขั้นต้น เท่ากับร้อยละ 73.48 ของรายได้จากการดําเนินงาน เพิ่มขึ้น 1.66 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 11.91 เมื่อเทียบกับงวด เดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 13.94 ล้านบาท) โดยกําไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยทางอ้อมไม่เป็น ส่วนหนึ่งในการคํานวณกําไรขั้นต้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร


ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ


ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริการเท่ากับ 0.04 ล้านบาท ลดลง 0.01 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25.45 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 0.06 ล้านบาท) ซึ่งประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายสําหรับค่านายหน้าในการติดต่อ จัดหาที่ดิน ประสานงานโครงการสําหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์ในประเทศไทยที่กลุ่มบริษัทฯ ให้บริการแก่ลูกค้า


• ค่าใช้จ่ายในการบริหาร


ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 8.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.68 ล้านบาท หรือ คิดเป็นร้อยละ 114.61 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 4.09 ล้านบาท) โดยค่าใช้จ่ายในการ บริหารหลักประกอบด้วย เงินเดือน ผลประโยชน์ของพนักงานและผู้บริหาร ค่าเช่าสํานักงาน ค่าเดินทาง และค่าบริการ วิชาชีพ เป็นต้น โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2565 มีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายโบนัสพิเศษให้แก่ บุคลากรในเดือนมีนาคม 2565 สืบเนื่องจากการส่งมอบโครงการให้แก่นักลงทุน จํานวน 0.96 ล้านบาท การตัดจําหน่าย
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ประเทศญี่ปุ่น จํานวน 1.12 ล้านบาท และ ค่าบริการทางวิชาชีพเพิ่มขึ้น 0.67 ล้านบาท

 

ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ

ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เท่ากับ 1.05 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.45 ของรายได้รวม ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีผลกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจํานวน 0.94 ล้านบาท เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์เงินมัดจําค่าอุปกรณ์ในสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ และการเข้าทํารายการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของบริษัท ย่อยในประเทศฮ่องกงในสกุลเงินเยน

ค่าใช้จ่ายทางการเงิน

ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายทางการเงินจํานวน 0.65 ล้านบาท ลดลง 0.20 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 23.17 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 0.85 ล้านบาท) เนื่องจากมีการทยอยชําระคืน เงินกู้ยืมธนาคาร

กําไรสุทธิ


ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีกําไรสุทธิเท่ากับ 55.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.49 ล้านบาท หรือร้อยละ 509.72 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1 ปี 2564: 9.12 ล้านบาท) ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้น ของกําไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยทางอ้อม จํานวน 51.33 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพิ่มขึ้น จํานวน 4.68 ล้านบาท

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

หดตัว By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นนักลงทุน ยังคงชะลอลงทุน ทำให้วอลุ่มเทรดเช้าวันนี้ หดตัวเหลือกว่า 2.06 หมื่นลบ. ด้วยสถาน

หุ้นแบงก์ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เชื่อว่า วันนี้ ตลาดหุ้นไทย น่าจะรีบาวน์ ด้วยหุ้นแบงก์ หลัง ธปท. ยกเลิกการจำกัดอัตราจ่ายเงินปันผล จากเดิม

HotNews: KUN เบ่งกล้าม

KUN กวาดยอดขาย 5 เดือนแรกแตะ 640 ล้านบาท โต 16% (YOY) คิดเป็นกว่า 38 % ของเป้าหมายทั้งปีที่ 1,700 ล้านบาท

มัลติมีเดีย

กูรูแจกหุ้นเด็ด ประจำเดือน มิถุนายน 2565

ติดตามข่าววงการหุ้น News feed แบบเรียลไทม์ได้แล้วที่ http://www.hooninside.com/ #รู้ลึก​ #รู้จริง​ #คลุกวงในสไตล์กล้

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้