Today’s NEWS FEED

News Feed

Update : JMART ตั้งเป้ารายได้-กำไร 3 ปี (65-67) โตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 50% เผยแผนปี65 จับมือพันธมิตรผุดโปรเจ็กต์ Synergy ใหม่เพิ่มเป็น 20 ดีล

573

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (7 มีนาคม 2565)------- นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) JMART เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดว่าภาพรวมผลการดำเนินงานในปี2565 ถึงปี2567 บริษัทจะมีการเติบโตของกำไรแตะที่ระดับ 50% ต่อเนื่องใน 3 ปีนี้ ซึ่งในอดีต 3 ปีย้อนหลังก็ทำได้ดีกว่า 50% ต่อปี

ขณะที่บริษัทฯ ยังคงมีความสนใจและมองหาโอกาสร่วมมือทางธุรกิจรูปแบบใหม่กับพันธมิตรที่มีศักยภาพรายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายการหาการ Synergy กับพันธมิตรทั้งรายใหญ่และรายย่อย อีกมากกว่า 20 โปรเจ็กต์ ซึ่งในปี 2565 เตรียมนำเงินที่ได้จากการลงทุนของ BTS Group รวมทั้งหมดราว 30,000 ล้านบาท จะเริ่มนำมาใช้ขยายการเติบโตในปีนี้เป็นต้นไป

สำหรับการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ วางกลยุทธ์ไว้ 3 หลัก ได้แก่ 1. การหา Synergy ร่วมกันของ Ecosystem ภายในเครือ JMART Group, 2. การเปิดตัวพันธมิตรรายใหม่ (New Partner) ต่อยอดการเติบโตไปยัง Ecosystem ของบริษัทและพันธมิตร และ 3. การเปิดตัวธุรกิจใหม่ (New Business) เพื่อสนับสนุนบริษัทขนาดเล็ก หรือสตาร์ทอัพ ที่บริษัทฯ มีความสนใจศึกษาทั้งในเรื่องธุรกิจด้านการเงิน ด้าน HR ค้าปลีก การแพทย์เฉพาะทาง และ Digital transformation เพื่อตอบโจทย์การเติบโตแบบ Next J Curve แบบยกทีมในกลุ่ม เบื้องต้นคาดจะทยอยเห็นความชัดเจนในช่วงไตรมาส 2-3 และ 4/2565 นี้แน่นอน

ด้านนายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (JAYMART MOBILE) เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทฯ ตั้งเป้าผลการดำเนินงานเติบโต 100% ส่วนรายได้คาดโต 50% เนื่องจากภาพรวมสินค้าเทคโนโลยีได้รับการตอบรับมากขึ้น ขณะที่การขยายพอร์ตสินค้า และช่องทางการจำหน่าย รวมไปถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดมีทิศทางที่ดีขึ้น จึงมองว่าปีนี้จะไม่มีมาตรการปิดสาขาในห้างดังเช่นปีที่ผ่านมาแล้ว และตั้งเป้าการขยายสาขาเพิ่มอีก 100 สาขา จากสิ้นปี 2564 มีสาขาจำนวน 250 แห่ง มุ่งเน้นสาขาใหม่ในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น ควบคู่การรุกช่องทางออนไลน์ และการเติบโตผ่าน Synergy shop ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการจับมือกับบริษัท เจดี กรุ๊ป นำสินค้ากลุ่มโทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยีไปจัดจำหน่ายในร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เพิ่มเติม


ขณะที่นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT) เปิดเผยถึง ในปี 2565 ย้ำภาพผู้นำธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพแบบไม่มีหลักประกันอันดับ 1 ของประเทศ เดินหน้าขยายการเติบโตรับภาพรวมหนี้ด้อยคุณภาพในระบบยังคงอยู่ในระดับสูง จึงวางงบลงทุนซื้อหนี้ในปีนี้ไว้ราว 10,000 ล้านบาท ทั้งหนี้ด้อยคุณภาพแบบมีหลักประกัน และไม่มีหลักประกัน จากปีก่อนใช้งบลงทุนไป 8,516 ล้านบาท และมีพอร์ตหนี้ ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 238,213 ล้านบาท หรือมีหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนหน้าราว 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองหนี้ที่ตัดต้นทุนหมดแล้ว (Fully amortized)  49,900 ล้านบาท เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนภาพรวมกำไรให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง และคาดการเติบโตปีนี้จะมีนัยสำคัญ จากงบการลงทุนที่วางไว้มีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมถึง เป้าหมายกำไรสุทธิที่คาดจะเติบโตระดับ 45%

ขณะที่ก่อนหน้านี้ JMT ได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัทลูกของธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBank ในช่วงปลายปี 2564 ที่ผ่านมา เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน คาดกระบวนการจะแล้วเสร็จราวปลายไตรมาส 1/2565 นี้ และเริ่มเห็นการรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ปีนี้เป็นต้นไป

นายสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) (J) เปิดเผยถึง ภาพรวมธุรกิจในปี 2565 เป็นอีกปีที่ท้าทายด้วยเป้าหมายการเติบโตในระดับ 100% ต่อเนื่อง ผ่านการโฟกัส 6 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจพื้นที่เช่ามือถือ IT Junction ที่มีทิศทางการเติบโตตามเทรนด์เทคโนโลยี , ธุรกิจศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ ณ สิ้นปี 2564 มีจำนวน 5 แห่ง และมีอัตราเช่าพื้นที่ (Occupancy rate) อยู่ในระดับสูงกว่า 95% คาดปีนี้จะได้เห็นการขยายโครงการไปยังพื้นที่โซนบางบัวทอง เป็นโครงการที่ 6 ของบริษัทเพิ่มเติม

สำหรับกลุ่มธุรกิจสร้างขาย ภายใต้โครงการคอนโด Newera และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มือสองร่วมกับบริษัทลูก JMT เป็นอีกธุรกิจที่เสริมรายได้เข้ามาเติมเต็มพอร์ต และกลุ่มธุรกิจ Health Care and Service สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ภายใต้แบรนด์ “SENERA” เป็นการเข้าสู่ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงวัยแบบครบวงจร โดยจะเปิดให้บริการที่ศูนย์การค้าชุมชน JAS green village คู้บอนที่แรกภายในสิ้นปี 2565 ตามแผน พร้อมโฟกัส “SENERA” เป็นธุรกิจที่สอดรับเทรนด์สังคมสูงวัยในอนาคต ตั้งเป้ามี 10 แห่ง ภายใน 3 ปีจากนี้ โดยล่าสุด เตรียมจับมือกับบริษัท วิมุต เวลเนส เซอร์วิส จำกัด และจะมีการประกาศความร่วมมือเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านสุขภาพให้ SENERA ครบวงจรยิ่งขึ้น และสุดท้ายในกลุ่มธุรกิจ Digital Transformation เข้ามาเติมเต็ม เพื่อให้ JAS ASSET เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่นำเทรนด์ โดยการร่วมมือกับ JFIN สร้างการเติบโตและความยั่งยืนในยุคที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ดิจิทัล

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)  (SINGER) เปิดเผยว่า ในปี 2565 SINGER ตั้งเป้าหมายการเติบโตของกำไรสุทธิในระดับ 75% จากปี 2564 ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จทำกำไรสูงสุดในรอบ 132 ปี All Time High อีกครั้ง หลังได้รับเงินเพิ่มทุนจากนักลงทุนและพาร์ทเนอร์เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง และการ Synergy ร่วมกับ Ecosystem ของ JMART Group และ BTS Group และพันธมิตร  ตั้งเป้าเดินหน้าขยายทีมขาย และมุ่งสู่เป้าหมายมีร้านสาขาย่อยและแฟรนไชส์ 7,000 แห่ง หรือเติบโตขึ้นเท่าตัวจากปีก่อนมี 3,200 แห่ง และมีพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท จากปีก่อนมีพอร์ตรวมอยู่ที่ 10,962 ล้านบาท ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าเป้าหมาย แบ่งเป็นพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) 6,045 ล้านบาท ส่วนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ (Hire purchase) อยู่ที่ 4,734 ล้านบาท และพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อสวัสดิการและเงินให้กู้ยืมทองคำจำนวน 183 ล้านบาท


ขณะที่ ธุรกิจประกันเติบโตในทิศทางเดียวกับสินเชื่อรถทำเงิน ส่วนภาพรวม NPL คาดรักษาได้ในระดับ 3.5% อย่างไรก็ดี สำหรับแผนการนำบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (SGC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปีนี้

ด้าน นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (J VENTURES) เปิดเผยว่า บริษัทฯ กางโปรเจกต์ด้านเทคโนโลยีและบล็อกเชน เพื่อผสานพลัง Synergy ภายในกลุ่มเจมาร์ทอย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างรายได้ในปี 2564 ที่ผ่านมาได้ถึง 31 ล้านบาท เริ่มพลิกทำกำไรได้เป็นปีแรกในระดับกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2567 นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลุ่มเจมาร์ท และขณะเดียวกัน เจ เวนเจอร์ส ก็พร้อมจะสร้างฐานการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นภายใต้โปรเจกต์ด้านเทคโนโลยีที่มีจำนวนมาก และปัจจุบันมี Ecosystem ที่แข็งแรงถึง 14 บริษัทเป็นพันธมิตร จัดทำกิจกรรม JFIN Adoption หรือภายใต้แคมเปญ ลด แลก แจก JFIN กับสินค้าและบริการในเครือเจมาร์ทที่ทำไปแล้ว 24 แคมเปญ มีผู้ใช้งานผ่าน J.ID Application ราว 670,874 ราย (JID Users) และ ขยายไปยัง Ecosystem ของ BTS Group ประเดิมด้วยโครงการแรกในการนำเหรียญ JFIN แลกแรบบิท พอยท์ จาก Rabbit Rewards เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวโปรเจกต์ JNFT Marketplace แพลตฟอร์ม NFT ของคนไทยไม่กี่รายในปัจจุบัน เป็นโอกาสสร้างรายได้ในอนาคต ซึ่งจะมีการอัพเดทพัฒนาการด้าน NFT มากขึ้น รวมถึง โปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse และ Digital Platform ภายใต้ ป๋า ตัวกลางปล่องสินเชื่อในยุคดิจิทัล คาดจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการเดินตามแผนพัฒนาด้าน Decentralized Digital Lending Platform อีกทั้ง “JFIN” ซึ่งเป็น Utility Token ในกลุ่มเจมาร์ท ประกาศพัฒนาการที่สำคัญในการลิสต์ในตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม ทำให้ปัจจุบันสามารถซื้อ-ขาย เหรีญ JFIN ได้ใน 4 ช่องทาง คือ SatangPro BitKub GukoMarket และ MetaMask

 

 

 

 

 

 

 

 

สิริวัฒนา กลางประพันธ์

สิริวัฒนา กลางประพันธ์ : รายงาน / อณุภา ศิริรวง : เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เก็งกำไร By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ หุ้นไทย วันนี้ เขียวเหมือนตลาดต่างประเทศ หลัง เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐ รายงานเงินเฟ้อ ออกมา....

SETตามต่างประเทศ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เชื่อว่า วันนี้ ตลาดหุ้นไทยหรือSET คงเคลื่อนไหว ตามทิศทางตลาดหุ้นประเทศ หลัง กนง.ลงมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้