Today’s NEWS FEED

News Feed

CGDเผยอยู่ระหว่างขายหุ้นวอเตอร์ฟร้อนท์ โฮเต็ล -เออร์เบิน รีสอร์ท โฮเต็ล ในส่วนที่เหลืออีก 24% ภายในQ1/65 เพื่อนํากระแสเงินสดมาชําระคืนหนี้

1,040


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(3มีนาคม 2565)---------บนายเบน เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) CGD เปิดเผยว่า ขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับผลการดําเนินงาน ของ บริษัทตามงบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) สําหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ดังนี้

ภาพรวมธุรกิจ

กลุ่มบริษัทยังมุ่งเน้นและปฏิบัติตามนโยบายหลัก 2 ส่วนซึ่งได้แก่ การเร่งส่งมอบโอนกรรมสิทธิ์ห้องพักและรับรู้รายได้ ของโครงการโฟร์ซีซั่นส์ไพรเวทเรสซิเด้นซ์ และการจัดหากระแสเงินสดเพื่อเร่งการชําระคืนหนี้สินของกลุ่มบริษัทเพื่อลด ภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งในปี 2564 บริษัทได้ดําเนินการตามนโยบายอย่างต่อเนื่องใน สภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ภายใต้การแพร่ระบาดของ COVID-19 ตลอดทั้งปี

โครงการโฟร์ซีซั่นส์ไพรเวทเรสซิเด้นซ์ยังเป็นโครงการที่สร้างการรับรู้รายได้หลักให้กับกลุ่มบริษัทในปี 2564 ที่ผ่านมา เป็นจํานวน 3,175.6 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่าคงเหลืออีกกว่า 13.5 พันล้านบาท และมียอดขายที่รอการ รับรู้รายได้ หรือ Backlog กว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป รวมถึงอัตรากําไรขั้นต้นของ โครงการนี้ยังอยู่ในอัตราที่เป็นไปตามเป้าหมายที่ประมาณ 49% สําหรับปี 2564

นอกจากนี้บริษัทฯยังได้ดําเนินการขายทรัพย์สิน เพื่อสร้างกระแสเงินสดเพื่อการชําระคืนหนี้สินตามนโยบายของบริษัท โดย บริษัทได้ขายเงินลงทุนในบริษัท วอเตอร์ฟร้อนท์ โฮเต็ล จํากัด (“WFH") ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม คาเพลลา กรุงเทพ และ บริษัท เออร์เบิน รีสอร์ท โฮเต็ล จํากัด (“URE”) ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้กับบริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จํากัด (มหาชน) (เดิมชื่อบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จํากัด (มหาชน) ในเดือน พฤศจิกายน เป็นสัดส่วน 51% และ 25% ในเดือนธันวาคม 2564 ของทั้ง WFH และ URH ซึ่งกระแสเงินสดดังกล่าว ได้นํามาชําระคืนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยไปกว่า 5.8 พันล้านบาท และบริษัทอยู่ในระหว่างการดําเนินการขายสัดส่วน
การถือหุ้นของทั้ง WFH และ URH ในส่วนที่เหลืออีก 24% ภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 เพื่อนํากระแสเงินสดมาชําระ คืนหนี้ที่คงเหลือต่อไป


รายได้

-กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมจํานวน 3,536.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 0.5 จากรอบระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่ง รายได้หลักของกลุ่มบริษัทยังคงมาจากการโอนกรรมสิทธิ์และการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องของห้องชุดโครงการ โฟร์ซีซั่นส์ไพรเวทเรสซิเด้นซ์ ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว

นอกจากนี้บริษัทรายงานรายได้พิเศษจํานวน 277 ล้านบาทจากโครงการโอวิงดีนซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการ ลงทุนของกลุ่มบริษัท


กําไรจาการดําเนินงาน

- กลุ่มบริษัทมีกําไรจากการดําเนินงานจํานวนรวม 656.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 53.8 จากรอบระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่หากพิจารณากําไรจากการดําเนินงานที่ไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจํานวน 649.8 ล้านบาท กลุ่มบริษัทจะมีกําไรจากการดําเนินงานจํานวนรวม 1,306.4 ล้านบาท

ต้นทุนทางการเงิน

กลุ่มบริษัทมีต้นทุนทางการเงินจํานวน 1,129.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 85.4 จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการหยุด รับรู้ต้นทุนทางการเงินเข้าเป็นต้นทุนของโรงแรม เนื่องจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยกลุ่มบริษัทรับรู้ต้นทุนทาง การเงินเป็นค่าใช้จ่ายในงบกําไรขาดทุน


ผลการดําเนินงานจากการดําเนินงานที่ยกเลิก

- ขาดทุนจากการดําเนินงานที่ยกเลิกเป็นผลการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมทั้งสองแห่งซึ่งในปีที่ผ่านมาได้ประสบปัญหาและข้อจํากัดในการให้บริการตามนโยบายของภาครัฐที่สืบเนื่องมากจากการแพร่ระบาดของ COVID19 โดยมีผลขาดทุนอยู่ที่ 610 ล้านบาท ขาดทุนลดลงร้อยละ 44.3 จากรอบระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน


ผลการดําเนินงานสุทธิ

- กลุ่มบริษัทมีขาดทุนสุทธิจํานวน 1,439.3 ล้านบาท เทียบกับรอบระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ406.3 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจาก 1) ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2) การหยุดรับรู้ต้นทุนทางเงินเป็น ต้นทุนของโรงแรม 3) ผลขาดทุนจากการดําเนินงานที่ยกเลิก


ภาระหนี้สินของกลุ่มบริษัท


สืบเนื่องจากนโยบายการเร่งชําระหนี้สินของกลุ่มบริษัทที่บริษัทได้ดําเนินการในปี 2564 ที่ผ่านมานั้น ทําให้บริษัทมี ภาระหนี้สินทั้งหมดอยู่ที่ 17,515 ล้านบาท ลดลง 4,756 ล้านบาท โดยมีหนี้สินที่ภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ 11,471 ล้านบาท ลดลง 4,346 ล้านบาท นอกจากนี้หนี้สินที่ไม่มีภาระดอกเบี้ยจํานวน 6,044 ล้านบาทมีส่วนประกอบหลักจํานวน 3,468 ล้านบาทเป็นเงินรับล่วงหน้าค่าห้องของโครงการโฟร์ซีซั่นส์ไพรเวทเรสซิเด้นซ์ ซึ่งจะทะยอยลดลงตามการรับรู้ รายได้ในอนาคตต่อไป

 

ในส่วนของอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนของกลุ่มบริษัท ณ สิ้นปี 2564 มีอัตราส่วนอยู่ที่ 2.83 เท่า ลดลง จาก 3.41 เท่าจาก ณ สิ้นปี 2563 และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 4.33 เท่า ลดลงจาก 4.80 เท่า ณ สิ้นปี 2563

บริษัทฯยังคงดําเนินงานตามแผนงานหลักของบริษัท เพื่อลดระดับภาระหนี้สินและภาระดอกเบี้ยอย่างเป็นนัยสําคัญและ อยู่ในระดับที่เหมาะสมสําหรับกับสถานะของกลุ่มบริษัทและรองรับการเติบโตและพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคตต่อไป

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เก็งกำไร By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ หุ้นไทย วันนี้ เขียวเหมือนตลาดต่างประเทศ หลัง เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐ รายงานเงินเฟ้อ ออกมา....

SETตามต่างประเทศ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เชื่อว่า วันนี้ ตลาดหุ้นไทยหรือSET คงเคลื่อนไหว ตามทิศทางตลาดหุ้นประเทศ หลัง กนง.ลงมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้