Today’s NEWS FEED

News Feed

PwC เผยนักลงทุนต่างชาติมองปัจจัย ESG ประกอบการตัดสินใจลงทุนบริษัทไทยเพิ่มขึ้น

206

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(29พฤศจิกายน 2564)----------PwC ประเทศไทย เผยนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจนำข้อมูล ESG มาวิเคราะห์สุขภาพของบริษัทไทยเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน-ซื้อกิจการมากขึ้น แต่ความสนใจของนักลงทุนไทยยังอยู่ในระดับน้อย แนะธุรกิจต้องตื่นตัวในการผนวก ESG เข้ากับกลยุทธ์องค์กรและจัดทำรายงานความยั่งยืนที่สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงาน การปฏิบัติใช้จริง รวมไปถึงการวัดผลที่มีความโปร่งใส

 


นาย ชาญชัย ชัยประสิทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนไทยให้ความสนใจต่อการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) มาใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนไม่มากเท่ากับนักลงทุนต่างชาติ ส่วนหนึ่งเพราะบริบทของประเทศยังไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือตระหนักในเรื่องการดำเนินงานที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่มีการพัฒนามากเท่ากับประเทศชั้นนำขนาดใหญ่

 


“แม้การลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ยังเห็นภาพไม่ชัดเจนว่า นักลงทุนสถาบันได้นำปัจจัย ESG มาประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างเต็มที่ แต่สำหรับการลงทุนโดยตรงจากนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้ามาซื้อกิจการในไทยแล้ว คำถามที่เราพบบ่อยมากคือ บริษัทนั้น ๆ ได้ดำเนินการอะไรบ้างเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทั้งเรื่องของกลยุทธ์ แนวปฏิบัติ ธรรมาภิบาล และการประเมินผล เพราะพวกเขาตระหนักดีว่า ESG จะเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจที่ไม่มีความพร้อมในเรื่องนี้” นาย ชาญชัย กล่าว

 


ทั้งนี้ ผลสำรวจ PwC 2021 Global Investor ESG Survey ได้ทำการสอบถามความคิดเห็นของนักลงทุนจำนวน 325 คนทั่วโลก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้จัดการสินทรัพย์และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ของบริษัทการลงทุน วาณิชธนกิจ หรือบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันมากกว่า 11.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 379 ล้านล้านบาท) พบว่า นักลงทุนที่ถูกสำรวจเกือบครึ่ง (49%) มีความพร้อมที่จะถอนการลงทุนออกจากบริษัทที่ไม่ได้มีการดำเนินการด้าน ESG อย่างเพียงพอ

 


ในขณะเดียวกัน 59% ของผู้ถูกสำรวจระบุว่า พวกเขามีแนวโน้มที่จะลงคะแนนคัดค้านข้อตกลงการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับผู้บริหารของบริษัทที่ขาดการดำเนินการด้าน ESG และอีก 79% ระบุว่า วิธีการที่บริษัทใช้ในการจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้าน ESG จะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของตน

 


อย่างไรก็ดี แม้นักลงทุนส่วนใหญ่ต้องการให้ธุรกิจมีการดำเนินการด้าน ESG แต่ก็ต้องการให้ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนการลงทุนน้อยที่สุด โดย 81% ของผู้ถูกสำรวจกล่าวว่า พวกเขาจะยอมรับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลดลงไม่มากกว่า 1 จุดร้อยละจากการดำเนินการด้าน ESG ของบริษัท ขณะที่เกือบครึ่งไม่เต็มใจที่จะยอมรับผลตอบแทนที่ลดลงเลย

รายงานความยั่งยืนจะยิ่งทวีความสำคัญ

การจัดทำรายงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Disclosure and Reporting) ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นถึงนโยบาย ผลกระทบ และผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบถึงการดำเนินงานที่ครอบคลุมข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงิน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของธุรกิจและช่วยดึงดูดความสนใจของนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในธุรกิจที่คำนึงถึงปัจจัย ESG

สอดคล้องกับรายงานของ PwC ที่ระบุว่า 83% ของนักลงทุนที่ถูกสำรวจเชื่อว่า การจัดทำรายงานด้านความยั่งยืน ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมาย ESG ของธุรกิจ

อย่างไรก็ดี นาย ชาญชัย กล่าวว่า องค์กรธุรกิจไทยยังตื่นตัวในการจัดทำรายงานความยั่งยืนในวงจำกัด มีเพียงบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เท่านั้นที่จัดทำรายงานความยั่งยืนที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับจากนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศในวงกว้าง

นักลงทุนต่างชาติมองปัจจัย ESG ก่อนเข้าซื้อกิจการไทย

นาย ชาญชัย กล่าวว่า เห็นกระแสของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่แม้นักลงทุนอาจจะไม่ได้ขอข้อมูลรายงานความยั่งยืน แต่นักลงทุนที่ต้องการเข้ามาซื้อกิจการให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีการดำเนินการด้าน ESG โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทในกลุ่มแมนูแฟคเจอริ่ง ที่เป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชน ซึ่งประเทศในแถบทวีปยุโรปออกกฎระเบียบในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด หากบริษัทในกลุ่มนี้ไม่ปฏิบัติตาม ก็อาจได้รับอุปสรรคจากการทำการค้ากับคู่ค้าได้

“อยากแนะนำให้บริษัทที่ยังไม่ได้เริ่มวางกลยุทธ์ด้าน ESG เริ่มศึกษาข้อมูลและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับทิศทางของโลก หรือคู่ค้า ถ้าเป็นธุรกิจเกี่ยวกับซัพพลายเชน หรือมีประเทศคู่ค้า เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา หรือหลาย ๆ ประเทศในโซนยุโรปที่เข้มงวดเรื่อง ESG ผู้บริหารจะต้องรีบกลับมาวางแผนงานด้านนี้ทันที หรือในกรณีที่เป็นบริษัทที่ไปลงทุนต่างประเทศ หรือนำหลักทรัพย์ออกไปขายต่างประเทศ ต้องมีผลการดำเนินงานด้าน ESG ที่ชัดเจน เพราะนักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก

“ในระยะถัดไป นักลงทุน หรือกองทุนต่างประเทศขนาดใหญ่จะเริ่มถอนการลงทุน หรือลดน้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่ไม่มีการดำเนินการด้าน ESG รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบซัพพลายเชนด้วย เพราะอย่างที่กล่าวไปว่า กลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบจากการตื่นตัวด้าน ESG ในต่างประเทศ” นาย ชาญชัย กล่าว

นาย ชาญชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินการด้าน ESG ถือเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้ โดยควรมีการสื่อสารจากผู้บริหารระดับสูงไปสู่ผู้ใต้บังคับบัญชาทั่วทั้งองค์กรว่า ESG จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต และองค์กรมีเป้าหมายในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร รวมถึงให้ความสำคัญกับการวัดผลที่ได้มาตรฐานการรายงานด้าน ESG (ESG reporting standards) เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวและตอบสนองต่อความต้องการของนักลงทุนที่เปลี่ยนไป

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PT จัดโปรเติมน้ำมัน แลกซื้อน้ำมันปาล์ม "มีสุข" 60 บาท ช่วยลดภาระค่าครองชีพ

PT จัดโปรเติมน้ำมัน แลกซื้อน้ำมันปาล์ม "มีสุข" 60 บาท ช่วยลดภาระค่าครองชีพ

PTG คว้ารางวัล "CSR OF THE YEAR" จากงาน Thailand Top Company Awards 2022

PTG คว้ารางวัล "CSR OF THE YEAR" จากงาน Thailand Top Company Awards 2022

HotNews: SUPER ลั่นปีนี้แข็งแกร่ง ลุยขยาย New Model / KUN โชว์ฝีมือ Q1/65 กำไรพุ่ง 41.16%

SUPER โชว์ผลงานไตรมาส 1/65 มีรายได้ 2,498.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.10 %

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้