Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.โนมูระ พัฒนสิน : CNS Daily Strategy

135

 

 

"Selective Play"

 

 

CNS Daily Strategy: คาดตลาด "Sideways/Down" ต้าน 1637/1643 จุด รับ 1620/1611 จุด ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับฐานแรง -2.11% สู่ 84.58 เหรียญฯ/บาร์เรล หลัง EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯเพิ่มขึ้นสวนคาด ถ่วงกลุ่มพลังงานกดดันตลาด ขณะที่วันนี้ นักลงทุนจับตารายงาน GDP 3Q21 ของสหรัฐฯ Consensus คาดที่ 2.6%q-q อ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 6.7%q-q ส่วนภายใน ตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้ ขยับขึ้นสู่ 9,658 ราย ขณะที่ถ้อยแถลงของรมว.คลังวานนี้ เผยว่า GDP ไทยในปี 2021 จะโตได้ไม่ต่ำกว่า 1% (vs Nomura 0.6%) แรงหนุนจากแผนเปิดประเทศ 1 พ.ย. แต่โครงการ "ช้อปดีมีคืน" ยังไม่มีความคืบหน้า ต้องคุยรายละเอียดเพิ่มเติม วันนี้แนะ "Selective Play" : ILM GUNKUL

 

Nomura : Key Factors

· (*) US: วันนี้จับตารายงานGDP 3Q21 Consคาดที่ 2.6%q-q จากไตรมาสก่อนที่ 6.7%q-q

· (-) OIL: EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1 แสนบาร์เรล

· (-) OIL: วานนี้ WTI -1.99$(-2.35%) สู่ 82.66/bbl, BRT -1.82$(-2.11%) สู่84.58/bbl

· (+) TH: รมว.คลังวานนี้ เผยว่า GDPไทยในปี 2021 จะโตได้ไม่ต่ำกว่า 1% (vs Nomura คาดที่ 0.6%) แรงหนุนจากแผนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัว 1 พ.ย.

· (+) Fund Flows: หุ้น -2,428 ลบ,สัญญา Future -16,402 สัญญา,Bond +5,125 ลบ

Nomura Daily Top Picks : ILM GUNKUL

 

Equity Daily Outlook : คาดตลาด "Sideways/Down" ต้าน 1637/1643 จุด รับ 1620/1611 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลง S&P500 -0.51% แรงถ่วงจากกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับฐานแรง -2.11% สู่ 84.58 เหรียญฯ/บาร์เรล รับ EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1 แสนบาร์เรล ผสานกับกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลงแรง หลัง US Bond Yield ดิ่ง ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญวันนี้ นักลงทุนจับตารายงาน GDP 3Q21 ของสหรัฐฯ Consensus คาดที่ 2.6%q-q อ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 6.7%q-q ส่วนทิศทาง Fund Flows ในเอเชีย วานนี้ต่างชาติพลิกมาเป็นขายสุทธิ -178 ล้านเหรียญฯ หลังซื้อสุทธิ 4 วันติดต่อกัน โดยเกิดแรงขายหนักในเกาหลีใต้ -312 ล้านเหรียญฯ และไทย -73 ล้านเหรียญฯ ซึ่ง Fund Flows ในไทยเริ่มสูญเสีย momentum หลังแรงขายเริ่มมากขึ้น และแรงซื้อแผ่วลง ต้องจับตากันต่อไปเนื่องจากจะกระทบกับ sentiment ตลาด ทางด้านตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้ ขยับขึ้นสู่ 9,658 ราย เสียชีวิต 84 ราย ขณะที่ยอดหายป่วยกลับบ้านต่ำกว่ายอดติดเชื้อใหม่ที่ 8,526 ราย ขณะที่ถ้อยแถลงของรมว.คลังวานนี้ เผยว่า GDPไทยในปี 2021 จะโตได้ไม่ต่ำกว่า 1% (vs Nomura คาดที่ 0.6%) แรงหนุนจากแผนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัว 1 พ.ย. โดยแม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าไทยในช่วงปลายปีนี้จะมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่คาดว่าในปี 2022 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 6 ล้านคน จะช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวได้ นอกจากนี้ แนวโน้มการส่งออกของไทยยังคงดีขึนต่อเนื่อง ตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวดี ทำให้โดยรวมมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งนี้ โครงการ "ช้อปดีมีคืน" ยังไม่มีความคืบหน้า โดยยังต้องหารือรายละเอียดเพิ่มเติมก่อน ส่วนวันนี้ ติดตามการประชุม BOJ และ ECB โดย Nomura คาดไม่มีมาตรการเพิ่มเติม แต่แนะติดตามมุมมองเศรษฐกิจ

 

Daily Strategy : ผลประกอบการภาคการผลิตไทยออกมาค่อนข้างต่ำคาด ขณะที่ตลาดโลกจับตารายงาน GDP 3Q21 ของสหรัฐฯคืนนี้ กลยุทธ์แนะนำถือหุ้น 50% คงพอร์ตหลักกลุ่มที่จะ Outperform SET ได้แก่ โรงไฟฟ้า(GPSC, GULF, BCPG) โรงพยาบาล(BDMS, BH) กลุ่มสื่อสารฯ(ADVANC, TRUE) ส่งออก(KCE, HANA. TU) โรงกลั่น(TOP, PTTGC)

Research Highlight :

GUNKUL (T.BUY, TP6) : เรามีมุมมองเป็นกลางต่อแน้วโน้มผลประกอบการ 3Q21F ที่คาดกำไรสุทธิที่ 652 ลบ. (-35%y-y, +25%q-q) โดยคาดกำไรปกติอยู่ที่ 612 ลบ. (+211%y-y, +19%q-q) โตสูง y-y จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่แรงลมที่กลับมาดี และมีรายได้โรงไฟฟ้า solar ที่เวียดนาม 100 MW ที่ซื้อมาใน 4Q20 มาช่วยเสริม และกำไรปกติโต q-q จากเป็น high season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม ด้าน outlook ปี 2021F คาดกำไรปกติจะเติบโตสูง +54%y-y จากลมที่ฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน และการรับรู้รายได้เต็มปีของ solar farm ที่เวียดนาม ส่วนด้านธุรกิจกัญชงที่บริษัทปลูกเองคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตและเริ่มปลูกได้ในช่วงเดือน พ.ย. และคาดจะได้ใบอนุญาตสกัดและเริ่มสกัดในช่วง 1Q22F โดยเรายังคงคำแนะนำ "Trading Buy" โดยมีมูลค่าเหมาะสมปี 22F ที่ 6.00 บาท โดยมองว่าบริษัทมีแผนในธุรกิจกัญชงที่ชัดเจน (ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ) กล้าลงทุน มีความคืบหน้ามาก และมุ่งหน้าสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจกัญชง-กัญชาในประเทศไทยอย่างแท้จริง

SCC (BUY, TP494) : เรามอง slightly negative ต่อกำไรสุทธิ 3Q21F ที่ 6,817 ลบ. (-30% y-y, -60% q-q) ต่ำกว่าเรา และตลาดคาด ต่ำกว่าเราคาดเพราะปริมาณขายซีเมนต์ และอัตรากำไรปิโตรเคมีต่ำคาด โดยหากตัดรายการพิเศษออกกำไรปกติอยู่ที่ 8,586 ลบ. (-10% y-y, -49% q-q) ลดลง q-q มาจากทุกธุรกิจได้รับผลกระทบ lockdown ในภูมิภาค ส่งให้ปริมาณขาย และอัตรากำไรลดลง รวมถึงส่วนแบ่งกำไรฯ ลดลงด้วย (บริษัทร่วมด้านเคมีอัตรากำไรลดลงจาก supply ใหม่กดดัน ส่วนธุรกิจอื่นได้รับผลกระทบโควิด) เราคาด 4Q21F กำไรปกติจะกลับมาฟื้น q-q หลังปริมาณขายและอัตรากำไรทุกธุรกิจฟื้น ตามการผ่อน lockdown ในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้เราคงคำแนะนำเป็น Buy ที่ TP22F = 494 บาท/หุ้น มองราคาหุ้นที่ -4% ในช่วง 1 เดือน Vs. กลุ่มที่ -1% ถึง +10% น่าจะรับปัจจัยลบของกำไรใน 2H21F ไปแล้ว เป็นโอกาสซื้อรับกำไรใน 2022F และ การ spin off ธุรกิจเคมี

EGCO (BUY, TP262) : เรามอง slightly negative ต่อแนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q21F ราว 163 ลบ. (-93% y-y, -89% q-q) แม้ต่ำมากแต่มาจาก fx loss ที่ส่วนใหญ่เป็น unrealized (non-cash) หากตัดออกคาดกำไรปกติ 3Q21F ราว 3,016 ลบ. (+6% y-y, +1% q-q) ต่ำกว่าที่เราเคยประเมินไว้จากกำไรโรง QPL และ Paju ต่ำกว่าคาด แต่ไม่ได้กระทบประมาณการกำไรปกติ 2021F อย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรปกติโต y-y เพราะส่วนแบ่งกำไรฯที่ดีขึ้นตามปริมาณผลิตไฟของโรง XPCL, NTPC และ SBPL ส่วนทรงตัว q-q เพราะ ส่วนแบ่งกำไรฯที่เพิ่มขึ้นเพียงพอชดเชยการปิดซ่อมใหญ่ของโรงขนอมได้ คงคำแนะนำ Buy ที่ 262 บาท/หุ้น คงมุมมอง core-operation บริษัทมีความน่าสนใจ ฟื้นตัว y-y ต่อเนื่องตลอดปี และคาดโตต่อเนื่องในระยะยาว เรามองราคาปัจจุบันมี downside จำกัดแม้มีโอกาสของการด้อยค่า (non-cash) โรงไฟฟ้าที่ใกล้หมดอายุ หรือโรงที่กำไรต่ำกว่าบริษัทประเมิน

· ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศผ่อนคลายมาตรการ LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาเป็น 100% ถึงสิ้นปี 2022 จากปัจจุบันที่เพดาน LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ระดับ 70-90% กลุ่มที่มี backlog รอโอนมาก โดยเฉพาะช่วง 5 ไตรมาสข้างหน้า จะได้ประโยชน์ทันทีจากนโยบาย LTV ใหม่ เพราะลูกค้ามีโอกาสกู้ผ่านง่ายขึ้นทันที ซึ่งคือ SPALI (backlog 36.0 พันลบ.), ORI (backlog 34.5 พันลบ.) และ AP (backlog 30.9 พันลบ.) ตามลำดับ ดังนั้น คาด SPALI, AP และ ORI ได้ประโยชน์ช่วงสั้น-กลาง จากมาตรการผ่อนคลาย LTV มากสุด ในขณะที่ sector rating มีโอกาสปรับขึ้นเป็น Bullish (จาก Neutral) เพราะ fundamental เปลี่ยนในทางดีขึ้น

 

· Re-Opening Play : ไทยเตรียมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 21 ประเด็นนี้เป็นบวกต่อ Theme Re-Opening Play นำโดย กลุ่มท่องเที่ยว ขนส่ง ร้านอาหาร ค้าปลีก-ห้างสรรพสินค้า นิคม และ บันเทิง คาดหุ้นกลุ่ม Re-Opening Play ตอบรับบวก แต่เชิงกลยุทธ์ แนะนำเลือกหุ้นที่ราคายังมีส่วนลด(Discount)จาก Pre Covid-19 หรือราคายังต่ำกว่าปลายปี 2019 จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

§ TOURISM (SPA, ERW)

§ TRANS (BTS, BEM, AOT)

§ COMMERCE (BJC, CPALL, CPN)

§ PROP (AWC, WHA, AMATA)

§ MEDIA (VGI, MAJOR)

§ FOOD (M, ZEN)

ดังนั้น ภายใต้ Theme Re-Opening Play เราเลือก BEM, ERW, BJC, CPN, WHA, MAJOR, M เด่นสุดและเป็น Top Picks

 

· OCT 2021 Portfolio : ADVANC, GUNKUL, JMT, TIDLOR, KCE, TU, TRUE

· 4Q21 Stock Picks : ADVANC, TRUE, BEM, KCE, BDMS, CPALL, GPSC, GULF, TIDLOR, MAJOR, JMT

 

 

4Q21 Equity Outlook : QE Tapering risks vs Roadmap to Reopening

Stock Best Picks : ADVANC, TRUE, BEM, KCE, BDMS, CPALL, GPSC, GULF, TIDLOR, MAJOR, JMT

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: BGRIM ปักธงรายได้ปี 65 โต 8-10%

BGRIM วางเป้ารายได้ปี 65 เติบโต 8-10% จากปี64 เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานทดแทนดันกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น10,000 เม..

"ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนุนอุปกรณ์จำเป็นช่วยผู้ป่วย COVID-19 แก่ศูนย์พักคอย วัดสะพาน คลองเตย"

"ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนุนอุปกรณ์จำเป็นช่วยผู้ป่วย COVID-19 แก่ศูนย์พักคอย วัดสะพาน คลองเตย"

คุ้มดีคุ้มร้าย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ มองตลาดหุ้น แบบคุ้มดีคุ้มร้าย ด้วยทั่วโลก ยังคงจับตาการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้