Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : Market Talk

115


คาด SET Index ผันผวนรอปัจจัยบวกใหม่
Top Pick เลือก AOT, HMPRO และ VNG


ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน กลับมาสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นขณะที่มีแรงขายทำกำไรออกมาในหุ้นกลุ่มพลังงาน ทำให้SET Index วานนี้ปรับตัวลดลง ประเมินว่าแรงเหวี่ยงจากเรื่องดังกล่าวยังน่าจะมีผลต่อทิศทางของตลาดหุ้นเช้านี้ ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามมี 2 ส่วนเริ่มจากการประชุมศบค. ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องของการผ่อนคลายมาตรการหลังจากสถานการณ์Covid-19 มีพัฒนการเชิงบวกต่อเนื่อง และเป็นการรองรับการเปิดประเทศให้นักเดินทางจาก 46 ประเทศเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัวภายใต้เงี่อนไขที่กำหนดอีกเรื่องหนึ่งคือสถานการณ์การเมือง ซึ่งมีการประชุมของพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยซึ่งน่าจะเห็นเค้ารางของการเปลี่ยนแปลงในอนาคตคาด SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1615 – 1650 จุด พอร์ตจำลองได้StopProfit หุ้น TOP และ Cut Loss หุ้น BANPU (น้ำหนักอย่างละ 10%) ให้เข้าซื้อ AOT 15% และ VNG 5% Top Pick เลือก AOT, HMPRO และ VNG

 


ตลาดการเงินโลกแกว่งผันผวน จากแรง Take Profit และความกังวลสหรัฐ-จีนตลาดการเงินโลกวานนี้แกว่งตัวค่อนข้างผันผวน กล่าวคือ ตลาดหุ้นโลกปรับฐานแรงจากการถูกขายทำกำไร (Take Profit) หลังจากไปแตะจุดสูงสุด (All Time High)ในช่วงที่ผ่านมา เช่น ดัชนี Dow Jones ลดลง -0.74%, ดัชนีS&P 500 ลดลง -0.51%เป็นต้น ประกอบกับเข้ใกล้วันประชุมของธนาคารกลายุโรป (ECB) และญี่ปุ่น (BOJ)นักลงทุนจึงมีแนวโน้มปรับลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงสั้นๆ เพื่อรอดูผลการประชุม


ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกปรับฐานแรงนอกเหนือไปจากการถูก Take Profit นั่นคือ ความไม่ลงรอยกันระหว่างสหรัฐกับจีนในมิติต่างๆ ดังนี้

• ความขัดแย้งด้านเทคโนโลยี (Tech war): วานนี้ สหรัฐมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของ บริษัท China Telecom โดยยุติการให้บริการ
ภายใน 60 วัน เนื่องจากกัวลว่าอาจเป็นการเปิดโอกาสให้จีนเข้าถึง เก็บข้อมูลและรบกวนระบบการสื่อสารในสหรัฐได้

• ความขัดแย้งด้านการค้า (Trade war): แม้ว่าสหรัฐกับจีนได้พบปะเจรจาการค้ากันช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และการเจรจามีแนวโน้มเป็นได้ดี แต่ทว่าทั้ง
2 ประเทศ ยังไม่ได้ข้อสรุปจากการเจรจาใดๆเพิ่ม ส่งผลให้Trade war ยังมีโอกาสสร้างความกังวลกับตลาดได้อยู่

• ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics): จากกรณีพิพาทระหว่างจีนไต้หวัน หลังจากจีนส่งเครื่องบินรบเข้าใกล้ไต้หวันในช่วงต้นเดือน ต.ค. 2564 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ในเวลต่อมานาย Jeo Biden ประธานาธิบดีสหรัฐระบุเมื่อช่วงกลางเดือน ต.ค. 2564 ว่า สหรัฐพร้อมปกป้องไต้หวัน หากถูกโจมตี


โดยสรุป ความไม่ลงรอยกันระหว่างสหรัฐกับจีนในด้านต่างๆข้างต้น มีโอกาสสร้างความกังวลต่อตลาดการเงินโลกได้เป็นระยะๆ ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มแกว่งตัวผัน
ผวนขึ้นลงตามกระแสข่าว ซึ่งตลาดหุ้นไทยในวันนี้ก็น่าจะเผชิญกับความผันผวนตามตลาดหุ้นโลกไปด้วย แต่ ASPS ประเมินว่า หากความไม่ลงรอยข้างต้นมีแนวโน้มร้อนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะสงครามการค้า (Trade war) จะส่งผลให้มีการโยกย้ายฐานการผลิตมากขึ้น ซึ่งไทยจะมีส่วนได้อานิสงส์ตามไปด้วย และหุ้นที่จะได้ประโยชน์จะเป็นหุ้นกลุ่มนิคม และการขนส่ง เช่น WHA, AMATA, JWD


ราคา Commodity ในช่วงสั้น ปรับลงเกือบยกแผง คาดกดดัน SET วันนี้
1 ในปัจจัยกดดัน SET Index ในวันนี้คือ ราคา Commodity ที่ปรับลงแรงเมื่อคืนนี้เกือบยกแผง โดยปัจจัยกดดันมาจากความกังวลการค้าโลกที่อาจจะได้รับผลกระทบจากความสัมพันธ์สหรัฐ จีนร้อนแรงอีกครั้ง และวิกฤตพลังงานในจีน ทำให้ภาคการผลิตยังต้องลดการผลิต และปัจจัยกดดันเฉพาะตัว หลักๆคือราคาน้ำมันดิบโลก : อิงน้ำมัน Brent ปรับฐาน 2.1% อยู่ที่ 84.5 เหรียญ อยู่บริเวณระดับเส้นค่าเฉลี่ย EMA 10 วัน ยังต้องติดตาม โดยถูกกดดันหลักๆความกังวลฝั่งSupply น้ำมันสหรัฐที่เพิ่มขึ้นคือ EIA เมื่อคืนรายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทาง Consensus คาดว่าลดลง 1 แสนบาร์เรลในช่วงสั้นแนะนำชะลอการลงทุน PTTEP(Buy: FV@B144) วันนี้ประกาศงบ คาดกำไรสุทธิ อยู่ที่ 9.9 พันล้านบาท เพิ่ม 38.7%qoq แต่กำไรปกติคาดเพิ่มเล็กน้อย 0.4%qoq,PTT(Buy: FV@B48.5) แนะนำเข้าลงทุนเมื่อราคาหุ้นเริ่มสร้างฐาน เพื่อรอผลตอบแทนในระยะกลาง-ยาว

ราคาถ่านหิน : ปรับฐานแรงราว 9% อยู่ที่ 180 เหรียญ หลังจากก่อนหน้าปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 วัน โดยรวมถือเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นถ่านหินอาทิ BANPU(FV@B14.20), และLANNA (FV@N/A)ค่าระวางเรือ (BDI) ปรับลดลงต่อเนื่อง เมื่อวานลง 4% นับตั้งแต่ต้นเดือน-ปัจจุบัน21.5% ถือเป็น Sentiment –ต่อ TTA(FV@N/A) PSL(FV@N/A) แนะนำชะลอการลงทุนเช่นเดียวกับราคา Commodity อื่นๆ อาทิ อลูมิเนียม -5.8% ประเมินเป็นบวกบริษัทที่มีต้นทุน อาทิ TU(FV@26.0) หรือ ราคาทองแดง ปรับลงเป็นบวกต่อ
KCE(FV@100.0)

โดยรวมราคา Commodity ที่ปรับลงดังกล่าวเป็น 1 ในปัจจัยที่ฝ่ายวิจัยประเมินอาจจะกดดัน SET index ในวันนี้ เนื่องจากหุ้นในกลุ่ม Energy& Utilities มีน้ำหนักราว
21.9% ถือว่าใหญ่ที่สุด มีผลต่อการเคลื่อนไหวตลาด รองลงมาคือ กลุ่ม Commerce9.6% อันดับ 3 คือ กลุ่ม BANK น้ำหนักราว 8.4%)

 

 

 

RESEARCH DIVISION
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส
เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์:004132
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 075365
ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 087636
วรรณพฤกษ์ โกมลวิทยาธร
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 110506
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: BGRIM ปักธงรายได้ปี 65 โต 8-10%

BGRIM วางเป้ารายได้ปี 65 เติบโต 8-10% จากปี64 เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานทดแทนดันกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น10,000 เม..

"ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนุนอุปกรณ์จำเป็นช่วยผู้ป่วย COVID-19 แก่ศูนย์พักคอย วัดสะพาน คลองเตย"

"ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนุนอุปกรณ์จำเป็นช่วยผู้ป่วย COVID-19 แก่ศูนย์พักคอย วัดสะพาน คลองเตย"

คุ้มดีคุ้มร้าย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ มองตลาดหุ้น แบบคุ้มดีคุ้มร้าย ด้วยทั่วโลก ยังคงจับตาการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้