Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

108

Market Wrap-Up

  • SET วันที่27ต.ค.64 ปิด -8.36 จุด อยู่ที่ 1,627.61 จุด มูลค่าการซื้อขาย69,387ลบ.ต่างชาติขาย2,427ลบ.สถาบันขาย252ลบ.พอร์ตโบรกขาย32ลบ. NVDRมียอดซื้อสุทธิอยู่ที่886ลบ. มียอดซื้อสุทธิในหุ้นKCE,KBANK,SCB,IRPC,TOPและมียอดขายสุทธิ SCGP,DELTA,SCC,BCH,CPALLมูลค่า Short Sales อยู่ที่ระดับ6,247ลบ. หุ้นที่มีปริมาณShort สูงคือRATCH,UTP-R,KEXโดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะShortใน Index Futures จำนวน 16,402สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Longสุทธิรวม 2,850สัญญา นักลงทุนต่างชาติซื้อพันธบัตรจำนวน5,124ลบ.
  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.74%, S&P500 -0.50%, Nasdaq +0.12%ถูกแรงขายจากกลุ่มพลังงาน -2.86% ปรับลงตามราคาน้ำมันดิบ, กลุ่มธนาคาร -1.69% ลดลงตาม US Bond Yield 10 ปี แต่ยังได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี หลัง Alphabet, Microsoft รายงานกำไรดีกว่าคาดการณ์ ขณะที่ ก.พาณิชย์สหรัฐเผยคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ก.ย. -0.40% จากยอดสั่งซื้อเครื่องบินและรถยนต์ลดลง ตลาดหุ้นยุโรป Stoxx600 -0.36% หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ -1.90% หลังรัฐบาลจีนเตรียมแก้ปัญหาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับสูง ซึ่งอาจกระทบราคาถ่านหินและโลหะ วันนี้ติดตามการประชุม ECB

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้DJIA, S&P500ปรับลดลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงาน -2.86% หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลดลงกว่า -2% จากประเด็นกลุ่มยุโรปเตรียมหารือข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านรอบใหม่ ส่งผลให้อิหร่านอาจจะสามารถส่งออกน้ำมันขายในตลาดโลกได้อีกครั้ง กอปรกับ EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 3 ล.บาร์เรล ส่วนกลุ่มธนาคารสหรัฐ -1.69% หลัง US Bond Yield 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 1.548% ถือว่าน่าจะเป็นสัญญาณบวกชี้ เฟดอาจจะไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย ในภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกปรับสูงขึ้นจากราคาพลังงาน, สินค้าโภคภัณฑ์ปรับสูงขึ้น วันนี้ติดตามรายงาน GDP สหรัฐ Q3/64 คาดที่ +2.7% & Q2/64 +6.7% QoQ , การประชุม BOJ คาดคงดอกเบี้ยที่ -0.10% เช่นเดียวกับ ECB คาดคงดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 0.25% คาดการณ์เงินเฟ้อกลุ่มยูโรโซนในปีหน้า สัปดาห์หน้าวันที่ 2 – 3 พ.ย.ประชุมเฟด คาดประกาศเริ่มลด QE และติดตามคาดการณ์จะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีหน้าหรือไม่ สำหรับดัชนี SET วานนี้ -0.51% ปริมาณการซื้อขายลดลงอยู่ที่ 6.9 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 2.4 พัน ลบ. สถาบันขาย 252 ลบ.โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ -2.19% ผิดหวังจากรายงานกำไร Q3/64 ของ DELTA ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมี -1.66%, พลังงาน -1.02% ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบและสเปรดผลิตภัณฑ์ลดลงจากราคาต้นทุนน้ำมันดิบสูงขึ้น ส่วน SCC รายงานกำไร Q3/64 อยู่ที่ 6.8 พัน ลบ. -30% YoY, -60% QoQต่ำกว่าคาดกำไรที่ 9.7 พัน ลบ. จากผลขาดทุนด้อยค่าสินทรัพย์และปรับมูลค่าเงินลงทุน วันนี้ PTTEP จะรายงานกำไร Q3/64 คาดที่ 1 หมื่น ลบ. ปัจจัยการเมืองวันนี้ติดตามการประชุมพรรค พปชรวันพรุ่งนี้ติดตามการประชุม ศบค. ต่อแผนการเปิดประเทศ

Daily Strategy

  • วาง Filter แนวรับดัชนีที่ 1,625+/- กรณียืนไม่ได้ ดัชนีมีโอกาสปรับฐานลงสู่ระดับ 1,610 – 1,620 แนะนำทยอยซื้อกลุ่มธนาคาร, ค้าปลีก, โรงกลั่น เมื่อดัชนี่อ่อนตัว ระยะสั้นแนะนำเก็งกำไร TTB, HMPRO, ITEL, SYNEX, U (+โมเมนตัมทางเทคนิค)
  • ITEL* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 75 บาท) แนวโน้มปี 64 บริษัทตั้งเป้ารายได้ขยายตัวขึ้นจากปีก่อน +20% แตะ 2.8 พันล้านบาท จากการขยายฐานลูกค้าและประมูลงานใหม่ แม้ 1H64 รับรูรายได้เข้ามา 1 พันล้านบาท แต่ใน 2H64 คาดการรับรู้รายได้จะเร่งตัวขึ้นจาก Backlog ที่มีในมือ 3.2 พันล้านบาทจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังราว 900 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีงานที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญา รอเข้าประมูล และรอผลการประมูลรวมกว่า 2.5 พันล้านบาท คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้เข้ามาภายในปีนี้ราว 30% นอกจากนี้ยังมีแผนนำศูนย์ อินเตอร์ลิ้งค์ ดาต้า เซ็นเตอร์ ขายเข้ากอง REIT มูลค่าขั้นต่ำอยู่ที่ราว 700 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการและเตรียมยื่น Filing คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในครึ่งปีหลังนี้ และจะเดินการขายได้ใน 4Q64-1Q65​​​

SYNEX* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 31.00 บาท) ปัจจัยบวกจาก iPhone13 ได้เสียงตอบรับที่ดี ภาพรวมยอดขายคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนยังได้ประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรม IT (รวมถึงงานคอมพิวเตอร์กราฟิก/การ Streaming/การขุดเหรียญคริปโตฯ) ขณะที่ยอดขายฝั่งมือถือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้แรงหนุนจากการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี 4G เป็น 5G นอกจากนี้บ.ยัง มีแผนที่จะเปิดตัว House Brand ในสินค้า 3 กลุ่มใหญ่(กลุ่มMobile/Accessories, กลุ่มอุปกรณ์ต่อพ่วงกลุ่มGaming, อุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับคอมพิวเตอร์) และการเข้าไปรุกทำตลาด IT มือสอง(SWOPMART; ร่วมกับ SCB10X) ทั้งนี้ตลาดคาด EPS ปี64 และ ปี65 จะขยายต่อเนื่องจากปี 63 ที่ 0.76 บาท/หุ้น มาอยู่ที่ 0.91 บาท/หุ้น, และ  1.10 บาท/หุ้น ตามลำดับ

 

Analysts

Apichai Raomanachai            No. 002939

Nopporn Chaykaew               No. 043964

Nattawat Poosunthornsri      Assistant Analyst

Kitti Buabueng                     Assistant Analyst

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: BGRIM ปักธงรายได้ปี 65 โต 8-10%

BGRIM วางเป้ารายได้ปี 65 เติบโต 8-10% จากปี64 เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานทดแทนดันกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น10,000 เม..

"ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนุนอุปกรณ์จำเป็นช่วยผู้ป่วย COVID-19 แก่ศูนย์พักคอย วัดสะพาน คลองเตย"

"ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนุนอุปกรณ์จำเป็นช่วยผู้ป่วย COVID-19 แก่ศูนย์พักคอย วัดสะพาน คลองเตย"

คุ้มดีคุ้มร้าย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ มองตลาดหุ้น แบบคุ้มดีคุ้มร้าย ด้วยทั่วโลก ยังคงจับตาการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้