Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : PTG คงแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสมใหม่ 19.80 บาท

590

 


ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นและการควบคุมราคาน้ำมัน ส่งผลต่อกำไรของ PTG
เราคาด 3Q21F จะเป็นไตรมาสที่แย่สุดไปแล้วของบริษัท และสำหรับ 4Q21F ยังคงต้องติดตามแม้จะเข้าสู่ High season ปริมาณขายน้ำมันเดือนตุลาคม +10% MoM แต่ถูกจำกัดด้วยนโยบายควบคุมราคาน้ำมันของ กบง. ที่ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร และค่าการตลาดน้ำมันที่ไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร เรามองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะเป็นประเด็นที่กดดันต่อผลประกอบการและราคาหุ้นของ PTG ในระยะสั้นนี้ และหากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจะมี Downside ทำให้ผลประกอบการไม่เป็นไปตามคาด เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2021-23F ลงสะท้อนแนวโน้มค่าการตลาด และปรับมูลค่าที่เหมาะสมใหม่ไปยังปี 2022F มาที่ 19.80 บาท โดยเรามองว่าปี 2022F บริษัทจะสามารถเติบโตได้ได้ตามดีมานด์การใช้น้ำมันที่คาดจะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มเศรษฐกิจ คาดราคาน้ำมันมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น และธุรกิจ Non-oil ที่คาดจะมีเพิ่มขึ้นและเริ่มทำกำไรจะเข้าช่วยลดผลกระทบจากธุรกิจน้ำมันที่ผันผวน ดังนั้น เรายังคงแนะนำ “ซื้อ”


คาดกำไร 3Q21F อ่อนตัวอย่างมาก QoQ และ YoY
เราคาด PTG จะรายงานกำไรสุทธิ 3Q21F แย่กว่าที่เราคาดไว้เดิม มาอยู่ที่ 117 ล้านบาท (-77% YoY, QoQ) โดยเราคาดปริมาณขายน้ำมันอยู่ที่ 1,102 ล้านลิตร (-11% YoY, -15% QoQ) จากผลกระทบการล็อคดาวน์ในเดือน ก.ค. – ส.ค. ภาวะน้ำท่วมในช่วงเดือนกันยายน อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากค่าการตลาดที่อ่อนตัวลงในไตรมาส โดยเรามีมุมมองที่เข้มงวด (conservative) คาดอยู่ที่ 1.75 บาทต่อลิตร ในขณะเราคาดค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร (SG&A) อยู่ระดับที่ทรงตัว คาดอยู่ที่ 1.53 บาทต่อลิตร จากปริมาณขายลดลงแต่ค่าใช้จ่ายทรงตัว อย่างไรก็ตาม ค่าการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปทุกๆ 0.01 บาท จะทำให้กำไรเปลี่ยนแปลงไป 13% ทั้งนี้ หากค่าการตลาดอยู่ระดับสูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 1.80 บาท กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 161 ล้านบาท (-68% YoY, -68% QoQ)

 

การควบคุมราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยกดดันบริษัท
ปริมาณขายน้ำมันในเดือนตุลาคมมีทิศทางที่ดีขึ้นด้วยการเติบโต 10% MoM หลังการคลายล็อคดาวน์ แม้ค่าการตลาดจะมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงกลางเดือน ต.ค. หลังเริ่มมีการปรับขึ้นราคาขาย แต่ด้วยนโยบายการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 30 บาทต่อลิตรล่าสุด ยังกดดันต่อค่าการตลาด เพื่อสะท้อนประมาณการผลประกอบการ 3Q21F ที่อ่อนตัวกว่าที่เราคาดและแนวโน้มค่าการตลาดที่ปัจจุบัน เราปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2021-23F ลง 10%, 17% ตามลำดับ โดยคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,525 ล้านบาท (-19% YoY) 1,650 ล้านบาท (+8% YoY) และ 1,914 ล้านบาท (+16% YoY) หลักๆ เพื่อสะท้อนสมมติฐานค่าการตลาดที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยคาดอยู่ที่ 1.82 บาทต่อลิตรในปี 2021F และ 1.80 บาทต่อลิตรในปี 2022-23F

 

มูลค่าที่เหมาะสมใหม่ 19.80 บาท
ตามการปรับประมาณการและปรับการประเมินมูลค่าไปยังปี 2022F มูลค่าที่เหมาะสมใหม่อยู่ที่ 19.80 บาท (จากเดิม 20.80 บาท) อิงจาก PER 20 เท่าปี 2022F ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามสำหรับบริษัทได้แก่มาตรการควบคุมราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซลของภาครัฐที่อาจจะกดดันค่าการตลาดและอัตรากำไรของบริษัท

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

รมว.ท่องเที่ยวฯเปิดแข่งรถยนต์ทางเรียบ เลียบเขาช่องกระจก ชิงถ้วยพระราชทาน

รมว.ท่องเที่ยวฯเปิดแข่งรถยนต์ทางเรียบ เลียบเขาช่องกระจก ชิงถ้วยพระราชทาน

เก็งกำไรงบ... By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง สอดส่อง เฟด ประชุม 25-26 ม.ค. จะมีมุมมอง มีนโยบายการเงิน ล้วนให้ติดตาม ท่ามกลางคาดการณ์ มีนาคม..

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้