Today’s NEWS FEED

News Feed

TFMสรุปราคาไอพีโอ 13.50 บ./หุ้น เปิดขาย19-21 ต.ค. 64

297


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(18ตุลาคม 2564)-----------บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)TFMผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจ โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ซึ่งได้แก่ อาหารกุ้ง อาหารปลา และอาหารสัตว์บก เปิดเผยว่า บริษัทฯได้สรุปราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอ 13.50 บาท/หุ้น เปิดจองซื้อหุ้น วันที่ 19-21 ตุลาคมนี้ โดยหุ้นที่เสนอขาย มีจำนวนไม่เกิน 109,300,000 หุ้น ซึ่งประกอบด้วย(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 90,000,000 หุ้น
(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“TU”) จำนวนไม่เกิน 19,300,000 หุ้น รวมทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน ร้อยละ 21.9 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชน (รวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของ TU) เป็นครั้งแรกนี้


สัดส่วนการเสนอขายหุ้น แบ่งเป็น ผู้บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ประมาณ 40,405,000 หุ้น ประมาณ 37.0%นักลงทุนสถาบัน ประมาณ 50,000,000 หุ้น ประมาณ 45.7%ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ประมาณ 16,395,000หุ้น ประมาณ 15.0%กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของ TU ไม่เกิน 2,500,000 หุ้น ไม่เกิน 2.3%
รวม 109,300,000 หุ้น คิดเป็น100.0%


การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ที่เสนอขายในครั้งนี้ กำหนดตามมูลค่าเชิงเปรียบเทียบกับมูลค่าของบริษัทเทียบเคียงที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่สามารถอ้างอิงได้ (Market Comparable) โดยพิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัท (Price to Earnings Ratio : P/E) ประกอบกับการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) ซึ่งเป็นวิธีการสอบถามปริมาณความต้องการซื้อหุ้นสามัญของนักลงทุนสถาบัน โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันแจ้งความประสงค์จะจองซื้อมายังผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

ทั้งนี้ บริษัทฯ ร่วมกับผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายได้กำหนดราคาหุ้นสามัญที่จะเสนอขายในครั้งนี้ที่ราคา 13.5 บาทต่อหุ้น โดยได้พิจารณาประกอบกับความต้องการซื้อที่นักลงทุนสถาบันเสนอเข้ามา ซึ่งเป็นราคาที่จะทำให้บริษัทฯ ได้รับเงินตามจำนวนที่ต้องการ และยังมีความต้องการซื้อหุ้นเหลืออยู่มากพอในระดับที่คาดว่าจะทำให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพในตลาดรอง


ทั้งนี้ ราคาหุ้นสามัญที่เสนอขายหุ้นละ 13.5 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 21.7 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 ถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 ซึ่งเท่ากับ 311.1 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (Fully Diluted) ซึ่งเท่ากับ 500,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 2.0 บาท จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.6 บาทต่อหุ้น


วัตถุประสงค์การใช้เงิน:

วัตถุประสงค์การใช้เงิน จำนวนเงินที่ใช้โดยประมาณ (ล้านบาท) ระยะเวลาที่ใช้เงินโดยประมาณ รายละเอียด

1. การขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำในประเทศอินโดนีเซีย ไม่เกิน 250.0 ภายในปี 2566 TUKL มีแผนที่จะลงทุนในสายการผลิตอาหารสัตว์น้ำเพิ่มเติมอีก 2 สายการผลิต ซึ่งจะเป็นผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 36,000 ตันต่อปี

2. ชำระคืนเงินกู้ยืม 250.0 – 350.0 ภายใน มี.ค. 2565 ชำระคืนเงินกู้ยืมส่วนที่เป็นของบริษัทฯ

3. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 577.4 – 677.4 - -

รวม 1,177.4

บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง รวมกันเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละ 50.0 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม

ผลประกอบการของบริษัทฯ หากพิจารณาผลการดำเนินงานปกติของบริษัทฯ (โดยไม่รวมผลกระทบจากกำไรและขาดทุนที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติของบริษัทฯ) พบว่า บริษัทฯ มีกำไรเบ็ดเสร็จรวมจากการดำเนินงานปกติ เท่ากับ 413.3 ล้านบาท 623.9 ล้านบาท และ 405.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรเบ็ดเสร็จรวมจากการดำเนินงานปกติ เท่ากับร้อยละ 9.2 ร้อยละ 12.7 และร้อยละ 9.6 ในปี 2561 2562 และ 2563 ตามลำดับ และงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 และ 2564 บริษัทฯ มีกำไรเบ็ดเสร็จรวมจากการดำเนินงานปกติ เท่ากับ 198.9 ล้านบาท และ 80.4 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรเบ็ดเสร็จรวมจากการดำเนินงานปกติ เท่ากับร้อยละ 10.1 และร้อยละ 3.4 ในช่วงเวลาดังกล่าว ตามลำดับ

โดยการเติบโตของกำไรเบ็ดเสร็จรวมจากการดำเนินงานปกติ ในปี 2562 เมื่อเทียบกับในปี 2561 สอดคล้องกับการเติบโตของกำไรขั้นต้น ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามการเติบโตของรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นตามการลดลงของราคาวัตถุดิบหลัก ซึ่งถูกหักลบบางส่วนจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ทั้งนี้ ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลงเล็กน้อย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นตามกำไรจากการดำเนินงาน ด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรเบ็ดเสร็จรวมจากการดำเนินงานปกติ เพิ่มขึ้นจาก 413.3 ล้านบาท ในปี 2561 เป็นเท่ากับ 623.9 ล้านบาท ในปี 2562 นอกจากนี้ อัตรากำไรเบ็ดเสร็จรวมจากการดำเนินงานปกติ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.2 ในปี 2561 เป็นร้อยละ 12.7 ในปี 2562

การลดลงของกำไรเบ็ดเสร็จรวมจากการดำเนินงานปกติ ในปี 2563 เมื่อเทียบกับในปี 2562 สอดคล้องกับการลดลงของกำไรขั้นต้นซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามการลดลงของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจากการลดลงของราคาขายสินค้าเฉลี่ยต่อหน่วยตามการลดลงของสัดส่วนรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่มีราคาจำหน่ายต่อหน่วยสูง ประกอบกับการลดราคาอาหารสัตว์ตามการขอความร่วมมือของหน่วยงานรัฐในช่วงปี 2563 ดังกล่าวข้างต้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเล็กน้อย นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงตามกำไรจากการดำเนินงาน ด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรเบ็ดเสร็จรวมจากการดำเนินงานปกติ ลดลงจาก 623.9 ล้านบาท ในปี 2562 เป็นเท่ากับ 405.4 ล้านบาท ในปี 2563 นอกจากนี้ หากพิจารณาอัตรากำไรเบ็ดเสร็จรวม ลดลงจากร้อยละ 12.7 ในปี 2562 เป็นร้อยละ 9.6 ในปี 2563

การลดลงของกำไรเบ็ดเสร็จรวมจากการดำเนินงานปกติสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นไปตามการลดลงของกำไรขั้นต้น ตามการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวมถึงบริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ด้วยปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม ลดลงจาก 198.9 ล้านบาท ในงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 เป็น 80.4 ล้านบาท ในงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 โดยมีอัตรากำไรเบ็ดเสร็จรวม ลดลงจากร้อยละ 10.1 ในงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 เป็นร้อยละ 3.4 ในงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

HotNews: เบทาโกร เคาะ IPO 40 บาท/หุ้น เล็งเทรดใน SET 2 พ.ย. นี้

“ผมและทีมผู้บริหารของเบทาโกรมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เบทาโกรมีความแตกต่างและโดดเด่นจากบริษัทจดทะเบียน

เกาะ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ SET ภาคเช้ายังมีโมเมนตัมเชิงบวก เกาะปีกดาวโจนส์พุ่ง เหตุนลท.คลายความกังวลเกี่ยวกับการเร่ง....

ขึ้นยาก ลงง่าย By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม SET-ราคาหุ้นไทย ยามขึ้น ขึ้นยาก แต่เวลาลง ลงง่ายมาก รอบนี้ ก็ต้องฝ่าแนวต้าน ให้ได้ ฝ่าได้มีโอกาสไปต่อ หาก...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้