Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส : NWR แนะนำ Fully Valued ราคาพื้นฐาน 0.89 บาท

313

 

 

Company Update
NWR คำแนะนำ: Fully Valued
ราคาปิด 1.03 บาท ราคาพื้นฐาน 0.89 บาท (เดิม 1.21 บาท)
ปรับประมาณการลงจนเป็นขาดทุน


• หลัง 2Q64 เป็นขาดทุนถึง 612 ล้านบาท เพราะตั้งสำรองต้นทุนโครงการสูงขึ้น โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสีเหลืองและชมพู
• คาด 3Q64 ไม่สดใส หยุดแคมป์คนงาน 1 เดือน รายได้ลด แต่ต้นทุนคงที่ยังเกิดขึ้นอยู่ อาจเป็นเท่าทุนหรือขาดทุน
• ปรับประมาณการปี 64 และ 65 จากเดิมกำไรเป็นขาดทุน -691/-184 ล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนอัตรากำไรที่น้อย
• คงคำแนะนำเชิงลบ เต็มมูลค่า ราคาพื้นฐานใหม่ลดเป็น 0.89 บาท แม้มีงานในมือสูงถึง 4.7 หมื่นล้านบาทแต่อัตรากำไรอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูง จึงเสี่ยงต่อราคาเหล็กที่ผันผวน และปัญหาแรงงานขาดแคลนเกิดขาดทุนสุทธิจำนวนมากใน 2Q64 และ 1H64 เป็น -612 และ -560 ล้านบาท ตามลำดับ แม้รายได้หลักรวมยังเติบโตได้ +6% และ +15% เทียบกับ y-o-y ตามลำดับ ซึ่งมีผลจากที่บริษัทมีงานในมือจำนวนมาก แต่รายการสำคัญที่ฉุดให้เป็นขาดทุนคือ อัตรากำไรขั้นต้นที่ถึงกับติดลบคือ -16.4% และ -2.7% ตามลำดับ สืบเนื่องจากมีการตั้งสำรองต้นทุนโครงการสูงขึ้น โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและชมพูในงวด 2Q64 เป็น 340 ล้านบาท ปัญหาที่เกิดคือ การส่งมอบงานที่ล่าช้าจากผู้รับเหมาช่วง และต้นทุนเหล็กก่อสร้างที่ปรับสูงขึ้นมาอย่างมากความเสี่ยงต่อไปคือ อาจจะมีการตั้งสำรองเพิ่มอีก 10-20 ล้านบาท สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและชมพูซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 70% ยังคงเหลืออีกราว 30% หรือคิดเป็นรายได้ราว 1 พันล้านบาท จากต้นทุนเหล็กก่อสร้างเฉลี่ยปัจจุบันที่ 19 บาทต่อกก. หากระหว่างไตรมาสนี้ราคาเหล็กขยับสูงขึ้นอีกเป็น 21-23 บาทต่อกก. นับได้ว่าบริษัทได้ประสบกับความเสี่ยงเรื่องต้นทุนที่สูงกว่าที่ได้ตั้งงบประมาณ (Budget) ไว้ดังนั้นกำไรที่เคยบันทึกไว้ในอดีต ก็
ต้องกลับรายการเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น สรุปได้ว่าโครงการรถไฟฟ้าที่บริษัทได้รับอยู่ในเกณฑ์ที่มีกำไร 0% ทั้งสายสีส้ม ชมพู
และเหลืองแนวโน้ม 3Q64 เป็นเท่าทุนหรือขาดทุน ได้รับผลกระทบทางลบจากการหยุดแคมป์คนงาน 1 เดือน ในเดือน ก.ค.64รวมทั้งห้ามเดินทาง และเคลื่อนย้ายแรงงาน ในเขตจังหวัดสายสีแดงเข้ม เพื่อยับยั้งการติดเชื้อโควิด-19 ทำให้รายได้ลดลงทั้งนี้ราว 70% ของงานก่อสร้างในมืออยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล และเป็นสัดส่วนรายได้ราว 50% จากทั้งหมด แต่ต้นทุนคงที่ก็ยังเกิดขึ้นอยู่จึงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น ส่วนราคาเหล็กก่อสร้าง QTD ก็ยังอยู่ในเกณฑ์สูงราว 21บาทต่อกก.

 

ปรับประมาณการปี 64 และ 65 กลายเป็นขาดทุนสุทธิ จากเดิมเป็นกำไรสุทธิ 135 และ 145 ล้านบาท ตามลำดับเป็นขาดทุน -691 และ -184 ล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนสองรายการสำคัญคือ 1) รายได้หลักรวมปรับลง -14%/-4%ตามลำดับจากเดิม ทั้งในส่วนรายได้ก่อสร้างจากส่วน NWR และบริษัทร่วมทุน (JV), รายได้จาก Advance Prefab และรายได้ที่อยู่อาศัยของบริษัทย่อยคือ มานะพัฒนาการ และ 2) อัตรากำไรขั้นต้นที่น้อยลงจากเดิมปีละ 8.4% ลดลงเป็น0.7%/5.5% ตามลำดับ เพราะปี 64 ถูกถ่วงมากจากครึ่งปีแรกที่เป็นลบ ด้านปี 65 ก็ปรากฏว่างานก่อสร้างในมือมีค่าเฉลี่ยอัตรากำไรขั้นต้นที่น้อย


คงคำแนะนำเชิงลบ เต็มมูลค่า (Fully Valued) สำหรับราคาพื้นฐานใหม่ให้ลดลงเป็น 0.89 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/BVที่ 1.0 เท่า แม้มีงานในมือสูงถึง 4.7 หมื่นล้านบาท แต่อัตรากำไรอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูง จึงเสี่ยงต่อปัญหาต่างๆ เช่นราคาเหล็กที่ผันผวน, การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างล่าช้า และปัญหาแรงงานขาดแคลน เป็นต้น ทำให้บางช่วงเวลาประสบกับปัญหาต้นทุนบานปลาย (Cost Overrun) สำหรับฐานะการเงินก็ค่อนไปทางตึงตัว อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน ณ ปลายปี 64คาดไว้ที่ 2.3 เท่า ส่วนข้อดีคือ บริษัทประมูลงานก่อสร้างได้มากกว่ากลุ่ม ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ประมูลได้ 1.4 หมื่นล้านบาท บริษัทคาดว่าเมื่อถึงปลายปีอาจได้ไปถึง 1.6 หมื่นล้านบาท


นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : sombata@th.dbs.com

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

บล.พาย ขนทัพ นลท.เยี่ยมชม รง.PIMO-ไพโม่

บล.พาย ขนทัพ นลท.เยี่ยมชม รง.PIMO-ไพโม่

เล่นชุดใหญ่ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เห็นหุ้นใหญ่ กลุ่มพลังงาน คึกคัก แบบเล่นชุดใหญ่ หุ้นใหญ่หลายตัว กางปีกสีเขียว........

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้