Today’s NEWS FEED

News Feed

ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันวงเงินไม่เกิน 4 พันล้านบาท MTC ที่ BBB+ แนวโน้ม Stable

375

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(15กรกฎาคม 2564)------ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ BBB+ ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 4 พันล้านบาทของบริษัทที่ระดับ BBB+ ด้วยเช่นกัน โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระคืนหนี้และขยายพอร์ตสินเชื่อ

อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (Auto Title Loan) และฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งของบริษัท อีกทั้งยังสะท้อนถึงกำไรที่ดี คุณภาพสินทรัพย์ที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ ตลอดจนแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและสภาพคล่องที่เพียงพอของบริษัทด้วย อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดจากภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอและการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในอุตสาหกรรมสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน

ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงดำรงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันต่อไปได้ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า โดยทริสเรทติ้งเชื่อว่าบริษัทจะสามารถต่อยอดความชำนาญในการดำเนินธุรกิจรวมทั้งขยายเครือข่ายสาขาและฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 บริษัทมียอดสินเชื่อคงค้างเติบโตขึ้นที่ระดับ 17% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยอยู่ที่จำนวน 7.35 หมื่นล้านบาท ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดสินเชื่อใหม่ของบริษัทจะเติบโตที่ระดับ 10%-20% ต่อปีในช่วงระหว่างปี 2564-2566 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันซึ่งยังคงมีอุปสงค์ที่ดีจากผลของภาวะสภาพคล่องที่ตึงตัวอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ทริสเรทติ้งยังคาดหวังว่าการขยายสู่ธุรกิจใหม่คือการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของยอดสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยรับในระยะยาวท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงอีกด้วย

ทริสเรทติ้งคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากผลของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งก็คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนตัวลงนั้นจะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้และจะมีผลกระทบต่อสถานะความเสี่ยงของบริษัทในขอบเขตที่จำกัด โดยนโยบายการให้สินเชื่อที่เข้มงวดและกระบวนการจัดเก็บหนี้ที่มีประสิทธิภาพน่าจะช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิตที่อาจเกิดขึ้นได้ ทริสเรทติ้งจึงเชื่อว่าบริษัทจะสามารถรักษาเป้าหมายอัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตหรือสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมที่ระดับต่ำกว่า 2% เอาไว้ได้ โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 บริษัทมีอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 1% ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับในปี 2563 บริษัทมีต้นทุนด้านเครดิตที่ปรับอัตราส่วนให้เป็นตัวเลขเต็มปีแล้วอยู่ที่ระดับ 0.8% ในไตรมาสแรกของปี 2564 ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของบริษัทจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.1%-1.2% ของสินเชื่อถัวเฉลี่ยในระหว่างปี 2564-2566 และอัตราส่วนสำรองสำหรับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของบริษัทน่าจะคงอยู่ที่ระดับประมาณ 160%-170% ในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า โดยอัตราส่วนดังกล่าว ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 อยู่ที่ระดับ 184%

ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงรักษาคุณภาพกำไรต่อไปได้ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 อัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เสี่ยงถัวเฉลี่ยเมื่อปรับให้เป็นตัวเลขเต็มปีของบริษัทยังคงอยู่ที่ระดับ 8.5% โดยบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.37 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ระดับ 11% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งกำไรสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้นมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่สูงขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีของบริษัท

ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทน่าจะยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรเอาไว้ได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าด้วยการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพถึงแม้ว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่มสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนลดลงก็ตาม ทริสเรทติ้งเชื่อว่าการขยายสู่ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่จะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของบริษัทได้ โดยทริสเรทติ้งประมาณการว่าอัตราดอกเบี้ยรับของบริษัทจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 19% ในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้าจากระดับปัจจุบันที่ 19.9%

สถานะในการระดมทุนและสภาพคล่องที่เพียงพอของบริษัทนั้นมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการที่บริษัทมีความสามารถในการเข้าถึงตลาดตราสารหนี้และตลาดตราสารทุนรวมถึงมีวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินหลายแห่งซึ่งแสดงถึงการมีช่องทางในการระดมทุนที่หลากหลาย โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 บริษัทมีวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ จำนวนทั้งสิ้น 2.89 หมื่นล้านบาท

ทริสเรทติ้งคาดว่าโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจะคงความแข็งแกร่งต่อไปโดยประมาณการว่าบริษัทจะมีอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงอยู่ในช่วง 23.6%-24.8% ในระหว่างปี 2564-2566 ทั้งนี้ ความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งและนโยบายการจ่ายเงินปันผลในระดับต่ำน่าจะช่วยสนับสนุนการสะสมฐานทุนของบริษัทได้ อีกทั้งทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขสำคัญทางการเงินที่ให้บริษัทต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไว้ไม่เกิน 4.5 เท่าได้ ซึ่ง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 บริษัทมีอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงและอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ระดับ 24.2% และ 2.6 เท่าตามลำดับ

แนวโน้มอันดับเครดิต
แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาดในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันเอาไว้ต่อไปได้ รวมทั้งบริษัทจะมีความสามารถในการทำกำไรที่ยังคงแข็งแกร่งอีกทั้งยังสามารถควบคุมให้คุณภาพสินเชื่อและรักษาอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้อีกด้วย

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง
อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เสี่ยงถัวเฉลี่ยอยู่ในระดับสูงกว่า 8% และอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงอยู่ในระดับที่สูงกว่า 25% อย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่ง ในทางกลับกัน อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจได้รับการปรับลดลงหากคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทเสื่อมถอยลงอย่างมีนัยสำคัญหรือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลดลงมากกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง
- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 15 มิถุนายน 2564
- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร, 17 กุมภาพันธ์ 2563

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC)
อันดับเครดิตองค์กร: BBB+
อันดับเครดิตตราสารหนี้:
MTC217A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 BBB+
MTC21NC: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,680.80 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 BBB+
MTC222A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,650.30 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
MTC227B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,043.30 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
MTC22NB: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,349.70 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
MTC22NC: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,163.40 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
MTC232C: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,514 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
MTC237A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,756.70 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
MTC23NB: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,319.20 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
MTC23NC: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,836.60 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
MTC243B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,486 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 5 ปี BBB+
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PT จัดโปรเติมน้ำมัน แลกซื้อน้ำมันปาล์ม "มีสุข" 60 บาท ช่วยลดภาระค่าครองชีพ

PT จัดโปรเติมน้ำมัน แลกซื้อน้ำมันปาล์ม "มีสุข" 60 บาท ช่วยลดภาระค่าครองชีพ

PTG คว้ารางวัล "CSR OF THE YEAR" จากงาน Thailand Top Company Awards 2022

PTG คว้ารางวัล "CSR OF THE YEAR" จากงาน Thailand Top Company Awards 2022

HotNews: SUPER ลั่นปีนี้แข็งแกร่ง ลุยขยาย New Model / KUN โชว์ฝีมือ Q1/65 กำไรพุ่ง 41.16%

SUPER โชว์ผลงานไตรมาส 1/65 มีรายได้ 2,498.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.10 %

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้