Today’s NEWS FEED

News Feed

(Update) PF มองรายได้ปี64 แตะที่ระดับ 21,370ลบ. คาดทำกำไรจากการขายที่ดิน ราว 20,200ลบ. มองผลงานQ2/64 ดีกว่าQ1 - H2ศก.ฟื้นตัว หลังเร่งกระจายฉีดวัคซีน

391


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (11 มิถุนายน 2564)---นายธีรธัชช์ สิงห์ณรงค์ธร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มสนับสนุน บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) PF เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ารายได้รวมในปี 2564 จะอยู่ที่ระดับ 21,370 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 12,512.79 ล้านบาท และสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ จากปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1,045.83 ล้านบาท

พร้อมมองแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาสที่2/64 จะดีขึ้นจากไตรมาสที่1 ในด้านอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ฝั่งโรงแรมยังคงขาดทุนอยู่ โดยภาพรวมยอดขาย 5 เดือนแรกปี64 อยู่ที่ 3,468ลบ. ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 3,859ลบ. เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก3 ที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งมองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง64 จะมีการเติบโตของรายได้ดีกว่าครึ่งปีแรก จากการที่ภาครัฐบาลและภาคเอกชนมีการกระจายฉีดวัคซีนของทั้งเพื่อเร่งฉีดให้กับประชาชนภายในประเทศมากขึ้น

สำหรับเป้ารายได้ 21,270ลบ. ในปี2564 มาจากรายได้การดำเนินงาว (Operation) 71% และจากการขายสินทรัพย์ออกไป 29% นอกจากนี้ บริษัทต้องการสร้างความมั่นคงทางการเงินด้วยการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรจากการขายที่ดินและการลงทุนรวม 20,200 ล้านบาท ช่วยลดภาระหนี้สิน และลดค่าใช้จ่ายทางการเงิน เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นรวมถึงการจ่ายดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินลดลง โดยตั้งเป้าปีนี้จะมีหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E Ratio) ที่ระดับ 1.2 เท่า

สำหรับที่ดินและสิทธิการเช่าและการลงทุนเพื่อลดหนี้และทำกำไร ประกอบด้วย ที่ดินและการลงทุนของPF อาทิ ที่ดินแจ้งวัฒนะ, รามอินทรา รามคำแหง รวมมูลค่า 12,000ลบ. ส่วนการลงทุนในโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน และ ไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท ภายใต้ GRAND ASSET มูลค่า 8,500ลบ. และที่ดินถนนรัชดาภิเษก ของWE Retail มูลค่า 1,500ลบ.และในปีนี้บริษัทได้ตั้งงบสำหรับการซื้อที่ดินเพิ่มเติม จำนวน 1,000-1,500ลบ. ซึ่งในขณะนี้จะมุ่งเน้นใช้ที่ดินที่มีอยู่พัฒนาโครงการ

“บริษัทคาดว่าการเติบโตของรายได้ในปีนี้และในอนาคตจะมาจาก 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.การขับเคลื่อนธุรกิจหลักให้มีรายได้เติบโตและสานต่อโครงการภายใต้การร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติ2.นโยบายการขายที่ดินและการลงทุนเพื่อลดหนี้และทำกำไร รวมถึงจะชะลอการลงทุนในธุรกิจที่ก่อหนี้สูงและกำไรต่ำ และ3. มองหาการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีดีมานด์สูงและอัตรากำไรสูง” นายธีรวัชช์ กล่าว

โดยปัจจุบัน บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND ได้ลงทุนธุรกิจใหม่ผ่านการร่วมทุน (JV) กับ บริษัท วัฒนชัย รับเบอร์เมท จำกัด เพื่อจัดตั้ง บริษัท แกรนด์ โกลบอล โกลฟส์ จำกัด (GGG) ดำเนินผลิตและจำหน่ายถุงมือยางสังเคราะห์ (Nitrile) ภายใต้แบรนด์ “GGG” ซึ่งภายหลังการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้ถุงมือยางทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 20% ในปี2563 และเพิ่มขึ้น 25% ในปี2564 แม้ว่าผู้ผลิตถุงมือรายใหญ่ของโลกจะเพิ่มกำลังเข้าไปอีกกว่า 100,000ล้านชิ้น ภายในปี2565 แต่ยังคงไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น 150,000 ล้านชิ้น (นับจากปี2563-2564) ซึ่งปีนี้ คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ถุงมือยางโลกอยู่ที่ 450,000ล้านชิ้น ขณะที่ความต้องการขายรองรับได้เพียง 370,000ล้านชิ้น ทำให้ GRAND เห็นโอกาสที่เหมาะสมในการก้าวเข้ามาเป็น1ในผู้ผลิตและจำหน่ายถุงมือยางสังเคราะห์ที่มีคุณภาพสูงสู่ตลาดทั้งในประเทศต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งโรงงานใหม่ เพื่อผลิตถุงไนไตรภายใต้แบรนด์ GGG บนเนื้อที่ 21 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมTSD2 ฉะเชิงเทรา จำนวน 2 อาคาร โดยเริ่มสร้างอาคารหลังแรกที่มี 8 สายการผลิตมีกำลังการผลิต 1.78ล้านกล่อง/เดือน หรือ 21ล้านกล่อง/ปี ซึ่งจะทำการผลิตและจำหน่ายถุงมือไนไตรให้กับตัวแทนซื้อและผู้ใช้จากทั่วโลกและยังมีแผนขยายกำลังการผลิตถุงมือยางธรรมชาติควบคู่ไปกับการรักษาสัดส่วนกำลังการผลิตถุงมือยางไนไตรอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้จะมุ่งเน้นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายไปยังตลาดใหม่ใหม่ทั่วโลกโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตสูง ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้าที่มีอัตราการใช้ถุงมือยางสูง เช่น สหรัฐอเมริกา,ยุโรป และประเทศญี่ปุ่น

พร้อมประมาณการรายได้โรงงานหลังที่1-2 รวม 16 สายการผลิต และปีนี้ตั้งเป้าที่จะมีรายได้จากธุรกิจถุงมือยาง แตะที่ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนก.ค.ปีนี้ ขณะเดียวกันก็ได้ตั้งเป้าหมายในปี2565-2569 คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 9,999 ล้านบาท, 9,047 ล้านบาท, 8,980 ล้านบาท, 8,980 ล้านบาทและ 8,339 ล้านบาท ตามลำดับ


ด้านโปรเจคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทได้ร่วมลงทุน (JV) ระหว่างPFและ Hongkong Land สร้าง2 โครงการใหม่ ประกอบด้วย 1.Lake Legend Bangna-Suvanabhumi มูลค่า 5,100ลบ. เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์น คล้ายบ้านพักตากอากาศในอิตาลี ราคาอยู่ที่ประมาณ25-100ลบ./หลัง และ2.เซกเมนต์ใหม่ Super Luxury ทำเลสุทธิสาร ได้แก่ บ้านเดี่ยว3ชั้นราคา 60 ล้านบาท/หลัง และโฮมออฟฟิศ5ชั้น ราคา 70-80 ล้านบาท/หลัง มูลค่ารวม500ล้านบาท คาดแล้วเสร็จและเปิดทำการขายได้ในช่วงพ.ย.ปี64

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2 โครงการ คือ Hyde Heritage Thonglor คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี64 และพร้อมโอนในQ1/65 และโครงการ Rayong Villa ที่คาดว่าจะพร้อมเปิดขายในช่วงไตรมาสที่4ปีนี้

ขณะเดียวกัน บริษัทจะยังคงสร้างยอดขายต่อเนื่องจากโครงการโซนตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโครงการJV ระหว่างPFและHongkong land ได้แก่ Lake Legend แจ้งวัฒนะ และSumitomo Forestry ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนราชพฤกษ์ ที่เชื่อมการเดินทางระหว่างกรุงเทพ-นนทบุรี-ปทุมธานี รวมถึงมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีชมพู และมีห้างสรรพสินค้ามากมาย อาทิ เซ็นทรัลเวสท์เกต พื้นที่กว่า 5แสนตรม. ,IKEAบางใหญ่ สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้ 4,000,000 คน, เซ็นทรัลฯแจ้งวัฒนะ มีร้านค้าช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์แบงครบวงจร และ Impact เมืองทองธานีคือศูนย์แสดงสินค้าที่ใหญ่แห่งนึง นอกจากนี้คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นจากห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ที่กำฃังจะเปิด คือ โรบินสันราชพฤกษ์ มีกำหนดเปิดให้บริการปี 2565 ตามมาด้วย Lotus ราชพฤกษ์

นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์นนทบุรีหรือ SISB ที่จะกำหนดเปิดในปี 2565 เช่นเดียวกัน และยังมีที่ตั้งของสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของกลุ่มCP ALL คือ อาคารธาราพาร์คแจ้งวัฒนะจำนวน 22ชั้น ใช้เป็นพื้นที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

ทั้งนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญในการพัฒนารูปแบบของการดำเนินชีวิตในวิถีใหม่เพื่อตอบโจทย์การดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากการพัฒนารูปแบบบ้านที่พัฒนาให้ตอบโจทย์กับยุค New Normal แล้วยังมีการเพิ่มบริการต่างๆเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคโดยยกระดับด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารความเร็วสูงร่วมกับ AIS เพื่อขยายความสุขให้กับลูกบ้านและผู้ใช้บริการในกลุ่มธุรกิจด้วยสัญญาณAIS 5G, AIS Wi-Fi สามารถใช้บริการได้ที่โรงแรมในเครือและโครงการต่างๆนำร่องใน 6โครงการ เพื่อเข้ากับการใช้ชีวิตแบบ Mobile First และการตอบโจทย์การทำงานนอกสถานที่ Work From Home หรือ Work From Hotel รวมถึงในทุกโครงการมีการติดตั้งVideo Doorbell เพื่อความปลอดภัยด้วย

 

สิริวัฒนา กลางประพันธ์

สิริวัฒนา กลางประพันธ์ : รายงาน / อณุภา ศิริรวง : เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้