Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews: PJW ตุนกำไรโค้งแรก43.10 ลบ. /แจกวอร์แรนต์ ผถห.เดิม 3:1 /AGE มั่นใจปีนี้ ปั้มรายได้ธุรกิจโลจิสติกส์ เข้ากระเป๋า1พันลบ.

1,726

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (10 พฤษภาคม 2564)----------PJW เผยกำไรสุทธิ Q1/64 เพิ่มแตะ43.10 ลบ. เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 34.6 ล้านบาท หลังควบคุมต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมแจกวอร์แรนต์ ผถห.เดิม 3:1 อายุไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ออก อัตราการใช้สิทธิ ในราคา 3 บาทต่อหุ้น เสริมสร้างความแข็งแกร่งและให้มีความยืดหยุ่นทางการเงิน

บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) PJW เปิดเผยว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 รวมเท่ากับ 43.10 ล้านบาทเพิ่มขึ้น8.49 ล้านบาทเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 34.6 ล้านบาท เนื่องจาก


1. รายได้รวมลดลง 30.34 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.64 ส่วนใหญ่เป็นการลดลงจากรายได้งานโครงการ 19.67 ล้านบาทเนื่องจากอยู่ในช่วงปลายโครงการ อย่างไรก็ตามการตรวจรับงานล่าช้าเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในส่วนของรายได้จากการขายลดลง 8.29 ล้านบาท ลดลงจากส่วนงานชิ้นส่วนยานยนต์เนื่องจากไตรมาสแรกของปีที่แล้วมีงานนิวโมเดล หากแต่ส่วนงานบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น และบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น ในส่วนของยอดขายบรรจุภัณฑ์สำหรับนมและนมเปรี้ยวลดลงเพียงเล็กน้อยจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงต้นปีทำให้ยอดขายนมและนมเปรี้ยมขนาดเล็กที่ขายในร้านสะดวกซื้อลดลง ในส่วนของธุรกิจในเมืองจีนยอดขายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากยอดขายของโรงงานที่เจียงซูเติบโตขึ้น


2. อัตรากำไรขั้นต้นรวม เท่ากับร้อยละ 19.4 ลดลงจากปีก่อนที่ร้อยละ 20.2 เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทมีการควบคุมต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความสูญเสียเพื่อรักษาระดับกำไรขั้นต้น


3. อัตรากำไรสุทธิรวมเท่ากับร้อยละ 5.36 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนอัตรากำไรสุทธิรวมที่ร้อยละ 4.15เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

 

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2564 ของบริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”)เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 ได้มีมติที่สำคัญดังนี้


1. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 (“PJW-W1”) จำนวนไม่เกิน 191,359,982 หน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยไม่คิดมูลค่า โดยมีอัตราการจัดสรรเท่ากับ 3 หุ้นเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ (หากมีเศษจากการคำนวณตามอัตราการจัดสรรให้ปัดเศษทิ้ง) ทั้งนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวจะมีอายุไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ออก และมีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย ต่อหุ้นสามัญของบริษัทฯ 1 หุ้น ในราคา 3 บาทต่อหุ้น เว้นแต่มีการปรับสิทธิตามเงื่อนไขการปรับสิทธิ

บริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ PJW-W1 (Record Date) ในวันที่1 กรกฎาคม 2564 ทั้งนี้ การกำหนดสิทธิดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับการได้รับอนุมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท


2. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของ บริษัทฯ จาก287,040,000 บาท เป็น 287,039,972.50 บาท โดยวิธีการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้นำออกจ าหน่าย จำนวน55 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4 ของบริษัทให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียน รวมถึงมอบอำนาจให้คณะกรรมการ หรือบุคคลที่คณะกรรมการบริษัทหรือกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทมอบหมาย มีอำนาจดำเนินการใด ๆ ตามที่จ าเป็นและเกี่ยวเนื่องกับการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ


3. อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จาก287,039,972.50 บาท เป็น 382,719,963.50 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 191,359,982 หุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท รวม 95,679,991.00 บาท และการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4 ของบริษัทให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียน รวมถึงมอบ
อำนาจให้คณะกรรมการ หรือบุคคลที่คณะกรรมการบริษัทหรือกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทมอบหมาย มีอำนาจดำเนินการใด ๆตามที่จำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ

สำหรับวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุน และการใช้เงินทุนในส่วนที่เพิ่ม เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (PJW-W1) และเป็นการเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความแข็งแกร่งและให้มีความยืดหยุ่นทางการเงินสำหรับการลงทุนในอนาคต รวมถึงเพื่อสำรองเงินไว้ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท และ/หรือเพื่อชำระหนี้เมื่อมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทตามใบสำคัญแสดงสิทธิ


นอกจากนี้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและให้มีความยืดหยุ่นทางการเงิน และเพิ่มสภาพคล่องของเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

บริษัทฯ อนุมัติให้กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 ในวันที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 13.00 น และ อนุมัติกำหนดให้วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 เป็นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่จะมีสิทธิเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564

 

ด้าน บมจ. เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) เดินหน้าขยายอาณาจักรโลจิสติกส์ ล่าสุด บริษัท เอจีอี พอร์ตเซอร์วิส จำกัด (บริษัทร่วมทุน) ทำบันทึกข้อตกลงกับชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด รับโอนสิทธิการเช่าศูนย์ธุรกิจเกษตร ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด จาก บริษัท สุวรรณเกลียวทอง ท่าเรือ คลังสินค้า จำกัด เพื่อเร่งต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์ส่งผลให้มีจำนวนท่าเรือ เพิ่ม 3 ท่า โกดังสินค้าเพิ่มอีก 5 หลัง บนพื้นที่ขนาด 31 ไร่ เดินเกมรุกธุรกิจบริการท่าเรือ โกดังสินค้า แบบครบวงจร ส่อแววปั้มรายได้โลโจติกส์เข้ากระเป๋าตามเป้าปีนี้ที่ 1,000 ล้านบาท

นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ผู้จัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) และผู้ให้บริการด้าน โลจิสติกส์ (ขนส่งทางน้ำ – ขนส่งทางบก – ท่าเรือ – คลังสินค้า) แบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัท เอจีอี เทอร์มินอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ AGE ได้ร่วมทุนกับ บริษัท สุวรรณเกลียวทอง จำกัด จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ บริษัท เอจีอี พอร์ตเซอร์วิส จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียน 90 ล้านบาท เพื่อเข้าทำสัญญาเช่าศูนย์ธุรกิจการเกษตรจากชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย ท่าเรือ 3 ท่า และโกดังสินค้า 5 หลัง บนพื้นที่ทั้งหมด 31 ไร่ ที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แทนบริษัท สุวรรณเกลียวทอง จำกัด โดยมีระยะเวลาการเช่า 3 ปี และดำเนินการต่ออายุการเช่าไปอีก 3 ปี ซึ่งภายหลังการดำเนินการแล้วเสร็จ บริษัท เอจีอี พอร์ตเซอร์วิส จำกัด จะสามารถรับรู้รายได้เข้ามาทันที

นายพนม กล่าวเพิ่มเติมว่า " จากแผนการลงทุนแบบเชิงรุกในครั้งนี้จะทำให้ ธุรกิจโลจิสติกส์ของเอจีอี สามารถรองรับปริมาณการขนส่งผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 7 ล้านตันต่อปี จากปัจจุบันที่มีการขนส่งผ่านท่าอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านตันต่อปี โดยจำนวนท่าเรือของ AGE จะเพิ่มจาก 3 ท่า เป็น 6 ท่า ซึ่งจะสามารถขยายฐานลูกค้าด้านการขนส่งสินค้าได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเภทสินค้าเกษตร ปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง ปุ๋ย และแร่เหล็ก และมีพื้นที่ให้บริการเก็บสินค้าในโกดังเพิ่มมาอีกด้วย"

โดยเอจีอีมองว่าแผนการขยายธุรกิจโลจิสติกส์แบบเชิงรุกในปีนี้ จากการขยายท่าเรือ เพิ่ม 3 ท่า และโกดังสินค้า 5 หลัง รวมถึงแผนการลงทุนรถบรรทุกเพิ่มเติมอีก 50 คัน จะส่งผลให้เอจีอีสามารถบรรลุเป้ารายได้จากธุรกิจโลจิสติกส์ที่ตั้งไว้ในปีนี้ที่ระดับ 1,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการขยายตัวอย่างโดดเด่น

----จบ---

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

AMR เปิดเทรดเหนือจอง 18.84%

AMR เปิดเทรดเหนือจอง 18.84%

รายงานพิเศษ : “ธีร ชุติวราภรณ์” แม่ทัพคนใหม่ OCEAN ลั่นปีนี้คาดว่าจะล้างขาดทุนสะสมเกลี้ยง!ด้วยการดำเนินงาน

“ธีร ชุติวราภรณ์” CEO คนใหม่ บมจ.โอเชี่ยน คอมเมิรช (OCEAN) เปิดอกตั้งใจเข้ามาบริหารธุรกิจ สลัดภาพทีมผู้บริหารชุดเดิม

หวัง SET ฟื้น By : แม่มดน้อย

วันนี้ วันแรก ของเดือนสิงหาคม ตลาดหุ้นไทย ไปต่อได้ยากลำบาก แม้ตลาดต่างประเทศ เปล่งประกายลำแสงสีเขียว...........

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้