Today’s NEWS FEED

News Feed

Update: บอร์ดAAVอนุมัติปรับโครงสร้างกิจการ- ทุนของบริษัทฯและบ.ย่อย ไทยแอร์เอเชีย หลังสถาบันการเงิน-ภาครัฐไม่ให้ความช่วยเหลือ/นำ ไทยแอร์เอเชีย เข้าเป็นบจ.ในตลาดหุ้น แทนAAV

658

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (27 เมษายน 2564)----------บอร์ดAAVอนุมัติปรับโครงสร้างกิจการ- ทุนของบริษัทฯและบ.ย่อย ไทยแอร์เอเชีย หลังสถาบันการเงิน-ภาครัฐไม่ให้ความช่วยเหลือเผย มีนักลงทุนใหม่ ให้สินเชื่อในรูปแบบสัญเงินกู้แปลงสภาพ มูลค่าเงินต้น3150ลบ. ไม่คิดดอกเบี้ย คาดเวลา3ปี แก่ไทยแอร์เอเชีย บนเงื่อนไข ก.ล.ต.ไฟเขียวไทยแอร์เอเชีย ขายIPOระบุ นักลงทุนใหม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบกิจการไทยแอร์เอเชีย คาดเสร็จไม่เกิน พ.ค.64-ตอนนี้ นลท.ใหม่และไทยแอร์เอเชีย กำลังเจรจารายละเอียดสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ ชี้การนำไทยแอร์เอเชีย เข้าเป็นบจ.ในตลาดหุ้นแทนAAV เป็นการเพิ่มโอกาสของไทยแอร์เอเชีย ระดมทุนได้ด้วยตัวเองมากกว่าพึ่งพาระดทุนผ่านบริษัทฯ ขณะที่ ไทยแอร์เอเชีย ออกหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน45ล้านหุ้น ราคาขายหุ้นละ20.3925บ./หุ้น ให้ ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ตามแผนปรับโครงสร้างกิจการของกลุ่มบริษัท

 

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) AAV เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท เอเชีย เอวิชั่น จำกัด (“บริษัทฯ”) ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 26เมษายน 2564 มีมติอนุมัติแผนการปรับโครงสร้ งกิจการและทุนของบริษัทฯ และบริษัทย่อย (บริษัท ไทยแอร์เอเชียจำกัด (“ไทยแอร์เอเชีย”)) (“แผนการปรับโครงสร้างกิจการ”) และให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯเพื่อพิจารณาอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างกิจการของบริษัทฯ ต่อไป


ทั้งนี้ความเป็นมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินโดยเฉพาะอย่างยิ่งสายการบินต่าง ๆ รวมทั้งบริษัทฯ โดยตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถในการวางแผนเพื่อดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการลดเวลาการทำงานของพนักงาน หรือการปรับโครงสร้างจำนวนพนักงานให้เหมาะสม รวมถึงการลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย แต่การดำเนินการต่าง ๆ ดังกล่าวก็ยังไม่สามารถทำให้บริษัทฯ หลุดพ้นจากผลกระทบของโควิด-19 เนื่องจากรายได้จากค่าโดยสารนั้นลดลงอย่างมากตั้งแต่ต้นปี 2563 และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายกลับไปสู่ระดับก่อนการระบาดของเชื้อโควิด-19ในปี 2562 ในทางตรงกันข้าม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน กลับมาแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและหนักกว่าครั้งที่ผ่าน ๆ มา ประกอบกับการที่บริษัทฯ ยังไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงิน รวมทั้งบริษัทฯ เองก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) จากภาครัฐแต่อย่างใด

และ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคง และมีประสิทธิภาพ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการติดต่อนักลงทุน เพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงิน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่บริษัทฯทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไป อย่างไรก็ดี การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งการสนับสนุนทางการเงินนั้น บริษัทฯ ต้องดำเนินการปรับโครงสร้างกิจการเพื่อทำให้กิจการมีความน่าสนใจต่อการลงทุนของนักลงทุน ซึ่งสามารถสรุปเป็นขั้นตอนได้ดังนี้


1.1 การให้สินเชื่อโดยนักลงทุนใหม่


นักลงทุนใหม่ (ซึ่งไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย) จะให้สินเชื่อแก่ ไทยแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจหลัก (Operating Company) ของบริษัทฯ จำนวนสูงสุดไม่เกิน3,150 ล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย ทั้งนี้ การให้สินเชื่อจะอยู่ในรูปของสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพโดยออกโดยไม่มีส่วนลด (Zero Coupon issued at 100% Nominal Value)แล้วแต่กรณี โดยนักลงทุนสามารถใช้สิทธิแปลงสภาพสัญญาเงินกู้ หรือหุ้นกู้ เป็นหุ้นสามัญของไทยแอร์เอเชียได้ภายในระยะเวลา และตามราคาที่ตกลงกันซึ่งในเบื้องต้น สัญญาเงินกู้แปลงสภาพ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ แล้วแต่กรณี คาดว่าจะมีระยะเวลาประมาณ 3 ปีนับจากวันได้รับเงินกู้ ระยะเวลาแปลงสภาพ คาดว่าจะเป็นภายหลังจากที่ไทยแอร์เอเชียได้รับอนุมัติให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จากสำนักงานคณะกรรมการก ากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(“สำนักงาน กลต.”) และได้รับอนุมัติในหลักการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้จดทะเบียนหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว (เรียกว่า “เงื่อนไขการแปลงสภาพ”) และราคาแปลงสภาพคาดว่าจะเป็นดังนี้มูลค่าเงินต้นประมาณ 3,150 ล้านบาท สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญของไทยแอร์เอเชียได้ที่ราคา 20.3925 บาทต่อหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.5 บาท)

ซึ่งเมื่อเงื่อนไขการแปลงสภาพเกิดขึ้น สถานะของนักลงทุนใหม่จะเปลี่ยนจากเจ้าหนี้เป็นผู้ถือหุ้นของไทยแอร์เอเชีย อย่างไรก็ดี หากเงื่อนไขการแปลงสภาพไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าด้วยเหตุอันใด นักลงทุนใหม่ก็จะถือสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพต่อไปในฐานะเจ้าหนี้ และรับคืนเงินไถ่ถอนสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ (ซึ่งประกอบด้วยเงินต้นบวกด้วยดอกเบี้ยสะสมประมาณร้อยละ 3 ต่อปีนับแต่วันได้รับเงินต้น) ณ วันครบกำหนดสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ แล้วแต่กรณีทั้งนี้ นักลงทุนใหม่อยู่ในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบกิจการของไทยแอร์เอเชีย (DueDiligence) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคม 2564 และนักลงทุนใหม่และไทยแอร์เอเชียก็กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจารายละเอียดของข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพและสัญญาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (รวมถึงเรื่องการเสนอชื่อบุคคลจำนวน 2 ท่าน เข้าเป็นกรรมการของไทยแอร์เอเชียในระหว่างอายุสัญญาของสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ แล้วแต่กรณี) และภายหลังจากที่แผนการปรับโครงสร้างกิจการได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในครั้งนี้และได้เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แล้ว ไทยแอร์เอเชียก็จะรีบนำแผนการปรับโครงสร้างกิจการหารือกับสำนักงาน กลต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไปโดยเร็ว

 

1.2 การดำเนินการเพื่อนำไทยแอร์ เอเชียเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนที่บริษัทฯจากการหารือกับนักลงทุนในหลาย ๆ โอกาส บริษัทฯ เห็นว่านักลงทุนประสงค์จะลงทุนในไทยแอร์เอเชียมากกว่าการลงทุนผ่านการถือหุ้นในบริษัทฯ เนื่องจากไทยแอร์เอเชียเป็นบริษัทที่มีการประกอบธุรกิจ (Operating Company) และได้รับใบอนุญาตต่าง ๆ ในการให้บริการสายการบินโดยตรง นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลจากไทยแอร์เอเชียโดยตรงโดยไม่ต้องมีการจ่ายเงินปันผลผ่านบริษัทฯ ซึ่งเป็น HoldingCompany ทำให้การจ่ายเงินปันผลไปยังผู้ถือหุ้นมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งไม่ต้องผ่านขั้นตอนในการบันทึกบัญชีของบริษัทฯ และเงินปันผลดังกล่าวก็จะไม่ถูกลดทอนลงด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ

 

ดังนั้น เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของกิจการ บริษัทฯ เห็นว่าการนำไทยแอร์เอเชียเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนที่บริษัทฯ จะเป็นการเพิ่มโอกาสของไทยแอร์เอเชียในการระดมทุนได้ด้วยตนเองมากกว่าการพึ่งพาการระดมทุนผ่านบริษัทฯ ประกอบกับกระทรวงคมนาคมได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดนิติบุคคลอื่นที่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจ ากัดหรือบริษัทมหาชนจ ากัดซึ่งขอจดทะเบียนอากาศยาน พ.ศ. 2563 และคณะกรรมการการบินพลเรือนได้ออกประกาศ เรื่อง นิติบุคคลอื่นตามข้อ 13 วรรคหนึ่ง (7) ของข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 97 พ.ศ. 2563 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 ซึ่งได้ก าหนดเพิ่มเติมประเภทของนิติบุคคลอื่นซึ่งสามารถนับเป็นสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นซึ่งมสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้ อยละ 51 ได้ ทำให้บริษัทฯ มีความคล่องตัวมากขึ ้นในการจัดโครงสร้ างการถือหุ้นเพื่อให้ไทยแอร์เอเชียมีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎหมายการเดินอากาศ และในการเข้ าจดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 


1.3 การชำระบัญชีของบริษัทฯ และการคืนหุ้นไทยแอร์เอเชีย

นอกจากนี้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ นั้นสามารถเป็นผู้ถือหุ้นของไทยแอร์เอเชียได้โดยตรง บริษัทฯ เห็นว่าที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สมควรมีมติให้เลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัทฯ เพื่อที่บริษัทฯ จะได้สามารถน าทรัพย์สินของบริษัทฯ กล่าวคือ หุ้นไทยแอร์เอเชีย ซึ่งบริษัทฯ ถืออยู่ในปัจจุบันจำนวนทั้งสิ ้น 23,955,553 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ ณ ปัจจุบันเท่ากับ 10 บาทต่อหุ้น)1หรือคิดเป็นร้ อยละ 55 ของทุนชำระแล้วในปัจจุบันของไทยแอร์เอเชีย มาจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ (ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ใน
ทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ซึ่งจะได้กำหนดต่อไปในภายหลัง) ตามสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งการจัดสรรหุ้นซึ่งบริษัทฯ ถืออยู่ในไทยแอร์เอเชียให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ดังกล่าว ถือเป็นการคืนเงินลงทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของการชำระบัญชีเพื่อเลิกกิจการของบริษัทฯ ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จะมีภาระภาษีเงินได้จากส่วนต่างของเงินลงทุนในหุ้นของบริษัทฯ และราคาตลาดของหุ้นของไทยแอร์เอเชียที่ได้รับคืนทุนมา ณ ขณะนั้น (หากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นประการอื่น บริษัทฯ จะรีบแจ้งให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ทราบต่อไป) เนื่องจากการคืนทรัพย์สิน กล่าวคือ หุ้นไทยแอร์เอเชีย ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในกรณีนี้นั้นไม่ถือเป็นการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งโดยปกติผู้ถือหุ้นจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้จากการขายหุ้น (capital gain)


ในการนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการให้หุ้นของไทยแอร์เอเชีย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนหุ้นของบริษัทฯ เนื่องจากการเลิกกิจการบริษัทฯ ถือเป็นเหตุเพิกถอนหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องนั้น บริษัทฯ จะหารือกับสำนักงาน กลต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ บริษัทฯ จะพยายามทำให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯได้รับผลกระทบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง อาทิ ระยะเวลา น้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบและหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

อย่างไรก็ดีเพื่อความชัดเจน คณะกรรมการบริษัทฯ ยังไม่ได้อนุมัติให้เลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัทฯ หรือเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อนุมัติให้เลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัทฯในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในครั้งนี้ หรือในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งจะจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยบริษัทฯ จะจัดให้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง เพื่ออนุมัติการเลิกกิจการบริษัทฯ เมื่อแผนการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของไทยแอร์เอเชียต่อประชาชนเป็นครั้งแรก(IPO) และการจดทะเบียนหุ้นสามัญของไทยแอร์เอเชียเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้นมีความเป็นไปได้ภายหลังจากการหารือกับส านักงาน กลต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และไทยแอร์เอเชียได้รับอนุมัติให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จากส านักงาน กลต. และ/หรือได้รับอนุมัติในหลักการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้จดทะเบียนหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งบริษัทฯ จะรีบแจ้งให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ทราบหากมีความคืบหน้าใด ๆ เป็นประการสำคัญ


ทั้งนี้ แผนการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และการนำไทยแอร์เอเชียเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้นจะได้กล่าวเพิ่มเติมในข้อ1.6ข้างล่างนี้

 

1.4 การแปลงหนี้สินของไทยแอร์เอเชียบางส่วนเพื่อลดภาระหนี้สินของไทยแอร์เอเชีย


หากแผนการนำไทยแอร์เอเชียเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประสบผลสำเร็จ เจ้าหนี ้รายใหญ่ของไทยแอร์เอเชีย (กล่าวคือ บริษัท แอร์เอเชีย อินเวสเมนท์ ลิมิเต็ดซึ่งปัจจุบันถือหุ้นอยู่ในไทยแอร์เอเชียจ านวนประมาณ 19,600,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ ณ ปัจจุบันเท่ากับ 10 บาทต่อหุ้น) หรือเท่ากับจ านวน 392,000,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ที่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นเท่ากับ 0.5 บาทต่อหุ้น)2หรือคิดเป็นร้อยละ 45ของทุนช าระแล้วในปัจจุบันของไทยแอร์เอเชีย จะต้องแปลงหนี้สินทั้งหมดซึ่งเป็นหนี้เงินกู้ ที่จะใช้ชำระหนี้ซึ่งประกอบด้วยหนี้ค่าเช่าเครื่องบิน หนี้ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาเครื่องบิน หนี้ค่าน้ำมัน และหนี้ค่าเครื่องหมายการค้า เป็นต้น ที่ตนเป็นเจ้าหนี้ไทยแอร์เอเชียจำนวนไม่เกิน 3,900 ล้านบาท3เป็นทุน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจดำเนินการได้ในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยการเปลี่ยนสภาพหนี้การค้าให้เป็นหนี้ตามสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ แล้วแต่กรณี หรือการออกหุ้นใหม่เพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รายใหญ่ตามโครงการแปลงหนี้เป็นทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน พรบ. บริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ. 2535 (และที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม) และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หรือรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสมภายใต้กรอบและหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไทยแอร์เอเชียอยู่ระหว่างการเจรจารูปแบบการดำเนินการที่เหมาะสมกับเจ้าหนี้รายใหญ่ และราคาแปลงสภาพคาดว่าจะเป็นดังนี้ มูลค่าเงินต้นประมาณ 3,900 ล้านบาท สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญของไทยแอร์เอเชียได้ที่ราคา 20.3925 บาทต่อหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.5 บาท) (โปรดพิจารณาค าอธิบายที่มาในการกำหนดราคา ปรากฎตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1)


นอกจากนี้ เจ้าหนี้รายใหญ่ยังยินดีใส่เงินเพิ่มทุนอีกจำนวนประมาณ 513.21 ล้านบาทให้แก่ไทยแอร์เอเชีย เพื่อดำรงสัดส่วนการถือหุ้น และเพิ่มสภาพคล่องให้กับไทยแอร์เอเชีย ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างทุน และโครงสร้างหนี้ของไทยแอร์เอเชียแบบยั่งยืน เพื่อทำให้ไทยแอร์เอเชียสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


ทั้งนี้แผนการแปลงหนี้เป็นทุน และแผนการใส่เงินเพิ่มทุนของเจ้าหนี้รายใหญ่ของไทยแอร์เอเชียดังกล่าวนั้นจะได้กล่าวเพิ่มเติมในข้อ1.6ข้างล่างนี

 

1.5 การเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของไทยแอร์เอเชียในการนำไทยแอร์เอเชียเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามแผนปรับโครงสร้ งกิจการนั้น ไทยแอร์เอเชียจะเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของไทยแอร์เอเชียจากมูลค่าที่ตราไว้เดิมหุ้นละ 10 บาท เป็นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มการกระจายการถือหุ้นไปยังนักลงทุนให้มากขึ้น และเพิ่มสภาพคล่องของหุ้นให้มากขึ้น เพื่อทำให้หุ้นของไทยแอร์เอเชียเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนมากขึ้น

 

1.6 แผนการนำไทยแอร์ เอเชียเข้าจดทะเบียนเป็ นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในการนำไทยแอร์เอเชียเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น ไทยแอร์เอเชียจะต้องขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ต่อสำนักงาน กลต. ซึ่งในเบื้องต้นนั้น บริษัทฯ เห็นว่าไทยแอร์เอเชียนั้นมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์การอนุญาตของสำนักงาน กลต. อย่างไรก็ดี การให้อนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรกนั้นเป็นดุลพินิจของสำนักงาน กลต. ซึ่งบริษัทฯ จะรีบดำเนินการหารือสำนักงาน กลต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป


ทั้งนี้ในเบื้องต้น ขั้นตอนและระยะเวลาการขออนุญาต IPO หุ้นของไทยแอร์เอเชีย และการนำไทยแอร์เอเชียเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น สามารถสรุปได้ดังนี้


(1) เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มีมติอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างกิจการในครั้งนี ้ไทยแอร์เอเชียจะรีบดำนินการหารือกับสำนักงาน กลต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแผนการปรับโครงสร้ างกิจการ และจัดเตรียมเอกสารการขออนุญาต แบบแสดงรายการข้อมูลหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้้ชวน เพื่อยื่นขออนุญาตเสนอขายหุ้นไทยแอร์เอเชียต่อประชาชนเป็นครั้งแรกต่อส านักงาน กลต. ต่อไป

ขั้นตอนนี้คาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 6 เดือนจนถึงวันที่คาดว่าจะได้รับอนุญาตจากสำนักงาน กลต. โดยขึ้นอยู่กับการตรวจสอบสถานะกิจการ (Due Diligence) ของที่ปรึกษาทางการเงินและผลการพิจารณาของสำนักงาน กลต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

(2) การจัดสรรหุ้นใหม่ทั้งหมดของไทยแอร์เอเชีย และการคืนทรัพย์สินของบริษัทฯกล่าวคือ หุ้นในไทยแอร์เอเชียให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในช่วงเวลา IPO หรือใกล้เคียงกับช่วงเวลา IPO คาดว่าจะเป็นดังนี้


(ก) การน าทรัพย์สินของบริษัทฯ กล่าวคือ หุ้นซึ่งบริษัทฯ ถืออยู่ในไทยแอร์เอเชียมาแจกจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (ซึ่งเป็นขั้นตอนของการช าระบัญชี เพื่อเลิกกิจการของบริษัทฯ ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น) จำนวน 479,111,060 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นร้ อยละ 55ของทุนชำระแล้วในปัจจุบันของไทยแอร์เอเชีย ในอัตราการคืนหุ้นเท่ากับ 1 หุ้นของบริษัทฯ ต่อ 0.098785 หุ้นของไทยแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นขันตอนของการชำระบัญชีเพื่อเลิกกิจการของบริษัทฯ4


(ข) การออกหุ้นใหม่ของไทยแอร์เอเชียให้แก่นักลงทุนใหม่ตามสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ แล้วแต่กรณี ตามเงื่อนไขการแปลงสภาพ กล่าวคือ เมื่อเงื่อนไขการแปลงสภาพเกิดขึ้น บริษัทฯ จะจัดสรรหุ้นจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 154,468,555 หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 11.4ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของไทยแอร์เอเชีย (หลังเพิ่มทุน)5) ให้แก่นักลงทุนใหม่

(ค) การแปลงหนี้สินของเจ้าหนี้รายใหญ่ของไทยแอร์เอเชียเป็นทุน ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของ
1) การจัดสรรหุ้นให้แก่เจ้าหนี้รายใหญ่ตามสัญญาเงินกู้แปลงสภาพ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ แล้วแต่กรณี ตามเงื่อนไขการแปลงสภาพ และ/หรือ
2) การออกหุ้นใหม่เพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รายใหญ่ตามโครงการแปลงหนี้เป็นทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน พรบ. บริษัทมหาชน จ ากัด พ.ศ. 2535จำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 191,246,782 หุ้น (คิดเป็นร้ อยละ 14.1 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั ้งหมดของไทยแอร์เอเชีย (หลังเพิ่มทุน)6) ที่ราคาแปลงหนี้สิน 20.3925 บาท ต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาเดียวกันกับราคาของการทำธุรกรรมอื่นในแผนการปรับโครงสร้างกิจการ ในครั้งนี้(โปรดพิจารณาคพอธิบายที่มาในการกพหนดราคา ปรากฎตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1)


อนึ่ง ในปัจจุบัน รูปแบบการแปลงหนี้สินของเจ้าหนี ้รายใหญ่ของไทยแอร์เอเชียเป็นทุนยังอยู่ในระหว่างการเจรจากับเจ้าหนี้รายใหญ่ และอาจต้องหารือกับสำนักงาน กลต. เพิ่มเติม รวมทั้ งอาจต้องขอผ่อนผันหลักเกณฑ์การอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ไทยแอร์เอเชียสามารถด าเนินกิจการต่อไปได้

(ง) การเสนอขายและจัดสรรหุ้นที่ออกใหม่ของไทยแอร์เอเชียต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 135,202,950 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท (คิดเป็นร้ อยละ10.0 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของไทยแอร์เอเชีย (หลังเพิ่มทุน)7) ที่ราคาหุ้นออกใหม่ 20.3925 บาทต่อหุ้น (โปรดพิจารณาคำอธิบายที่มาในการก าหนดราคา ปรากฎตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1) ภายใต้กรอบและหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังนี้


1) หุ้นจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 68,354,472 หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 5.1 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของไทยแอร์เอเชีย (หลังเพิ่มทุน)8) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ (Pre-Emption Offering)ตามสัดส่วนการถือหุ้น และเป็นผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ตามที่คณะกรรมการของบริษัทฯ หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของบริษัทฯ จะเป็นผู้กำหนดต่อไป


2) หุ้นจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 25,166,487 หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 1.9 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของไทยแอร์เอเชีย (หลังเพิ่มทุน)9) ให้แก่บริษัท แอร์เอเชีย อินเวสเมนท์ ลิมิเต็ด


3) หุ้นจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 41,681,991 หุ้น และหุ้นในส่วนที่เหลือจากการจัดสรร (หากมี) ตามข้อ 1.6 (ง) 1) – 2) ข้างต้น จะเสนอขายและจัดสรรให้แก่บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์


1.7 การอนุมัติที่จำเป็นความเป็นไปได้ของแผนการปรับโครงสร้ างกิจการของบริษัทฯ ตามที่กล่าวข้างต้น นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ส าคัญต่าง ๆ เช่น ความสำเร็จของการดำเนินการตามแผนการปรับโครงสร้ างกิจการ การได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ให้มีการเลิกบริษัทฯ การได้รับความเห็นชอบจากส านักงาน กลต. ในการอนุมัติให้มีการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก การได้รับความเห็นชอบจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการอนุมัติให้นำไทยแอร์เอเชียเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการได้รับผ่อนผันหลักเกณฑ์การอนุญาตที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ จากหน่วยงานก ากับดูแลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

 

(1) การหารือและการขอผ่อนผันจากส านักงาน กลต. เกี่ยวกับการออกหุ้นใหม่เพื่อช าระหนี ้ให้แก่เจ้าหนี ้รายใหญ่ตามโครงการแปลงหนี ้เป็นทุน เพื่อจะได้ไม่ต้องน าข้อจ ากัดเรื่องจ านวนหุ้นสูงสุดซึ่งสามารถจัดสรรให้แก่บุคคลที่มีความสัมพันธ์ได้มาใช้บังคับกับโครงการแปลงหนี ้เป็นทุน

(2) การหารือกับบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จ ากัด ในการคืนหุ้นของบริษัทฯ ให้แก่ผู้ถือหุ้นตามข้อก าหนดของบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จ ากัด เมื่อบริษัทฯ มีมติให้เลิกกิจการและช าระบัญชี


(3) การหารือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับช่วงเวลาและกระบวนการการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


(4) การหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับแนวทางการก าหนดข้อจ ากัดการถือหุ้นของนักลงทุนที่ไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ เพื่อให้มั่นใจว่าสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นของไทยแอร์เอเชียไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ และการหารือวิธีการที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียนหุ้น เป็นต้น


อนึ่ง การดำเนินการตามแผนการปรับโครงสร้างกิจการของบริษัทฯ ดังกล่าวข้างต้น ไม่เข้าข่ายเป็นการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทฯ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 20/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (“ประกาศได้มาจำหน่ายไป”) เนื่องจากบริษัทฯ มิได้สละสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของไทยแอร์เอเชีย หรือขายหุ้นของไทยแอร์เอเชียที่บริษัทฯ ถืออยู่ออกไป ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณขนาดรายการและจัดทำสารสนเทศตามประกาศได้มาจำหน่ายไป นอกจากนี การที่หุ้นของบริษัทฯ อาจถูกเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หากบริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ให้มีการเลิกกิจการและมีการชำระบัญชีเพื่อเลิกกิจการตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน พ.ศ. 2542 นั้น บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อร่วมจัดท าแผนแก้ไขเหตุเพิกถอน หรือเพื่อเสนอแนะความเห็นต่อผู้ถือหุ้นในการเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทฯ แต่อย่างใด เนื่องจากกรณีดังกล่าวไม่ใช่กรณีการเพิกถอนหลักทรัพย์โดยสมัครใจของบริษัทฯเนื่องจากการด าเนินการเพื่อให้แผนการปรับโครงสร้างกิจการบรรลุผลสำเร็จ คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติมอบหมายให้ประธานกรรมการบริหาร และ/หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการบริหาร และ/หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ เป็ นผู้มีอำนาจในการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผนการปรับโครงสร้างกิจการแทนบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย ตลอดจนมีอำนาจในการดำเนินการในเรื่องอื่น ๆ ที่จำเป็น เกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่อง จนแล้วเสร็จ โดยให้มีอำนาจแก้ไข ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลง รายละเอียดต่าง ๆ จากที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมในครั้งนี ได้ หากได้รับข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง และประธานกรรมการบริหาร และ/หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ เห็นว่าการแก้ไข ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลง รายละเอียดต่าง ๆ ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย และเพื่อให้แผนการปรับโครงสร้างกิจการบรรลุผลส าเร็จ ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกลับมาขอมติอนุมัติจากที่ประชุมอีก


ทั้งนี้ หากรายละเอียดของแผนการจัดสรรหุ้นของไทยแอร์เอเชียมีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่อนุมัติข้างต้น บริษัทฯ จะชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ทราบในหนังสือเชิญประชุมหรือสารสนเทศของบริษัทฯต่อไป


ขั้นตอนการด าเนินการตามแผนการปรับโครงสร้างกิจการในเบื้องต้นสรุปได้ดังนี้


-การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย

-แปลงสภาพไทยแอร์เอเชียจากบริษัทจ ากัดเป็นบริษัทมหาชนจ ากัด

-ออกหุ้นกู้แปลงสภาพให้แก่นักลงทุ


โดยบริษัทฯ คาดว่าการด าเนินการตามแผนภาพดังกล่าวข้ างต้นจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน 2564 และคาดว่าการเตรียมการเพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)ของไทยแอร์เอเชีย จะใช้เวลาประมาณ 7.5 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยและเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น

 

2. อนุมัติและให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของไทยแอร์เอเชีย ให้ แก่ผู้บริหารของไทยแอร์เอเชีย กล่าวคือ นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ เนื่องผู้บริหารระดับสูงนั้นมีผลงานโดดเด่นและหาบุคคลอื่นใดในอุตสาหกรรมการบินทดแทนได้ยาก

นอกจากนี้ ด้วยผลงานการบริหารของผู้บริหารระดับสูงที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในไทยแอร์เอเชีย บริษัทฯ จึงเห็นว่าไทยแอร์เอเชียควรสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของไทยแอร์เอเชียในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและสร้ างความเจริญเติบโตแก่ไทยแอร์เอเชีย ซึ่งผลดีที่เกิดกับไทยแอร์เอเชียนี้ก็จะส่งผลที่ดีต่อผู้ถือหุ้นของไทยแอร์เอเชียเช่นกัน


อย่างไรก็ดี เนื่องจากมีการเพิ่มทุนในไทยแอร์เอเชีย ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ก็อาจได้รับผลกระทบในเรื่องของ dilution effect ด้วย ดังนั้น บริษัทฯ จึงเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯพิจารณาอนุมัติให้ไทยแอร์เอเชียออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของไทยแอร์เอเชีย เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของไทยแอร์เอเชียจำนวนไม่เกิน 45,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาทคิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 3.3ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของไทยแอร์เอเชีย (หลังเพิ่มทุน)10 ในราคา 20.3925 บาทต่อหุ้น โดยมีระยะเวลาการเสนอขายเป็นระยะเวลา 3 ปีนับจากวันที่ไทยแอร์เอเชียเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

ทั้งนี้ การออกและเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงนั้น จะดำเนินการก็ต่อเมื่อแผนการปรับโครงสร้างกิจการได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ ถือหุ้ นของบริษัทฯ และแผนประสบความสำเร็จ รวมถึงการที่หน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ให้ความเห็นชอบกับแผนการปรับโครงสร้ างกิจการครั้งนี้แล้วตามที่ได้เรียนชี้แจงในวาระข้างต้น

 


AAV ระบุว่า คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริษัท (ซึ่งไม่รวมกรรมการที่มีส่วนได้เสีย) ในการประชุมครั้งที่ 2/2564 ซึ่งจัดประชุมเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 ได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่าการที่ไทยแอร์เอเชียจะออกและเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ให้แก่ผู้บริหารระดับสูง จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับโครงสร้างกิจการของบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงนั้นเป็นผู้มีผลงานโดดเด่นและหาบุคคลอื่นใดในอุตสาหกรรมการบินทดแทนได้ยาก ประกอบกับผลงานการบริหารของผู้บริหารระดับสูงที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในไทยแอร์เอเชีย ซึ่งการสร้ างแรงจูงใจให้กับผู้บริหารระดับสูงจะส่งเสริมการท างานอย่างมีประสิทธิภาพและสร้ างเจริญเติบโตแก่ไทยแอร์เอเชีย และจะส่งผลที่ดีต่อผู้ถือหุ้นของไทยแอร์เอเชียด้วยต่อไป


อนุมัติการกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 ในวันที่ 4 มิถุนายน 2564 เวลา13.00 น. โดยเป็นการจัดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น ภายใต้พระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 และกฎหมายและกฎระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้